มนตชัย วิวัฒนาธนาฒย์ หารือเรื่องเส้นทางเลี่ยงเมืองตอนใต้ของจังหวัดพิษณุโลก (ทางหลวงหมายเลข 12) ที่มีการออกแบบและกันเขตทางเรียบร้อยแล้ว โดยย้ำว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยเนื่องจากเป็นถนน 2 ช่องจราจร และเรียกร้องให้รัฐมนตรีเร่งดำเนินการแก้ไข ส่วนมนตชัย วัฒนธนาฒยน์ หารือถึงโครงการขยายเส้นทางสาย 1065 พิษณุโลก-บางระกำ ให้เป็น 4 ช่องจราจร เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่มีรถบรรทุกจำนวนมากและมีปัญหาเรื่องความแคบและอันตราย จึงร้องขอให้ประธานสภาส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม สิ่งที่ผมเองอยากจะกราบเรียนนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาสอบถามหารือและรับทราบคําตอบจากทางรัฐบาล เนื่องด้วยในจังหวัดพิษณุโลกนี้ เปึนจังหวัดที่มีพื้นที่หรือมีภูมิศาสตร์หรือกายภาพที่มีความเหมาะสมเปึนอย่างยิ่ง เพราะอยู่ ทางภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนครับ และเปึนศูนย์กลางของสี่แยกอินโดจีน และมีนโยบายที่จะพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อถึง ๔ ประเทศที่ติดต่อกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนประเทศพม่า ประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ๔ ทิศด้วยกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในจังหวัดพิษณุโลกนั้น ก็มีการพัฒนาไปตามลําดับ แต่ด้วยปัจจุบันนี้สภาพปัญหาได้เกิดขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องถนนก็ดี เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็ดี ในเรื่องของ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเปึนประจําทุกวัน ก็เนื่องมาจากว่าสภาพถนนนั้นมีสภาพที่คับแคบ ไม่เพียงพอในการรองรับปริมาณการจราจรที่เกิดขึ้น ความคับแคบนั้นบางสายเปึนเส้นทางหลักเชื่อมไประหว่างอําเภอกับตัวจังหวัด มีสภาพที่ไม่มีไหล่ทาง ผิวจราจรกว้างประมาณ ๘-๙ เมตร เวลารถขนาดใหญ่ รถบัส รถบรรทุกขนาดใหญ่สวนกันบางทีก็เฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์พี่น้องประชาชนบาดเจ็บล้มตาย หลายครั้ง ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกเองอย่างที่ผมกราบเรียนว่ามันมีความเหมาะสมในเรื่องของ ศูนย์กลางในด้านของการศึกษาก็ดี ด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเส้นทางหลักที่พาดผ่านไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วก็เปึนพื้นที่ ที่เปึนแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งผมก็ทราบมาว่าทางรัฐบาลเองก็มีนโยบายที่จะขยายถนนสายทางเส้น ๑๒ ให้เปึน ๔ ช่องทางจราจรในโครงการเงินกู้เอดีบี (ADB) แต่ตรงนั้นก็เปึนแนวทางที่ดีแล้ว แต่สิ่งที่ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ ในสายที่ ๑๒ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของเทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งในอดีตตั้งแต่สมัยที่ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายที่จะขยายเส้นทางนี้ให้มีความกว้าง แล้วก็เพียงพอต่อปริมาณจราจร แต่ปัจจุบันนี้ครับสภาพของเส้นทางนี้ สาย ๑๒ มิตรภาพ กม. ที่ ๐ ถึง กม. ที่ ๖ มันมี ๓ ขนาดด้วยกัน ขนาดแรก คือ ๘ ช่องทางจราจร แล้วก็วิ่งมาได้สัก ๑ กิโลเมตรก็เหลือ ๖ ช่องทางจราจร และวิ่งมาได้อีกสักกิโลเมตรกว่า ๆ ๒ กิโลเมตร ก็กลายเปึน ๔ ช่องทางจราจร ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ๔ ช่องทางจราจรที่เกิดขึ้นมันมีสภาพ ที่แคบเวลาจะกลับรถก็กีดขวางกันและเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันบ่อยมาก เวลารถขนาดใหญ่ รถบัส รถสิบล้อ รถบรรทุกกลับรถไม่พอครับ ต้องกลับลงไปถึงไหล่ทาง ขนาดเวลาเขากลับ นี่เขาเผื่อแล้วเผื่อชิดซ้ายเลยนะครับ แล้วก็กลับรถ ยูเทิร์น (U-turn) ก็ยังตกไปไหล่ทาง อีกฝัืงหนึ่ง ก็แสดงให้เห็นว่าถนนเส้นนี้มีความคับแคบแล้วก็ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน ดังนั้นเส้นทางนี้ก็ควรจะมีการที่จะขยายให้เปึน ๖ ช่องทางจราจร อย่างน้อย
