สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องอุทกภัยและวาตภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลมีสติและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา โดยมีปัจจัย 4 ประการคือ พระเมตตาและพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ส่งผลให้ขวัญกำลังใจของประชาชนที่ประสบภัย ผ่องศรี ธาราภูมิ ระบุว่ากลไกภาครัฐมีประสิทธิภาพ แต่ไม่สมบูรณ์ และขอความมุ่งมั่นจากทุกภาคส่วน รวมถึงความร่วมมือของประชาชนและภาคธุรกิจเอกชน ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องความเสียหายจากน้ำท่วมและขอให้รัฐบาลให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลมีสติและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา และให้ความร่วมมือของประชาชนและภาคธุรกิจเอกชน

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันก็กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุวาระกระทู้ถามสดของดิฉัน และกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ฯพณฯ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สาทิตย์ วงศ์หนองเตย พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะได้ร่วมกัน ตอบกระทู้ถามสดของดิฉันในครั้งนี้นะคะ ดิฉันขออนุญาตเปึนตัวแทนของประชาชน ทั่วประเทศรวมทั้งตัวแทนของประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีที่ได้เผชิญหน้ากับปัญหาอุทกภัย และวาตภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา จากประสบการณ์ของตัวดิฉันเอง ในหลายป้ที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องในเรื่องของสถานการณ์ธรรมชาติ และโดยเฉพาะ ๒ เดือนที่ผ่านมาที่ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่จังหวัดลพบุรี ดิฉันมีบทเรียนมากมายแล้วก็ มีประเด็นปัญหาหลายเรื่องที่ได้รับเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกตลอดจนประชาชน ที่จะได้ถามคําถามกับรัฐบาล อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่ามีบทเรียนสําคัญที่อยากจะพูด ในเบื้องต้น ดิฉันคิดว่าอุทกภัยแล้วก็วาตภัยครั้งนี้ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศของเรากินพื้นที่ ครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ ๖๐ กว่าจังหวัด ถือเปึนภัยร้ายแรงถ้าเปรียบประเทศไทย เปึนเรือลําใหญ่ก็เผชิญหน้ากับปัญหาทุกรอบด้าน คลื่นลมแรง ถ้าไม่มีสติ ไม่มีสมาธิ ที่มุ่งมั่นภายใต้การนําของรัฐบาลดิฉันคิดว่าปัญหาจะมากกว่านี้นะคะ เพราะฉะนั้น ในเบื้องต้นดิฉันเห็นว่ามีปัจจัยอยู่ ๔ อย่างที่ทําให้วิกฤตการณ์ในชั้นต้นผ่านพ้นไปได้ อันดับที่ ๑ ดิฉันคิดว่าสําคัญที่สุดก็คือพระเมตตาแล้วก็น้ําพระราชหฤทัย ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์นะคะ เหล่านี้ ก็สร้างขวัญกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย

ปัจจัยสําคัญที่ ๒ ก็คือกลไกของภาครัฐ ดิฉันเห็นว่ากลไกภาครัฐได้ทํางาน แม้ว่าประสิทธิภาพจะไม่เต็มร้อยแต่ดิฉันได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และคณะ ตลอดจนราชการทุกภาคส่วนได้ทํางานอย่างเต็มที่ ดิฉันก็พูดเสมอว่าเราต้อง เอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจแล้วดิฉันคิดว่าท่านได้ทําหน้าที่ แต่ว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นนั้นก็ย่อมต้องมีอันนี้ต้องเปึนกําลังใจซึ่งกันและกัน

อีกประการหนึ่งที่ทําให้วิกฤตการณ์ผ่านไปได้ก็คือเรื่องของความร่วมไม้ร่วมมือ น้ําใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกัน ความช่วยเหลือของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเปึนประชาชน ด้วยกันเอง หรือว่าภาคธุรกิจเอกชนที่เราเห็นไม่ขาดสาย อันนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่ทําให้คนไทยนั้น ได้หันหน้าเข้ามาหากันในยามที่เกิดภัย ถือว่าเปึนสิ่งดีที่บังเกิดในยามทุกข์

