นิพนธ์ บุญญามณี อภิปรายเหตุผลที่สงวนความเห็นต่อร่างกฎหมายบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าความมั่นคง และคัดค้านการขยายขอบเขตหรือลดจำนวนจังหวัดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดิม เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการบริหารจัดการและป้องกันปัญหาในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็น ขออนุญาต ที่จะอภิปรายเหตุผลที่สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๓ ที่นิยามความหมายคําว่า จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งในมาตรานี้นั้นผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็นไว้ ผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ไปแก้ไขร่างของร่างเดิม ซึ่งทั้งเป็นร่าง ของรัฐบาลและเป็นร่างกฎหมายที่ผมและคณะได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ไว้ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าเหตุผลที่ผมต้องสงวนความเห็นไว้และผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากนั้น เพราะผมคิดว่าโดยโครงสร้างของกฎหมายฉบับนี้ โดยหลักการ ของกฎหมายฉบับนี้ ก็เขียนไว้ชัดเจนว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นก็คือความมุ่งหมายของกฎหมายฉบับนี้นั้นมุ่งหมาย เพื่อที่จะบริหารราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นโดยประวัติศาสตร์ เดิมนั้น ตั้งแต่เราเริ่มมี ศอ.บต. เป็นต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ เรามีความชัดเจนว่าเราได้กําหนด พื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ในพื้นที่ที่พัฒนา ร่วมกันมาตลอด รวมทั้งเริ่มแรกที่เราเริ่มที่จะไปทําโครงสร้างกับประเทศเพื่อนบ้านก็ดี เราก็เอาพื้นที่ ๕ จังหวัดนี้อนุภาคตรงนี้ไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านของเรา ทั้งประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซียในการที่จะพัฒนาจังหวัดชายแดนตรงนี้ ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านในเบื้องต้น สิ่งสําคัญเหนืออื่นใดก็คือว่าเมื่อเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่ากฎหมายฉบับนี้เรามุ่งที่จะบริหารราชการมากกว่า ที่จะมุ่งเรื่องความมั่นคง เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาประเด็นเรื่องความมั่นคงมาเกี่ยวข้อง กับกฎหมายฉบับนี้ก็จะเป็นการผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งที่จะได้แก้ไขสถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ให้พ้นจากสภาพปัญหา ที่เราเรียกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องความยากจนก็ดี ปัญหาเรื่อง การศึกษาก็ดี ปัญหาเชิงวัฒนธรรมหรือว่าเชิงสังคมอื่นใดก็ดี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือ เจตนารมณ์เบื้องต้นที่ให้มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา กฎหมายฉบับนี้มิได้มุ่งเจตนารมณ์ ไปที่เรื่องความมั่นคงแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาปัญหาความมั่นคงมา เราก็ ตอบคําถามไม่ชัดเจน เราจะบอกว่าอําเภอหาดใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง คงไม่ใช่ เพราะว่าสิ่งที่เราประสบอยู่ เราทราบอยู่ หาดใหญ่โดนวางระเบิดในตลาดหาดใหญ่ ธุรกิจในหาดใหญ่ก็เป็นไปไม่ได้ เดินไปข้างหน้าไม่ได้ก็เพิ่งจะมีในช่วงรัฐบาลนี้ที่หาดใหญ่ กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เราจะบอกว่าอําเภอเมืองสงขลาไม่อยู่ในพื้นที่ความมั่นคง ก็คงไม่ใช่ เพราะว่าอําเภอเมืองสงขลาเคยโดนวางระเบิดครั้งเดียว ๔-๕ จุดพร้อมกัน โรงแรมในอําเภอเมืองสงขลาก็โดนวางระเบิดจากเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะบอกว่าพื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่พื้นที่ความมั่นคงเราก็คงตอบ ไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าเราต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน เมื่อสักครู่ผมคิดว่า สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไว้นั้นจะชัดเจนว่าถ้าจะตอบคําถามในพื้นที่จังหวัดสงขลาว่า อําเภอสะเดาไม่ใช่อําเภอชายแดนก็ตอบไม่ได้อีกครับท่านประธาน เพราะอําเภอชายแดน คือเรามีด่านสะเดาที่ติดต่อกับด่านของประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศมาเลเซีย ที่เรียกว่า ด่านจังโหลนนั้น ด่านนอกนั้น นั่นคือด่านประตูที่เปิดการคมนาคมระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้น เราจะบอกว่าอําเภอสะเดาเราตอบคําถามว่าทําไรเราไม่รวมอําเภอสะเดาเข้าไปด้วย เมื่อกฎหมายนี้เป็นกฎหมายจังหวัดชายแดน เราก็ไม่มีเหตุผลมาอธิบายกับพี่น้องอีก เราไม่สามารถตอบคําถามนี้ได้อีกว่าทําไมอําเภอสะเดากฎหมายสภาแห่งนี้ไม่ถือว่า อําเภอสะเดาเป็นอําเภอชายแดน นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเราต้องมีเหตุมีผลในการที่จะ ออกกฎหมาย ผมทราบดีครับท่านประธานว่าถ้าเราจะบอกว่าจังหวัดสตูลไม่ใช่จังหวัด ชายแดน เราเอาเหตุผลอะไรที่ไปบอกว่าจังหวัดสตูลไม่ติดต่อกับรัฐปะลิส หรือเราบอกว่า จังหวัดสตูลไม่มีปัญหาเรื่องความมั่นคง เราจะรอให้เกิดเหตุการณ์ความไม่มั่นคงก่อน แล้วเราจึงคิดจะไปวางกรอบวางระเบียบกฎเกณฑ์อย่างนั้นหรือ เราต้องบอกว่าวันนี้ ถ้าปัญหาในเชิงโครงสร้างเราต้องแก้ด้วยกัน เพื่อป้ องกันไม่ให้ปัญหามันเกิดในวันข้างหน้า ถ้าเราวางเหตุป้ องกันได้เราต้องป้ องกัน ไม่ใช่เรารอให้ปัญหาเกิดแล้วเราค่อยบอกว่า เราค่อยขยายไปทีละจังหวัด หรือขยายไปทีละอําเภอ มันไม่ใช่เหตุผลอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าในหลักการเดิมผมยังยืนยันว่าสิ่งที่ได้ร่างกฎหมายไว้ รัฐบาล ได้เสนอกฎหมายมา ๕ จังหวัดนั้น แล้วก็ร่างของพวกกระผมเองเสนอเป็น ๕ จังหวัดนั้น ผมคิดว่าเป็นการเสนอที่มีเหตุมีผล ผมพยายามหาเหตุผลว่าทําไมเราไม่เอา ๕ จังหวัด ผมมาพิจารณาในกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็เหตุการณ์ในขณะนี้ ปรากฏว่ามันมีความวิตกกังวล เรากังวลว่าสิทธิประโยชน์ที่พึงได้จากกฎหมายฉบับนี้จะไปตกอยู่ในพื้นที่บางพื้นที่ที่เขา ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นเลย แล้วถ้าหากเราไปกําหนดสิทธิประโยชน์ให้อย่างเสมอภาคกัน แล้วใครจะไปลงทุนในพื้นที่ที่มีอันตราย ใครจะไปเสี่ยงในพื้นที่เหล่านั้น ผมก็คิดว่านี่คือ ข้อกังวลของหลายท่าน แม้ว่าผมจะไม่ได้เป็น ส.ส. พื้นที่ แต่ในระบบสัดส่วนเป็น ส.ส.แบบสัดส่วนอยู่ในพื้นที่ก็ไปเยี่ยมเยียนพี่น้อง ก็ได้รับการปรารภตรงนี้แหละครับ เพราะถือว่าผมก็เป็น ส.