สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้คำตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหาการจราจรในจังหวัดพิษณุโลก โดยเน้นย้ำว่ากรมทางหลวงมีเส้นทางที่ยังไม่ขยายเป็น 4 ช่องจราจรอยู่ประมาณ 50,000 กว่ากิโลเมตร และจะใช้วิธีการแก้ไขหลายเรื่อง เช่น การขยายเส้นทางหมายเลข 12 การปรับปรุงเส้นทางรถไฟและถนน และการจัดงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร นอกจากนี้ยังเรียกร้องการพิจารณาหลายปัจจัยในการแก้ไขปัญหา

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก ท่าน ส.ส. มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ต้องถือว่าท่านได้นําความเดือดร้อนเร่งด่วนของ พี่น้องประชาชนในการสัญจรเดินทางในเขตจังหวัดพิษณุโลกมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้ภารกิจของกระทรวงคมนาคมได้แก้ไข ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ก่อนที่จะตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัญหาที่มี ณ ขณะนี้คือกรมทางหลวง มีเส้นทางที่ยังไม่ขยายเปึน ๔ ช่องจราจรอยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งเปึนปัญหาที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ จังหวัดได้นําปัญหานี้มากราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้กระทรวงคมนาคมได้แก้ไขปัญหา แต่ด้วยงบประมาณจํากัดเราก็ พยายามใช้วิธีอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือเอาปริมาณจราจรมาเปึนตัวชี้วัดว่าจะจัดเส้นทางไหน ก่อนหลัง เมื่อเอาปริมาณจราจรมาแล้วก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา เพราะบางเส้นทาง ถึงแม้ปริมาณจราจรไม่หนาแน่นแต่ว่ามีความจําเปึน ฉะนั้นเราจึงไปกําหนดเกณฑ์ว่า เส้นทางที่ควรได้รับการขยายเปึน ๔ ช่องจราจร ปริมาณจราจรก็คือ ๘,๐๐๐ คันต่อวัน และผมมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผมก็ได้ให้นโยบายว่านอกจาก การพิจารณาปัญหาจํานวนปริมาณจราจรแล้ว ขอให้พิจารณาถึงความจําเปึน ก็เลยมาออก นโยบายทางหลวงเพื่อชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหา บางพื้นที่ที่มีพี่น้องประชาชนเอาสินค้า พื้นเมืองไปขายบ้าง หรือผ่านแหล่งชุมชนบ้าง ผ่านโรงเรียนบ้าง ผ่านโรงพยาบาลบ้าง หรือผ่านชุมชนใหญ่ ๆ บ้าง เราก็กําหนดเปึนทางหลวงเพื่อชุมชนไป เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องนี้ ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกให้เห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาของเรา ตามงบประมาณที่มีอยู่จํากัดเราได้ใช้วิธีนี้เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ส่วนกรณีที่ท่านถามผมทางหลวงหมายเลข ๑๒ ตอนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก ตอนใต้ เส้นนี้อย่างที่ท่านสมาชิกท่านทราบรายละเอียดว่าเปึนเส้นทางหลักที่เชื่อมโยง ระหว่างแนวตะวันตกที่เรียกว่าอีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ (East West corridor) เราได้ให้ ความสําคัญมา นอกจากเปึนเส้นทางที่อยู่ในแผนที่จะขยายเปึน ๔ ช่องจราจร ระยะที่ ๒ แล้วยังจะระบายจํานวนรถไม่ให้ผ่านตัวเมืองพิษณุโลก ฉะนั้นก็กราบเรียนว่าท่านสมาชิก ก็ทราบปัญหา กระทรวงเองก็ทราบปัญหาว่าเปึนเส้นทางหลักจริง ๆ ที่ทั้งช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่จะเดินทางผ่านเข้าตัวเมือง ปัญหาจราจรแออัดและเปึนเส้นทางหลักที่จะ ระบายรถจากแนวตะวันตกไปยังตะวันออกที่เราเปึนแผนระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ของประเทศเรา ฉะนั้นป้งบประมาณ ๒๕๕๔ กระทรวงคมนาคมจึงได้ของบบรรจุ เปึนเงินกู้ไปแต่เราก็ไม่ได้รับการจัดสรร แต่กราบเรียนว่าอย่างไรก็แล้วแต่เส้นทางนี้ ผมให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบว่าเรามีแผนที่จะดําเนินการโดยเร็วเพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนและเปึนเส้นทางหลักอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว

ส่วนเส้นทางที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกกล่าวถึงก็คือเส้นทางหมายเลข ๑๐๖๕ พิษณุโลก-บางระกํา อันนี้กราบเรียนว่ามีระยะทางประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตร ปริมาณ จราจรก็ได้คือ ๙,๐๐๐ คันต่อวัน ในเส้นทางนี้ป้นี้อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปแล้ว ได้เห็นตัวอย่างว่าเมื่อเราออกนโยบายไปแล้วเราก็ทําได้คือป้นี้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๔ เราได้จัดงบประมาณปรับปรุงย่านชุมชนไป ๓๐ ล้านบาทในส่วนที่ประชาชน หนาแน่นในย่านชุมชน เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าเราก็ได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นไปแล้ว คือได้จัดงบประมาณไปอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว

ส่วนเส้นทางที่ ๒ หมายเลข ๑๐๘๖ พิษณุโลก-พรหมพิราม ปริมาณจราจร ประมาณ ๖,๐๐๐ คันต่อวัน แต่เส้นนี้อย่างที่ท่านเรียนแล้วครับ นอกจากมีปริมาณจราจร รถปกติรถโดยสารแล้วยังมีรถบรรทุก เราก็เห็นความสําคัญเราจึงได้ไปจัดงบเพิ่มประสิทธิภาพ ป้ ๒๕๕๓ เราก็ได้งบเพิ่มประสิทธิภาพไปแล้ว และป้นี้ก็ได้จัดงบเพิ่มประสิทธิภาพไป อีก ๕๐ ล้านบาทในป้นี้ติดต่อกัน ฉะนั้นผมกราบเรียนว่านอกจากเราใช้ปริมาณจราจรแล้ว เรายังไม่พิจารณาหลาย ๆ เรื่อง มารวมกัน ฉะนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เรียนถามท่านประธาน กระผม ในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เห็นความสําคัญอย่างนี้มาตลอด แล้วก็ได้ แก้ไขทั้งประเทศที่จะให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็กราบเรียน ท่านประธานครับ