ประการสุดท้ายดิฉันเห็นว่าความอดทนอดกลั้นแล้วก็การพึ่งพาตนเอง ของพี่น้องประชาชนที่เปึนผู้ประสบภัยเปึนปัจจัยหนึ่งที่ทําให้เราฝ์าวิกฤติในรอบนี้มาได้ เพราะว่าดิฉันเองได้เห็นสภาพของพี่น้องทุกระดับแล้วก็มีความเสียหายที่หนักหนาสาหัส แต่ว่าหลายคนนั้นเมื่อเห็นความทุกข์ของเพื่อนร่วมชาติไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคใต้หลายคนก็ยังมีการปลอบขวัญ ปลอบใจตนเองแล้วก็ยืนหยัดแล้วก็พร้อมที่จะ ต่อสู้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามปัญหามากจริง ๆ ขณะนี้รัฐบาลได้มีมาตรการออกมาหลายเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ตั้งคณะกรรมการที่จะเรียกว่า ศชอ. หรือ คชอ. ที่เปึนศูนย์ประสาน การช่วยเหลือฟุ๋นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยหรือว่าคณะกรรมการอํานวยการกํากับติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ตลอดจนมีมติ ครม. ออกมาหลายครั้งที่เปึนประเด็นก็คือ เนื่องจากมันมีความเสียหายหลายระดับแล้วก็หลายเรื่อง แล้วก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดิฉันคิดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกายและจิตใจ กรณีอันนี้ก็อาจจะแก้ได้ ชัดเจนเพราะว่ามีผู้ที่สูญเสียชีวิตประมาณเกือบ ๒๐๐ ราย หรือว่า ๑๐๐ กว่าราย ก็จะมีเกณฑ์ช่วยเหลือที่ชัดเจนตลอดจนมีหน่วยงานที่เยียวยา เกณฑ์การช่วยเหลือ ที่ในเรื่องของการฟุ๋นฟูสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเปึนถนนหนทาง แหล่งน้ํา ขณะนี้ ในหลายหมู่บ้านน้ํากินน้ําใช้ น้ําประปา น้ําบาดาลก็ใช้ไม่ได้เหล่านี้ดิฉันคิดว่าก็ยังพอมี หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพราะว่ามีหน่วยงานลงไปดูอันนั้นไม่สลับซับซ้อนเพราะว่า ถนนมันเสียหายไม่มีชีวิตจิตใจก็ฟุ๋นฟูใหม่ได้ แต่ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วส่วนที่ยาก แล้วก็มีรายละเอียดก็คือความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินแล้วก็บ้านเรือน ตลอดจน พืชสวนไร่นาทางการเกษตรที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดิฉันมีเรื่องที่สมาชิกฝากมามากมายเลยค่ะว่าในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่มีความสับสนแล้วก็ยัง ไม่แน่ใจว่าจะปฏิบัติอย่างไรถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่นหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลประกาศไปเรื่อง การเยียวยาเบื้องต้น เรื่องของการจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทนั้น เรามีกรอบเรื่องของเดือนว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงของเดือนตุลาคมเปึนต้นมา แล้วก็ก่อนหน้านั้นพื้นที่ที่ประสบภัย เช่นกันจะได้รับการดูแลหรือไม่ หรือว่าพืชสวนไร่นาที่ทําการเกษตรแต่ว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียน เกษตรกร เหล่านี้จะมีสิทธิหรือไม่ เพราะทราบว่ามติ ครม. ก็มีแล้วบอกว่าให้ครอบคลุมไปด้วย ถ้าประสบภัย แต่ว่าสําหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเขายังไม่ได้รับสัญญาณที่ชัดเจน ตลอดจน แม้แต่พื้นที่ภาคใต้ที่ทําสวนยางเราก็จะได้ยินเปึนข่าวอยู่นะคะว่าพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีเอกสารสิทธิจะได้รับการดูแลอย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการประมง อย่างเช่น จังหวัดลพบุรีมีทั้งสัตว์ป้ก แล้วก็สัตว์ใหญ่โค-กระบือ สัตว์ป้กก็จะมีตั้งแต่คนที่เลี้ยงไก่ บางคนเอาไก่เข้ามาเพิ่งอายุได้ ๒-๓ วัน แต่ว่าเกณฑ์ก็คือเบื้องต้นถ้าเกิดว่าอายุ ๑๕ วัน ลูกไก่เราชดเชยอัตราเท่าไรอย่างนี้เปึนต้น คือมันจะมีรายละเอียดที่ซับซ้อนก็คือวัยของพืช วัยของสัตว์ที่แตกต่างกัน อันนี้ดิฉันก็เลยคิดว่าวันนี้คําถามที่จะถามรัฐบาลก็คงจะตอบ ไม่ได้ทั้งหมดเพราะรายละเอียดมันมาก เพียงแต่อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบ เปึนหลักเกณฑ์ในภาพรวมก่อนนะคะว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ดําเนินการมา ดิฉันถามในเรื่องของ การฟุ๋นฟูในช่วง ๒-๓ เดือนต่อจากนี้ไป กรอบหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมันเปึนอย่างไรบ้าง กว้าง ๆ แล้วก็เรามีแผนปฏิบัติการในช่วง ๒-๓ เดือนนี้อย่างไร เพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้อง ประชาชนว่ากลไกของภาครัฐจะได้ทํางาน แล้วก็จะทําให้ประชาชนได้ลุกขึ้นมายืนหยัด มีชีวิตได้เปึนปกติสุขอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันขอเรียนถามเปึนคําถามแรกค่ะ