ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ... โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ โดยระบุว่าการแก้ไขดังกล่าวจะทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต่างๆ มีปัญหา และอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดสงขลา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ ที่กรรมาธิการได้ไป ทําการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากร่างที่รับไปจากสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างที่เราเห็นชอบในหลักการนั้นถือว่าเป็นร่างของสภาผู้แทนราษฎร แต่ร่างที่อยู่ในมือผม ขณะนี้ก็ถือเป็นร่างของกรรมาธิการ ซึ่งจะต้องให้สภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบว่า จะเห็นชอบกับร่างกรรมาธิการหรือไม่ ผมกลับมาในประเด็นมาตรา ๓ ที่กรรมาธิการ ได้ไปแก้ไข ฟังจากเพื่อนสมาชิกที่ได้สงวนความเห็นไว้ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ให้ความเห็น แล้วผมเองก็ดูในร่างหลักที่รับไปคงจะต้องมีคําถามแล้วก็มีคําอภิปราย ในมุมมองของสมาชิกคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่ผมก็ถือว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่จะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อนําไปใช้ในการพัฒนา เป็นการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามเจตจํานง ตามหลักการและวัตถุประสงค์ของการออกกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ กรรมาธิการได้ไปแก้ไขในมาตรา ๓ ตัดข้อความบางข้อความออกแล้วก็เพิ่มข้อความเข้าไป กระผมคงจะไม่ลงรายละเอียดเพราะสมาชิกพูดไปเยอะ ความหมายก็คือนิยามคําว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหลือเฉพาะ ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลาเท่านั้น จากร่างเดิมนะครับ ร่างเดิมเราให้ ๕ จังหวัด บวกจังหวัดอื่นหรือบางพื้นที่ของจังหวัดอื่น ในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ในฐานะที่เป็นจังหวัดชายแดน กรรมาธิการได้ไปตัด และจังหวัดอื่น หรือบางพื้นที่ของจังหวัดอื่นในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ออก ตรงนี้ในมุมผม ผมกราบเรียนท่านประธาน ถ้าสมมุติความหมายในคํานิยามในมาตรา ๓ นี่ชัดเจนก็คือว่านอกจาก ๕ จังหวัดแล้ว จังหวัดอื่นที่เข้าเงื่อนไขเป็นจังหวัดชายแดน ก็สามารถจะกําหนดเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อเข้าสู่กระบวนการการพัฒนาตามกฎหมาย ฉบับนี้ได้ ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการก็คงเข้าใจเช่นนั้น แต่กรรมาธิการไปตัดออกผมเข้าใจว่า กรรมาธิการกริ่งเกรงว่าถ้าเขียนไว้อย่างนี้ดูเหมือนจะเฝือ ผมขออนุญาตใช้คําพูดว่าเฝือ เพราะไม่รู้ว่ามันจะอยู่พื้นที่ไหน อาจจะมีปัญหาภาระเรื่องงบประมาณตามที่คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นองค์กรในรูปของกรรมการ และมี ศอ.บต. เข้ามารองรับตามภารกิจหน้าที่ อาจจะกลัวว่าจะกําหนดพื้นที่เฉพาะลงไปไม่ได้ จะทําให้มีปัญหาเรื่องของงบประมาณในการพัฒนาแล้วก็ได้ตัดออก และให้เหลือเฉพาะ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลากับ ๓ จังหวัด ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าจริง ๆ ผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ไม่เห็นด้วยในประเด็นที่ ๑ ประเด็น ที่กําหนดขอบเขตให้ชัดเจนลงไปเป็นการเฉพาะอย่างนี้มันจะเหมือนกับกฎหมายฉบับนี้ ส่อในการที่จะพัฒนาเฉพาะพื้นที่ตรงนี้เท่านั้น เฉพาะพื้นที่ตรงนี้เท่านั้น หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยก็ดี เหตุการณ์ที่จําเป็น จะต้องมีการพัฒนาที่จังหวัดสงขลาที่ไม่ใช่ ๔ อําเภอนี้ก็ทําไม่ได้ ถ้าเป็นเจตจํานง ของกรรมาธิการอย่างนั้นคงต้องตอบสภาให้ชัดว่าท่านมีเจตจํานงเรื่องนี้อย่างนี้จริง ๆ สภาจะได้พิจารณาแล้วจะลงคะแนนให้กับท่านหรือไม่
