สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ประเกียรติ นาสิมมา พูดถึงร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ..... โดยมีใจความหลักว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นเครื่องมือที่ชัดเจนในการบริหารราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่ใช่พระราชบัญญัติเกี่ยวกับเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่เป็นการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการการปกครองโดยอํานาจรัฐที่ชัดเจน รวมทั้งการจัดสรร งบประมาณเป็นการจัดสรรอย่างอิสระด้วยตนเอง และจะช่วยให้สามารถเอาชนะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่นั้นได้

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขณะนี้กําลังอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ ซึ่งมาตรา ๓ นั้นความเดิมว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หมายความว่า จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่นหรือบางพื้นที่ของ จังหวัดอื่นในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด นี่ก็คือร่างพระราชบัญญัติเดิม ซึ่งต่อมา ก็มีการแก้ไขเพิ่มเติมทั้งกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและเสียงข้างมากแก้ไขเพิ่มเติม ส่วนในตัวกระผมก็คงจะให้การสนับสนุนในมาตรา ๓ นี้คือกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยที่ผมจะขออภิปรายสนับสนุนดังนี้ คือต้องทําความเข้าใจนิดหนึ่งว่าร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ไม่ใช่พระราชบัญญัติเกี่ยวกับ เรื่องเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่เป็นการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งขณะนี้ ปรากฏว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บางส่วน โดยกฎหมายธรรมดาหรือกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินธรรมดาไม่สามารถที่จะให้ผู้บริหารหรือข้าราชการเข้าไปทํางาน เพื่ออํานวยประโยชน์ ความผาสุกให้ประชาชนอย่างเต็มที่อย่างปกติ ด้วยเหตุที่มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหนือข้าราชการ เหนือการบริหารราชการอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น เครื่องมือที่รัฐบาลมีอยู่ในขณะนี้ก็คือพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร นอกจากนั้นยังมี พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้ง ๒ เครื่องมือนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ได้ รัฐบาลจึงเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาเป็นเครื่องมืออีกฉบับหนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในความคิดเห็นส่วนตัวของผมเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มี ความหมิ่นเหม่ต่อการแบ่งแยกดินแดน การแบ่งแยกประเทศไทย เคยอภิปรายไว้แล้ว ในตอนที่ร่างรับหลักการ โดยเหตุผลก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้มีการแบ่งพื้นที่ชัดเจนว่า จะเป็นพื้นที่ที่ตรงไหน และอันที่ ๒ ก็มีการจัดการการปกครองโดยอํานาจรัฐที่ชัดเจน นอกจากนั้นยังสามารถที่จะออกกฎ ระเบียบ ของตนเองได้ชัดเจน รวมทั้งการจัดสรร งบประมาณเป็นการจัดสรรอย่างอิสระด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ชัดเจนว่าเพื่อเอาชนะ เพื่อที่จะนําชัยชนะเข้ามาสู่พื้นที่ที่มีปัญหา โดยขจัดสลายกลุ่มผู้ที่ก่อความไม่สงบจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นจึงเป็น เครื่องมือของหน่วยงานของภาครัฐเท่านั้น ไม่ใช่ที่จะไปเป็นเครื่องมือที่จะพัฒนาให้พื้นที่ มีความเจริญรุ่งเรืองแต่ประการใด ถ้าเครื่องมือนี้ทํางานได้สําเร็จ พื้นที่เป็นปกติ กฎหมาย หรือระเบียบในทางราชการที่ปกติก็จะเข้าไปบริหารราชการแทน ผมจึงถามต่อไปอีกว่า กฎหมายฉบับนี้จะยังคงอยู่หรือเปล่า จะต้องเลิกไปหรือไม่ เพราะฉะนั้นในเมื่อกฎหมาย ฉบับนี้มีความหมิ่นเหม่ที่จะทําให้เกิดการแบ่งแยกดินแดนได้ในอนาคตเพราะมีอันตราย สูงสุดที่จะเป็นอย่างนั้นได้ จึงต้องจํากัดเขตพื้นที่ที่จะบริหารให้ชัดเจน ผมจึงเห็นด้วย ในการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๓ นี้ให้ชัดเจนว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้หมายความว่า จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลาเฉพาะอําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอสะบ้าย้อย และอําเภอนาทวีเท่านั้น ถ้าหากว่าปล่อยให้เป็นพื้นที่โดยไม่จํากัดเฉพาะอย่างนี้ โดยงบประมาณก็ดี หรือการจัดการ โดยวิธีพิเศษก็ดี มันเป็นผลประโยชน์ มองไปอีกอย่างหนึ่งมันเป็นผลประโยชน์ อาจจะมี การก่อสถานการณ์ให้เกิดเหตุการณ์แล้วประกาศใช้ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งไม่มีปัญหาให้เกิด มีปัญหาต่อไปได้ ในที่สุดถ้าหากว่ากฎหมายในลักษณะนี้ไม่จํากัดพื้นที่ให้ชัดเจนอย่างที่ ผมได้กราบเรียนแล้วพื้นที่ในประเทศไทยโดยทั่ว ๆ ไปก็มีปัญหาอยู่แล้ว อีกหน่อยก็คงจะ เป็นจังหวัดชายแดนภาคเหนือบ้าง จังหวัดชายแดนภาคอีสานบ้าง ซึ่งก็มีความล่อแหลม เหมือนกัน ในที่สุดประเทศไทยคงจะต้องมีพระราชบัญญัติอย่างนี้เกิดขึ้นมาหลายฉบับ ถ้าหากว่า เราไม่คํานึงถึงความสําคัญว่าส่วนกลางจะเป็นส่วนที่มีอํานาจสูงสุดในการที่จะบริหารราชการ ในพื้นที่ที่มีปัญหา แล้วเราก็ออกพระราชบัญญัติให้เป็นเครื่องมือ และให้สิทธิพิเศษ กับข้าราชการกับหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการขึ้นเงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณอื่น ๆ ที่จะเข้าไปใช้ในตรงนั้น ซึ่งกรณีเช่นนี้มันไม่มีที่จบสิ้น ผลประโยชน์ลักษณะนี้ไม่มีที่จบสิ้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขอจํากัดพื้นที่ให้ชัดเจน ดังที่ผมได้กราบเรียนไว้แล้ว แล้วก็ขอกราบเรียนว่าถ้าเป็นไปได้เมื่อพื้นที่หรือข้าราชการ ที่ได้ใช้เครื่องมือตามกฎหมายฉบับนี้เข้าไปช่วงชิงหรือสลายกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ ในภาคใต้ ใน ๓ จังหวัดและ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลานั้นได้เรียบร้อยแล้วน่าจะ ออกกฎหมายเลิกกฎหมายฉบับนี้ต่อไปด้วยในอนาคต ขอบคุณมากครับ