นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ แนะนำแนวทางจัดการเรียนการสอนอาชีพ โดยเน้นฝึกทักษะฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ โลจิสติกส์ พาณิชยนาวี ฮอสพิทอลลิตี้ เซอร์วิส และเกษตรกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนมีคุณวุฒิวิชาชีพชั้นสูงจนถึงปวส. และมีงานทําในสถานประกอบการ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากคําถามของอาจารย์ประกอบ ดิฉันเองต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ประกอบที่เป็ นผู้ที่มีความรู้ทางการเกษตร และการศึกษาทางด้านเกษตรของกระทรวงศึกษาธิการได้ดี จากคําแนะนําของท่านแล้ว ดิฉันเองในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการดูแลกํากับสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตลอดนโยบายปี ๒๕๕๒ จากการที่ดิฉันเข้ามาเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการ เราได้เดินตามนโยบายของกระทรวงในแง่ของการเรียนสายอาชีพ เมื่อปี ๒๕๕๑ และได้มีพระราชบัญญัติอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ในการจัดเรียนการสอน การอาชีพทั้งหมดไปสู่ระดับปริญญาตรีหรืออุดมศึกษา โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีการฝึก ทักษะฝีมือในแต่ละด้านไม่ว่าอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือเกษตรกรรม เป็นหลัก โดยที่มีทักษะฝีมือแรงงานในการทํางานร่วมกับสถานประกอบการหรือภาครัฐเราเรียกว่า ทวิภาคี แต่นอกเหนือจากกฎหมายที่ออกมาแล้ว ขั้นตอนของการจัดการเรียนการสอน อย่างมีประสิทธิภาพเราก็ได้เขียนงบประมาณและได้วางแผนยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากว่าโดยทั่วไปของประเทศแล้วการส่งออกและรายได้หลัก ของประเทศมีกี่อย่างและกี่ประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เรานําสิ่งเหล่านี้ มาเป็นแผนเพื่อจัดการเรียนการสอน เรามีวิทยาลัยทั่วประเทศอยู่ ๔๑๕ แห่งที่เกิดขึ้น เรามี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอยู่ ๔๘ แห่งและเกษตรไม่ได้มีทุกจังหวัดแต่เรากระจาย ตามภูมิภาค เรามีวิทยาลัยเกษตรทางประมงอยู่ ๔ แห่ง ทั้งประมงนํ้าจืดและประมงนํ้าทะเล ดังนั้นวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ๔๘ แห่งทั่วประเทศ ดิฉันเองพอกลับมาดู แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเกิดขึ้น การที่จะจัดการเรียนการสอน ในสายอาชีพให้มีประสิทธิภาพ แล้วให้กําลังคนที่เรียนสายอาชีพไม่ออกไปมุ่งเน้น เพื่อได้ปริญญาตรีไปอยู่ในสถาบันที่ทําให้จบปริญญาตรีได้แล้วเราขาดฝีมือแรงงาน เราต้องรีบเร่งที่จะออกกฎกระทรวงแล้วสามารถที่จะให้เด็กมีโอกาสเรียนในสายอาชีพ และมีความภูมิใจตัวเองและมีโอกาสที่จะได้รับปริญญาตรีในสายอาชีพนั้น แต่นโยบาย ไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อให้เด็กได้รับปริญญาตรี นโยบายต้องการมุ่งเน้นให้เด็กมีคุณวุฒิวิชาชีพ จนถึงชั้นสูงคือ ปวส. แต่อยู่ในสถานประกอบการและมีงานทําโดยที่ไม่ทิ้งงานนั้น นี่คือ นโยบายหลัก เรากลับมาดูว่าทําไมจะให้เด็กอยู่สถานประกอบการ มีรายได้มั่นคงที่แท้จริง แล้วไม่ออกมาจากสถานประกอบการหรือออกไปสู่วิชาอาชีพที่ตัวเองเรียนแล้วไปมุ่ง ปริญญาตรีอย่างเดียว เราเลยกลับมาดูว่าอาชีพอะไร อุตสาหกรรมอะไรที่ทํารายได้ให้กับ ประเทศแล้วต้องการกําลังคน และมีตัวเลขหลักจากกระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พอเรามาดูปุ๊ บเราแบ่งออกมาเป็น ๑๓ ถึง ๑๕ กลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ยกตัวอย่างเช่นอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เราเห็นแล้วว่าการส่งออกของธุรกิจยานยนต์เป็นหลัก แล้วก็มีรายได้ และต้องการกําลังคนจาก ปวช. ปวส. ชัดเจน เราคงไม่ทําด้านแพทย์แน่ เพราะเราไม่ได้มีความชํานาญตรงนั้น อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics) ที่ต้องการกําลังคน ที่จะไปทําทั้งภาคปฏิบัติและภาคเอกสาร อุตสาหกรรมในเรื่องของพาณิชยนาวีที่ต้องการ กําลังคนในเด็ก ปวช. และ ปวส. เกิดขึ้น อุตสาหกรรมฮอสพิทอลลิตี้ เซอร์วิส (Hospitality service) คือการโรงแรม รวมมาถึงเกษตร ดิฉันก็เจาะลึกลงมาเกษตรแล้วให้นโยบายไปว่า พื้นที่ประเทศไทย ๔๘ แห่งที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีไปอยู่ เรามีดิน ฟ้ำ อากาศ นํ้า และบุคลากรความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นข้าว เรามีข้าวส่งออกที่ผลิตมากที่สุด ที่ภาคเหนือตอนล่างคือ กลุ่มจังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดพิษณุโลก ที่ตรงนั้นคือผลิตข้าวส่งออกเป็นหลัก แล้วบางครั้งเขาผลิต ๔ ครั้งต่อปี หรือ ๓ ครั้งต่อปี เราก็ต้องมาดูกัน หรือข้าวที่บริโภคในประเทศข้าวหอมมะลิส่วนใหญ่แล้ว มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือภาคอีสาน ข้าวที่ผลิตทางใต้ก็เป็นข้าวในเชิงอนุรักษ์ ที่หายากแล้วเป็นคุณลักษณะและสามารถที่จะบริโภคได้ทั่วประเทศคือข้าวสังข์หยด ที่เราคิดกันตรงนั้น ดังนั้นวิธีการจัดการดิฉันก็เลยมองว่าข้าวเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่ง ของประเทศและเป็นอันดับหนึ่งของโลกคือจากประเทศไทย เราก็เลยมามองดูว่า เราควรจะตั้งสถาบันเฉพาะทางเพื่อให้ดูว่าดินแต่ละที่ในภูมิภาคมีการปลูกหรือผลิตข้าว ที่แตกต่างกัน พันธุ์ข้าวประเภทไหน โรคพืชต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วการที่จะไปพัฒนา องค์ความรู้กับเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรที่เกิดขึ้นเราควรจะทําอย่างไร ดิฉันมองไปถึง การตั้งสถาบันการเรียนการสอนเรื่องข้าวและเทคโนโลยีของการผลิตข้าว แล้วก็คงต้อง เอาเซนเตอร์ (Center) เป็นหลัก ข้าวอาจจะเกิดขึ้นกับสถาบันที่เกิดทางภาคเหนือตอนล่าง ขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงไปที่ภาคอีสานและภาคใต้ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ที่ต้องการเข้ามาเรียนสายอาชีพว่าถ้าเป็นผู้ผลิตข้าว เกษตรกรข้าวถ้าจะเรียนเรื่องข้าว ต้องไปที่จุดใด แล้วเราก็เกิดการลงทุนและพัฒนาการเรียนการสอนบุคลากร การอบรม เข้าไปสู่ท้องถิ่นและเกษตรกร ดังนั้นในทางเกษตรแล้วในสถานศึกษาของเกษตรเอง โดยเฉพาะปัจจุบันนี้เราได้มีการร่วมมือไตรภาคีเกิดขึ้นแล้ว เรามีการร่วมมือทั้งภาครัฐ สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกรเกิดขึ้นเรามีการร่วมมือกัน เช่นถ้านักเรียนและเยาวชนที่ยากจนอยากเรียนในสายอาชีพสามารถที่จะมาเรียนฟรี มีที่พัก มีการเรียนทางด้านพืชและสัตว์ที่สามารถไปประกอบอาชีพตัวเองได้ มีการให้เงินทุน เรามีการให้เงินทุนจากเกษตรกร มีรายได้ระหว่างเรียน นี่คือสิ่งที่เราพยายามสนับสนุน เกษตรกรรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันเกษตรกรในชุมชนท้องถิ่นเอง ในวิทยาลัยเกษตรเองได้ให้ เกษตรกรในชุมชนท้องถิ่นเราจับร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มาอบรม เป็นภาค ๆ ไป แล้วเมื่ออบรมในการที่จะมีรายได้ ได้พื้นที่เกษตร คนที่ผ่านการอบรม ของกระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแล้ว สามารถที่จะมีการรับรองว่าสามารถประกอบอาชีพตัวเองได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะมีที่ที่เป็นที่ของ ส.ป.ก. เกิดขึ้นที่จะให้โควตาต่อคน ๕ ไร่ต่อคนในภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แล้วก็มีที่ทํากิน แล้วถ้าใครสามารถเขียนโครงการเข้ามา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรก็สามารถให้เงินทุนที่จะไปประกอบธุรกิจ ของตัวเองได้ นี่คือการร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วกระทรวงศึกษาธิการเองที่จะให้ เกษตรกรมีรายได้แล้วก็มีที่ทํากิน ในส่วนที่สถาบันเกษตรไม่ใช่แค่สถาบันข้าว ยกตัวอย่างเช่น ในภาคกลางเองจังหวัดสระบุรีเรามีความเข้มแข็งในเรื่องของโคนม ในเรื่องของโคเนื้อ เราก็จะมีเรื่องของสถาบันสัตว์ในเรื่องของโคนมเกิดขึ้น ในเรื่องของสถาบันประมงเราก็จะ ตั้งขึ้นมาว่าการส่งออกและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการประมง เราก็จะตั้งสถาบัน การเรียนการสอนและพัฒนาเรื่องของการประมงเกิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องของยางพาราเอง ที่เรารู้ว่ายางพาราปัจจุบันนี้เป็นรายได้หลักของประเทศเราก็จะตั้งสถาบันเฉพาะทาง ก่อนที่เราจะทําได้เราต้องดูถึงความพร้อมของวิทยาลัย ความพร้อมของพื้นที่ ความพร้อม ของบุคลากรที่เกิดขึ้นและงบประมาณของรัฐ ปัจจุบันนี้แผนพัฒนาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะสํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา และเป็นนโยบายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรามุ่งเน้น การพัฒนาฝี มือแรงงาน การเรียนการสอนไปสู่เฉพาะทาง ไม่ว่าประเทศมีรายได้ และต้องการกําลังคนในด้านไหน เราจะผลิตคนให้ตามกับการผลิตของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักและเกษตรกรรมที่เรามุ่งเน้นไป เฉพาะจุดเพื่อพัฒนาทางด้านกําลังคน การเรียนการสอน และเพิ่มผลผลิตให้กับประชากร และเกษตรกรไทยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