สําหรับเส้นทางที่ ๒ ทางหลวงหมายเลข ๑๒ เช่นกัน ตอนเลี่ยงเมือง ตอนใต้ของจังหวัดพิษณุโลก เส้นทางนี้ได้ร้องขอท่านรัฐมนตรีมาหลายครั้งในรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะเปึนท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ พรรคเพื่อไทย ก็ได้เคยพูด แต่ก็ยังรู้สึกว่าจะยัง ไม่ได้รับการตอบสนอง ผมเองก็ได้ประสานไปยังทางแขวงนะครับ สอบถาม หารือข้อมูล ว่าเส้นทางนี้ได้มีการออกแบบไว้แล้วหรือยัง เรียบร้อยแล้วครับ ออกแบบเรียบร้อยแล้ว แล้วกันเขตทางไว้เรียบร้อยแล้วด้วยถึง ๑๓๐ เมตร เส้นทางนี้ยาวประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท แล้วที่ผ่านมาอุบัติเหตุเกิดขึ้นเยอะ เพราะว่าเส้นทางนี้ เปึนเส้นทางที่สั้น เลี่ยงเมืองที่สั้น ถ้าวิ่งเข้าไปในเมืองระยะทางพอกันแต่รถติด แต่เส้นทาง เลี่ยงเมืองเส้นนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่รถบรรทุก รถที่จะผ่านขึ้นทางเหนือเขาจะใช้ เส้นทางนี้เปึนหลัก อุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายราย เพราะว่ามันเปึนเส้นทางที่มีช่องทางจราจรเพียง ๒ ช่องทางเท่านั้น เขาเรียกว่า เส้นทางหมายเลข ๑๒ ตอนเลี่ยงเมืองตอนใต้ ท่านรัฐมนตรีครับ
เส้นทางที่ ๓ สายทาง ๑๐๖๕ พิษณุโลก-บางระกํา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ผมเอง ท่าน ส.ส. นิยมสมัยอยู่พรรคไทยรักไทยด้วยกัน ได้ขอท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พลตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณได้นําเสนอปัญหานี้แล้วก็ได้ผ่านงบไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอ (CEO) ทางผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอนะครับขอย้ํา ทางกรมทางหลวงไม่ได้เอางบประมาณมาให้ แต่เราเองในฐานะผู้แทนราษฎรก็เสนอปัญหานี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ใจดีให้งบมา ๓๐ ล้านบาท ก็ทําเส้นทางนี้ให้เปึน ๔ ช่องทางจราจรในระดับที่งบประมาณเท่านั้น ก็ได้ไปแค่ระยะหนึ่ง เท่านั้นเอง ยังเหลืออีกระยะประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ที่จะทําให้เส้นทางจากจังหวัดพิษณุโลก ไปอําเภอบางระกําเปึน ๔ ช่องทางจราจร เส้นทางนี้มีความสําคัญอย่างไรหรือครับ ท่านประธาน เส้นทางนี้เปึนเส้นทางที่ผู้ขนส่งน้ํามันจากอําเภอลานกระบือ จังหวัดกําแพงเพชร จะใช้เส้นทางนี้ตลอด วัน ๆ หนึ่งเปึนพันเที่ยวเฉพาะน้ํามันนะครับ แล้วมีรถสิบล้อ รถบรรทุกอีกมากมาย เพราะเส้นทางนี้อําเภอบางระกําเปึนแหล่งบ่อทราย เปึนแหล่งวัตถุดิบ ทางการก่อสร้าง มีแหล่งบ่อทรายอยู่ที่นั่น ก็จะใช้เส้นทางนี้ประจํา และไหล่ถนนก็แคบ ถนนที่เปึนอยู่ในช่วงที่ไม่ได้ขยายไหล่ถนนก็แทบจะไม่มี รถมอเตอร์ไซค์เวลาวิ่งบางทีก็วิ่ง ในเลนของรถใหญ่เพราะไหล่ถนนมันแคบแล้วก็สูง ดังนั้นความจําเปึน ณ ตรงนี้จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี
เส้นทางที่ ๔ ที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีคือสาย ๑๐๘๖ พิษณุโลก-พรหมพิราม เส้นทางนี้ก็มีนโยบายที่จะขยายอยู่แล้ว เมื่อป้ ๒๕๕๓ ก็ได้ดําเนินการไปในระดับหนึ่ง แต่มาป้นี้ก็ยังไม่เห็นมีโครงการดังกล่าว ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่าเส้นทางสาย ๑๐๘๖ นี้ก็เปึนเส้นทางช่วงที่มี ๒ ช่องจราจรไหล่ถนนแคบอีกเหมือนกัน ไหล่ทางนี่แทบจะไม่มีรถบัสสวนกัน รถมอเตอร์ไซค์ ต้องหลบลงข้างทางเลย เพราะว่าถนนมันมีสภาพที่ไม่เพียงพอครับ ดังนั้นจึงขอฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าการพิจารณางบประมาณในการที่จะสร้างถนนให้เปึน ๔ ช่องทางจราจร ครั้งที่แล้วผมจําได้แม่นได้ดีท่านตอบบอกว่าต้องสํารวจปริมาณการจราจรว่ามีเพียงพอ หรือไม่ถึงจะก่อสร้าง แต่หลายแห่งที่ผมเห็นมาบางแห่งก็แทบจะไม่มีรถวิ่งเลย แต่ก็เปึน ๔ ช่องทางจราจรในหลาย ๆ จังหวัด ดังนั้นผมเองไม่โทษไม่ว่าหรอกครับ แต่ว่าความเหมาะสม หรือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนั้นเปึนสําคัญกว่าปริมาณ การจราจรเสียอีก ความปลอดภัยนั้นชีวิตที่เสียไปแล้วไม่สามารถเอาคืนมาได้ ดังนั้น คําถามแรกที่ผมเองอยากจะกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับ สําหรับ ๔ เส้นทางหลวงนี่ ผมเองอยากจะทราบว่าท่านมีนโยบายอย่างไร จะดําเนินการเมื่อไร สําหรับ ๔ เส้นทาง ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ขอบคุณครับ