ส. พื้นที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดน เป็น ส.ส. ๑๒ จังหวัด ก็ถือว่าเป็น ส.ส. พื้นที่ ก็ได้ฟังเหตุผล คําปรารภ ความห่วงใย ความกังวล ของหอการค้า ของสมาคม ต่างๆ กลัวว่าสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ตามกฎหมายฉบับนี้จะไปตกอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มี ความเสี่ยงภัย แล้วใครก็จะไม่มาลงทุนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัย การแก้ไขปัญหาก็จะ ไม่สัมฤทธิผล ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อกังวลอันนี้ผมจึงได้นําเสนอไว้ ในกฎหมายฉบับนี้ ผมได้เสนอกฎหมายไว้ในมาตรา ๙ ถ้าเพื่อนสมาชิกจะขอความกรุณา ได้ดูในมาตรา ๙/๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ร่างขึ้นใหม่เลย เป็นมาตราที่ร่างขึ้นใหม่เลย ร่างมาตรานี้ขึ้นมาก็ด้วยความกังวลเรื่องนี้ครับ เพื่อแก้ไขความกังวลในประเด็นดังกล่าว ในคณะกรรมาธิการก็ได้เสนอในมาตรา ๙/๑ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อห่วงใยดังกล่าว โดยขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านข้อความในมาตรา ๙/๑ ที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ว่า ในกรณีจําเป็ นเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. โดยความเห็นชอบของ กพต. อาจกําหนดให้เขตพื้นที่ใดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ และกําหนดกรอบแนวทางการบริหารและการพัฒนา ในพื้นที่นั้นได้ ข้อความตรงนี้เพื่อแก้ไขข้อกังวล โดยกําหนดให้ ศอ.บต. ถ้าคิดเพื่อประโยชน์ ในการพัฒนาแล้ว ศอ.บต. สามารถกําหนดเขตพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะได้ ก็คือไม่ต้อง กําหนดสิทธิประโยชน์ ไม่ต้องกําหนดพื้นที่ทั้ง ๕ จังหวัด ให้กําหนดพื้นที่เป็นรายอําเภอ ก็ได้ เป็ นรายจังหวัดก็ได้ หรือจะแบ่งย่อยลงไปเป็นรายตําบล ๓ ตําบล ๔ ตําบล พื้นที่ชายแดนติดต่อกัน หรือว่า ๓-๔ อําเภอก็ได้ นั่นคือการให้สิทธิที่จะให้ ศอ.บต. เป็นคน กําหนดว่าสิทธิประโยชน์ที่จะได้ในการลงทุนก็ดี หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดก็ดี ในเชิงธุรกิจ หรือว่าในเชิงการบริหารจัดการ ก็ให้ ศอ.บต. กําหนดสิทธิพิเศษนั้นได้ นั่นคือการมุ่งที่จะ ร่างกฎหมายขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ในการแก้ข้อห่วงใย ข้อกังวล ของหลาย ๆ ท่านที่กลัวว่าพื้นที่อื่นที่ไม่มีความเดือดร้อน หรือที่ไม่มีภัยเรื่องความมั่นคง จะได้สิทธิพิเศษตามกฎหมายฉบับนี้ไปด้วย เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเมื่อเรากําหนดแนวทางในการแก้ปัญหาว่าในมาตรา ๙/๑ แล้วเราก็ไม่ควรจะวิตกกังวล เพราะฉะนั้นเราจึงควรที่จะให้ดําเนินการไปตามกฎหมาย เดิมที่กําหนดไว้พื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อที่จะให้มีการพัฒนา ให้มีการแก้ปัญหา ในเชิงบริหาร ในเชิงการจัดการเป็นอนุภาคเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ไปแก้ไขกําหนดเพียง ๓ จังหวัดกับ ๔ อําเภอ ซึ่งมันไม่สามารถ ตอบคําถามให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ว่าเราร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อตอบคําถามอะไร ท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