พีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอแนะว่า พื้นที่ที่ควรอยู่ภายใต้การดูแลตามกฎหมายฉบับนี้ ควรเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องความมั่นคงจริง ๆ และไม่ควรรวมพื้นที่ที่ไม่มีปัญหา เช่น จังหวัดสตูล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ถึงแม้ผมจะมาจาก จังหวัดยโสธร แต่ว่าผมก็มีเพื่อนอยู่ภาคใต้เยอะมากจนกระทั่งหลายคนคิดว่าผมเป็น ส.ส. ภาคใต้ไปด้วยซํ้า ผมเคยลงไปปฏิบัติหน้าที่ราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่มาก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าดูจากการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการ มาตรา ๓ ซึ่งในเรื่องเขตภาคใต้จะครอบคลุมพื้นที่เท่าไรนี่มีอยู่ถึง ๔ แบบ ๑. เอา ๓ จังหวัด อย่างเดียว ๒. เอา ๓ จังหวัดบวกกับ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ๓. มี ๔ จังหวัดบวกกับ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ๔. แล้วก็ ๕ จังหวัด ผมก็พยายามฟังดูเหตุผลแต่ละท่าน ที่เสนอมา ที่จริงผมคิดว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านน่าจะรู้ปัญหาดี บังเอิญ ท่านก็ไปอยู่ในกลุ่มที่เป็นเสียงข้างน้อยคือเห็นด้วยกับที่อยากให้มี ๕ จังหวัด ฉะนั้น ถ้าดูแล้วแปลว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากจํานวนเท่าที่ทราบประมาณ ๑๔-๑๕ ท่าน เอาตามร่างที่เสนอมานี้ก็คือมี ๓ จังหวัดบวกกับ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ กฎหมายนี้เรียกว่า การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าดูเรื่อง ความเป็นมาของกฎหมายนี้จะมุ่งเน้นเรื่องของความมั่นคง ต้องการแก้ปัญหาความมั่นคง เป็นหลัก สมัยก่อนเราเคยมี ศอ.บต. แล้วก็มีการยกเลิกบอกว่าแก้ปัญหาไม่ได้ บัดนี้ ก็ทราบว่าทางพรรคประชาธิปัตย์พยายามจะฟื้นขึ้นมาก็คือกฎหมายฉบับนี้แหละ หน้าตา ก็เป็นอย่างนี้ ฉะนั้นเมื่ออ่านดูเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด คือผมไม่ได้ดู เฉพาะเพียงว่านิยามมาตราเดียว แต่ถ้าอ่านดูทั้งหมดแล้วตั้งแต่มาตราที่พูดถึงเรื่อง ให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง มาตรา ๔ ให้สภาความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง จัดทํายุทธศาสตร์ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มาตรา ๙ ให้มีอํานาจหน้าที่ อะไร รู้หลัก ๆ อย่างนี้แล้วมันไม่ใช่การบริหารภาคใต้ที่ต้องการให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่นที่เราไม่คิดว่าจะตั้งให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หลายประเทศเคยมี การบริหารราชการจังหวัดชายแดนอย่างนี้ แต่เขาไม่ได้เน้นที่แก้ปัญหาเรื่องความมั่นคง แต่แก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจหรือการค้าชายแดนเป็นหลัก ฉะนั้นเมื่อต้นตอของกฎหมายฉบับนี้มุ่งไปที่เรื่องของความมั่นคง กลไกที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่มาตรา ๔ เป็นต้นมา ก็เอาเรื่องของความมั่นคงเป็นหลัก แต่ว่าวิธีจะแก้ปัญหา เรื่องความมั่นคงนั้นมันก็ตามด้วยเรื่องของการพัฒนาซึ่งก็ไม่แปลกอะไร ฉะนั้นเมื่อ ความมุ่งหมายของกฎหมายนี้มันเป็นอย่างนั้นแล้ว ผมก็คิดว่าพื้นที่ที่จะอยู่ภายใต้การดูแล ตามกฎหมายฉบับนี้ก็ต้องเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องของความมั่นคงจริง ๆ และถามว่า พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาต้องการกฎหมายอย่างนี้ไหม เพื่อน ส.