ผมมีคําถามอันที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านไปจํากัดอย่างนี้นะครับ โดยเนื้อหาสาระของโครงสร้างกฎหมายฉบับนี้ทั้งหมดมีตัวองค์กร มีกรรมการยุทธศาสตร์ มี ศอ.บต. ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติ และเขียนอํานาจหน้าที่เข้ามาในมาตรา ๙ ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่ากรรมาธิการชุดนี้ขยันมากครับ ได้ไปทํากฎหมาย และมีการเพิ่มเติม แก้ไข ทุกมาตรา ก็ต้องขอบคุณกรรมาธิการได้แสดงเจตจํานง แสดงว่า ท่านได้พิจารณากันอย่างถ้วนถี่ในมุมมองของกรรมาธิการ เพิ่มอํานาจหน้าที่ในมาตรา ๙ จนไปถึงขอบเขตของอํานาจหน้าที่มากมาย และเพิ่มมาตรา ๙/๑ เข้าไปอีกซึ่งผูกโยงกัน พอเขียนอย่างนี้แล้วสิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าการที่ไปจํากัดวง เฉพาะอย่างนี้เหมือนกับจะไปตัดโอกาสของการใช้กฎหมายฉบับนี้ให้เป็นประโยชน์ กับพื้นที่ภาคใต้ในเรื่องการพัฒนาทุกมิติ ผมใช้คําว่า การพัฒนาทุกมิติ ถ้าเขียนอย่างนี้ เสมือนว่าท่านสนใจเฉพาะมิติของความมั่นคง เฉพาะการก่อการร้ายเท่านั้น ถ้าอย่างนั้น ทําไมท่านไม่เปลี่ยนชื่อกฎหมายไปล่ะครับ กฎหมายเพื่อป้ องกันการก่อการร้าย ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ชัดเจนเลยครับ เขียนอย่างนั้นไปเลย ถ้าท่านมองมิติเดียวคํานิยามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะจํากัดพื้นที่อย่างนี้ แต่ถ้าสมมุติกรรมาธิการบอกว่าการตัดจังหวัดอื่นหรือพื้นที่อื่นตามที่ ครม. จะกําหนด ยอมรับว่าตรงนี้กรรมาธิการคิดดี เพราะว่าการออกกฎหมายฉบับนี้เราก็กริ่งเกรงเหมือนกันว่าอํานาจนิติบัญญัติไปมอบ อํานาจให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้กําหนดบางเรื่องบางราวนี่ก็จะเป็นสิ่งที่มีปัญหาในอนาคต ก็จะเป็นปัญหาในอนาคตได้เช่นกัน ผมเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติและผู้สงวนความเห็น หลาย ๆ ท่านนะครับว่าอาจจะจํากัดเฉพาะ ๕ จังหวัดตรงนั้นโดยไม่เขียนคําว่า อําเภอ ลงไป แต่ฝากถามคณะกรรมาธิการนิดเดียวว่าที่ท่านจะไปตัดเรื่องของจังหวัดอื่นลงไปนี่ เป็นข้อกริ่งเกรงที่ผมมีสมมุติฐานใช่หรือไม่ เพราะว่าตอนขั้นรับหลักการเรายังเปิดกว้าง ให้ท่านถึงขนาดที่ให้ ครม. ไปกําหนดนะครับว่าพื้นที่ใดที่มีความจําเป็นต้องกําหนดมาอยู่ ในเกณฑ์ที่จะเข้าสู่กระบวนการการพัฒนาตามกฎหมายฉบับนี้ก็กําหนดได้ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดชุมพรก็อยู่ภาคใต้ติดกับประเทศพม่า ถ้าต้องการที่จะพัฒนาตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านก็ไปกําหนดได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ ในเรื่องที่คณะกรรมาธิการมีมติเป็นเสียงข้างมากให้ออกมาอย่างนี้ ท่านจะเอาอย่างนั้น จริงหรือไม่นะครับ แล้วสุ่มเสี่ยงนะครับ มีสุ่มเสี่ยง ถ้ามองมิติด้านความมั่นคงอย่างเดียวนี่ ก็สุ่มเสี่ยงในเรื่องการแตกแยก หลายท่านมาให้ความเห็นกับผมว่าปัญหาจ่าเพียรนะครับ พลตํารวจเอก สมเพียร เอกสมญา นี่ พลตํารวจเอกที่ยศใหม่นะครับ ไม่สามารถโยกย้าย ได้ก็เนื่องจากท่านไปกําหนดเขต ๙ และเขต ๑๐ เป็นความจําเพาะในเรื่องการบริหาร จัดการ เป็นปัญหาเรื่องเชิงโครงสร้างนั่นเองซึ่งมีผลกระทบกับการทํางานของข้าราชการ หรือผู้ปฏิบัติงานในตรงนั้น ถ้าท่านยังไปเขียนอย่างนี้นะครับ ตรงนี้ล็อกปุ๊ บทําอะไรไม่ได้เลย สําหรับจังหวัดอื่น ๆ แม้แต่จังหวัดสงขลา อําเภอที่อยู่ติดอําเภอจะนะก็ทําไม่ได้ จังหวัด ของท่านรองประธานเองครับ ถ้ามีปัญหาอะไรที่มันกระทบตรงนั้นท่านทําไม่ได้นะครับ ใช้กฎหมายฉบับนี้ทําไม่ได้ ผมเห็นด้วยกับท่านอสินะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ว่าพื้นที่มันมีพื้นที่ที่ถ้าแบ่งเป็นสีก็สีแดง สีเหลือง สีชมพู และสีเขียว สีเหลืองและสีเขียวนี่ เขียวนี่ปกติ หรือสีเหลืองกําลังจะเข้าสู่โซน (Zone) เฝ้ำระวัง และสีชมพูนี่ออกเรื่อ ๆ นิด มีปัญหา ถึงไม่โดยตรงก็โดยอ้อม เพราะฉะนั้นก็ฝากไปทางกรรมาธิการ ผมคิดว่าถ้าท่าน ยังยืนยันอย่างนี้ก็คงต้องอาศัยเสียงในสภาที่จะให้ความเห็นว่าจะเห็นชอบกับท่านหรือไม่ ฝากไว้ประเด็นหนึ่งครับ กราบขอบคุณครับ