ซูการ์โน มะทา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเขาไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากไม่เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่นี้ได้ และกล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้เกิดความแตกแยกและแบ่งแยกประชาชนในพื้นที่นี้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย สําหรับในมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น ก่อนที่ผมจะสนับสนุนเหตุผลในการที่เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นั้น ขอเรียนท่านประธานว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วนั้น ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภาในวาระแรกว่า พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่มีความพึงประสงค์ที่จะมีการใช้กฎหมายพิเศษ ในเขตพื้นที่ และไม่มีความต้องการที่จะเอาหน่วยราชการของรัฐไปซํ้าซ้อนอยู่กับ หน่วยราชการของรัฐในพื้นที่ อันนี้คือข้อเท็จจริง เพราะวันนี้นั้นมูลเหตุของการกําหนด ก่อเกิดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นก็เนื่องจากว่ารัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ได้ใช้ เหตุผลอ้างว่าปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นแก้ปัญหาไม่ได้ และปัญหาก็ยืดเยื้อมาเป็ นเวลา ๕ ปี ๖ ปี นั้นเกิดจากรัฐบาลมีการยุบ ศอ.บต. จึงมีการกําหนดร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ฉะนั้นวันนี้ถ้าข้อเท็จจริงแล้วนั้น แม้จะมีหน่วยงานรักษาการ โดยมีท่านเลขาธิการ ศอ.บต. เข้าไปดําเนินการ การแก้ปัญหา เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ก็ไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิม เหตุฆ่ารายวันก็ไม่จบ เหตุปัญหาฆ่าที่เกิดขึ้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ไม่ปรากฏชัดต่อสังคม ไม่สามารถเอาข้อเท็จจริงมาชี้แจง วันนี้ผมคิดว่าแม้รัฐบาลจะพยายามใช้เสียงส่วนใหญ่ ผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็ยังไม่เห็นคุณค่าว่าจะไปแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ แต่เหตุผลที่ผมสนับสนุนกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ในมาตรา ๓ ว่า นิยาม ของมาตรา ๓ นั้นเราเห็นด้วยว่าในเมื่อพื้นที่ที่มีปัญหาคือพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอเท่านั้น เพราะในรายละเอียดของอีกหลาย ๆ มาตรานั้นจะมีการพูดถึง สิทธิประโยชน์ที่จะไปสร้างเป็นเงื่อนไขที่บรรดาเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านพยายามมองว่า หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาไปแล้วจะเป็นการแบ่งแยก เป็นการสร้างความแตกแยก ผมเห็นด้วยนะครับ ถ้าสภาแห่งนี้ไม่เอากฎหมายฉบับนี้แล้วให้ประเทศไทยมีกฎหมาย ฉบับเดียว แล้วให้ข้าราชการส่วนภูมิภาคเข้าไปแก้ปัญหา อันนี้คือข้อเท็จจริงที่พี่น้องประชาชน เขาต้องการ เพราะในสิทธิของรัฐธรรมนูญนั้นเขาดูความแตกต่างในเรื่องของอัตลักษณ์ และชาติพันธุ์ก็สามารถที่จะตั้งเป็นเขตปกครองพิเศษตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความต้องการมากกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าวันนี้ เราจะเห็นได้ว่าถ้าหากเราพยายามมองแล้วก็ตีประเด็นเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด ผมว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นมา ๕-๖ ปีนั้น พี่น้องประชาชนเสียชีวิต เกือบ ๔,๐๐๐ คน พี่น้องประชาชน ข้าราชการ ผู้บริสุทธิ์ บาดเจ็บเกือบ ๑๐,๐๐๐ คน ไม่มีเหตุการณ์ใดที่สามารถบ่งชี้ว่าหน่วยงานราชการไปแก้ปัญหาแล้วเกิดประโยชน์ ทั้งหมดที่เราพยายามจํากัดนิยามตรงนี้เพราะว่าในรายละเอียด ๒๗ มาตรานั้นมีมาตรา อีกหลายมาตราที่ส่งผลให้เห็นว่าถ้าหากเราขยายเขตพื้นที่ไปกินถึงจังหวัดสงขลา ไปกินถึงจังหวัดสตูล ผมถามท่านรัฐมนตรี ถามท่านรัฐบาล และถามกรรมาธิการว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วในกฎหมายฉบับนี้มีสิทธิพิเศษสําหรับบรรดาข้าราชการ มีการทวีคูณ จํานวนเวลาปฏิบัติงานในราชการ คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุ่มเสี่ยง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นนายอําเภอ ไม่ว่าจะเป็น ผู้กํากับ ผู้การ หรือกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาอยู่ในความเสี่ยงถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ ๆ เราจะไปขยายเขต สิทธิเหล่านี้ก็จะไปครอบคลุมถึงจังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา ผมถามว่า จะมีข้าราชการดี ๆ คนไหนครับที่จะอุทิศตนไปแก้ปัญหาให้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าให้พื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเป็นพื้นที่ชั้นสองสิครับ ใช้กฎหมายเดียวกัน ทั้งประเทศ ใช้หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคที่มีอยู่แล้ว ใช้ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้ผู้การ ใช้นายอําเภอ ให้มีศักยภาพ แต่ถ้าหากเราผ่านกฎหมายฉบับนี้ขึ้นไปแล้วครับ นายอําเภอ ในพื้นที่จังหวัดสงขลาซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ต่อกับจังหวัดสตูล ติดต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็นระโนด สทิงพระ ไปทํางาน ๑ ปีแล้วกลับ ข้าราชการที่ทํางานอยู่ในพื้นที่ สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี เจาะไอร้อง บันนังสตา ยะหา ๑ ปีเท่ากับ ๒ ปี สิ่งเหล่านี้ผมถามว่า จะมีข้าราชการที่ไหนเขาจะไปทํางานในพื้นที่ครับ ถ้าหากสิ่งเหล่านี้เราไปขยายเขตพื้นที่ ของความมั่นคงไปถึงจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามจะเรียน ท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติว่าวันนี้พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาไม่ใช่อยากจะตัดจังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล เขาอยากจะแลกเลยครับ เอาไหมครับ ท่านเอาไปเลยครับกฎหมายฉบับนี้ ไปเลยครับ เอาไปใช้เลยครับ แต่คนจังหวัดสตูล ลองมาใช้ชีวิต ๒๔ ชั่วโมงในจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ข้าราชการที่อยู่จังหวัดสตูล ข้าราชการที่อยู่จังหวัดสงขลา ลองไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สิครับ และเอาข้าราชการที่เขาสุ่มเสี่ยงชีวิต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๔ ชั่วโมงเหล่านี้ไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดสตูลและจังหวัดสงขลาท่านเอาไหม ก็ไม่มีใครเอา เพราะฉะนั้นการที่พยายามบิดเบือนว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นมีผลประโยชน์เรื่องของ งบประมาณ ผมว่าไม่ใช่ครับ เพราะเป็นรัฐบาลแล้วทุกจังหวัดคุณจะต้องไปทําการพัฒนา ให้มีความเท่าเทียมไม่จําเป็นจะต้องขึ้นกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ และบางครั้ง