ส. ที่มาจาก ภาคใต้ จังหวัดยะลาบอกผมว่าจริง ๆ เขาไม่ต้องการ เขาก็อยากจะเหมือนจังหวัดอื่นนั่นละ แต่ที่มันมีกฎหมายอย่างนี้พิเศษขึ้นมาก็เพราะทางราชการไปมีปัญหาขึ้น และคิดว่า การจะแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคงต้องมีกฎหมายพิเศษเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ แล้วก็เป็นเพราะที่ทางฝ่ายราชการต้องการ ผมคิดว่าวิธีคิดก็ต้องจํากัดพื้นที่ จํากัดเรื่อง จํากัดคน ที่มาเกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด ก็คือเอาพื้นที่ที่มีปัญหากันจริง ๆ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดิมให้ชัดเจน จังหวัดสตูลเท่าที่ฟังมา ตามมาตลอดผมไม่ค่อยได้ยินเลยว่าที่จังหวัดสตูล มีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น ไม่เห็นมีข่าวว่าจะมีการวางระเบิดที่จังหวัดสตูล ไม่มีครับ หรือถ้าจะมีก็คงน้อยมาก จนกระทั่งผมไม่คิดว่าจังหวัดสตูลอยู่ในเขตนี้ มาที่จังหวัดสงขลา ๔ อําเภอที่ว่านี้มันก็ปรากฏชัดเจนว่ามีปัญหาเรื่องของความมั่นคงอยู่ รัฐบาลที่ผ่านมา เมื่อมีการประกาศก็คลุมไปที่ ๔ อําเภออย่างนี้เกิดขึ้น เมื่อวัตถุประสงค์มันเป็นอย่างนี้ผมก็ คิดว่าจําเป็นจะต้องมีการกําหนดขอบเขตให้มันชัดเจน เพราะอะไรครับ คือถ้าไปดูโครงร่าง ของกฎหมาย ท่านประธานดูมาตรา ๑๕ ที่พูดถึงเรื่องว่าให้อํานาจให้ทําอะไรต่ออะไรได้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว สอดคล้องกับภารกิจของ ศอ.บต. รวมทั้งเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ ศอ.บต. อาจวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน พัสดุ เบี้ยเสี่ยงภัย ค่าชดเชย งานสารบรรณขึ้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอําเภอเมืองสงขลา อําเภอหาดใหญ่ เมื่อกี้ฟังกรรมาธิการเสียงข้างน้อยบางท่านบอกว่าแม้อําเภอเมืองสงขลา อําเภอหาดใหญ่ จะมีธุรกิจที่สําคัญแต่ว่าก็มีปัญหาเหมือนกัน มีการวางระเบิดเกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน คือถ้าเอาเหตุผลเพียงแค่นี้ ผมถามว่าอย่างนั้นถ้ามันเกิดระเบิดที่จังหวัดชุมพรบ้างล่ะ ท่านจะไม่ขยายมาถึงจังหวัดชุมพรหรือ ปัญหาก็คือว่าเมื่อเราต้องมาใช้กฎหมายอย่างนี้ขึ้น ก็ต้องจํากัดบริเวณที่มันมีปัญหาจริง ๆ จังหวัดที่มีปัญหาจริง ๆ ข้อมูลทุกคนก็รู้ ไม่อย่างนั้นแล้วดูมาตราต่อไป มาตราสุดท้าย มาตรา ๒๕ ให้โอนงบประมาณและหนี้สิน ของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ส่วนที่เกี่ยวกับภารกิจ ของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ตาม พ.ร.บ. นี้มาเป็นของศูนย์นี้ ถ้าเอา ๒-๓ มาตรานี้เข้ามาเกี่ยวข้องก็แปลว่าอะไร แปลว่าต้องการงบประมาณพิเศษ บริหารพิเศษ อะไร ๆ ก็พิเศษ ก็ขยายพื้นที่ออกมาเรื่อย ๆ มันพิเศษกันไปหมด ผมว่าอย่างนั้นมันน่าจะ เลยเถิดวัตถุประสงค์ของการมีกฎหมายอย่างนี้เกิดขึ้น ผมจึงเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ที่เห็นว่าการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นหมายถึงพื้นที่จังหวัด นราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา คือพื้นที่ ๔ อําเภอที่กําหนดมานี้ เท่านั้น นี่เป็นเหตุผลตามเรื่องจริง ๆ ตามเหตุผลของเรื่องจริง ๆ มันอยู่อย่างนี้อย่าไปขยาย อีกเลยครับ ถ้าขยายกันออกไปไปดูมาตราอื่นที่จะใช้ด้วย เดี๋ยวพี่น้องจังหวัดอื่นที่อยู่ เลยจังหวัดสงขลาขึ้นมาอีก ทําไมไม่ให้พิเศษผมบ้าง ไม่ให้อันนี้ผมบ้าง มันไม่จบ ฉะนั้น เอาพื้นที่ที่มันมีปัญหาจริง ๆ และเป็ นปัญหาที่ว่าเราต้องการ ชื่อมันก็บอกว่า การบริหารพิเศษ เพราะมันมีปัญหาพิเศษ ขอบคุณครับท่านประธาน