สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องนโยบายการจัดการศึกษาเกษตร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการพัฒนา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และให้ใช้ระบบไตรภาคีในการพัฒนาอาชีวเกษตร โดยมีพี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมในการวางทิศทางและนโยบาย

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กรุณาได้พูดถึงส่วนที่รัฐบาลดูแลอาชีวศึกษาโดยภาพรวมแล้วก็ลงรายละเอียดในเรื่อง ของอาชีวเกษตร ผมอยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ว่าสิ่งที่ท่านตอบมาทั้งหมด มันเป็นข้อเท็จจริงในการสนับสนุนการอาชีวศึกษา แต่ส่วนที่กระผมได้กราบเรียนถามท่านนั้น เป็นเรื่องใหญ่มากก็เป็นเรื่องนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มีต่อการจัดอาชีวเกษตร ทําไมที่ผมมาเน้นเรื่องอาชีวเกษตร ที่จริงอาชีวะทุกภาคนะครับ ไม่ว่าภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว ก็ล้วนแต่มีความสําคัญทั้งนั้น แต่สิ่งที่ผมมาเน้นอาชีวเกษตร เนื่องมาจากว่าประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม แล้วก็อาชีวเกษตรไปเกี่ยวเนื่อง ไปเกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นบุคคลที่น่าสงสาร เกษตรกรรายย่อยยังยากจนอยู่ แล้วก็หวังว่านโยบายในการพัฒนาอาชีวเกษตรนั้นต้องไปรองรับในการพัฒนาพี่น้องเกษตรกร ให้ได้ ท่านประธานครับ แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์เกษตร พระองค์ท่านทรงให้ความสําคัญพี่น้องเกษตรกรและอาชีพเกษตรกรรมอย่างมหาศาล แม้แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีก็ทรงเมตตามาเป็นองค์อุปถัมภ์ ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ซึ่งท่านรัฐมนตรีคงได้ไปสัมผัสองค์กรนี้ แล้วนะครับว่าเป็นอย่างไร ผมกราบเรียนว่าในส่วนที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบคําถาม ของผมนั้นไม่เพียงพอ สิ่งที่สําคัญที่สุดที่ผมอยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าในการพัฒนา อาชีวเกษตรนั้น กระทรวงศึกษาธิการน่าจะมีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราควรจะวางทิศทาง อย่างไร และผมกราบเรียนว่าการพัฒนาอาชีวเกษตรนั้นเราใช้ระบบทวิภาคีไม่พอคือ ภาครัฐ เอกชน ผมอยากให้ใช้ไตรภาคีคือนอกจากรัฐ เอกชน ก็มีพี่น้องเกษตรกรซึ่งเขา เข้าถึงความทุกข์ร้อน ปัญหาของเขาถ้าเกิดว่า ๓ ภาคส่วนนี้ได้มาร่วมกันเพื่อที่จะวางทิศทาง วางนโยบายในการพัฒนาอาชีวเกษตร ผมคิดว่าคงจะประสบความสําเร็จอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นขอฝากท่านรัฐมนตรีนะครับว่าท่านควรที่จะกําหนดนโยบายให้ชัดเจน ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้เนื่องมาจากว่าหลายครั้งรัฐบาลหลายชุดได้พัฒนาวิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีอย่างผิดที่ผิดทางหรือไม่สอดรับกับเป้ำหมายของประเทศ บางครั้งเราเอา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมาจัดเป็นวิทยาลัยชุมชน จัดวิชาชีพอย่างหลากหลาย ถ้าถามว่าถูกไหม ก็ถูกครับ เพราะต้องการใช้บุคลากรให้มีประสิทธิภาพ แต่นั่นไม่ได้ ตอบสนองภาคเกษตรกรรมอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ผิดวัตถุประสงค์ บางครั้งเราได้ให้ ความสําคัญกับเยาวชนภาคเกษตร ได้จัดนักศึกษามาเรียนเกษตรเรียกว่าเกษตรเพื่อชีวิต เรียนฟรีก่อนที่รัฐบาลจะมีนโยบายนี้อีก เพียงแต่ว่าเมื่อเด็กสําเร็จการศึกษาแล้วเด็กไม่มี ทิศทางครับ ไม่รู้จะไปไหน จบ ปวช. ปวส. เข้าสู่งานราชการก็ไม่ได้ เข้าสู่เอกชนก็ไม่ได้ ประกอบอาชีพอิสระก็ไม่ได้ เพราะว่าคนที่มาเรียนเกษตรนั้นส่วนใหญ่มาจากครอบครัว ที่ยากจน คนยากจนขาดหมดครับ ขาดความรู้ ขาดทุน ขาดวิสัยทัศน์ เพราะฉะนั้นถ้าเกิด รัฐบาลไม่มีนโยบายอย่างชัดเจนผมคิดว่าคงจะมีปัญหา ขณะนี้ประเทศเรามีวิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยี ๔๒ แห่ง มีวิทยาลัยประมงซึ่งเกี่ยวเนื่องกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ๔๑ แห่ง มีนักศึกษาขณะนี้ประมาณ ๒๕,๐๐๐ คน พื้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี บางแห่งมีถึง ๔,๐๐๐ ไร่ บางแห่งเฉียด ๑,๐๐๐ ไร่ แต่เฉลี่ยแล้วก็ประมาณสัก ๒,๐๐๐ ไร่ ต่อสถานศึกษา วันนี้ถ้าเกิดว่ารัฐบาลไม่วางหลักในการสร้างแผนงานโครงการให้วิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีได้มีภารกิจที่ตอบสนองต่อประเทศชาติแล้ว ผมคิดว่าคงจะมีปัญหา ถ้าตราบใดที่รัฐบาลยังปล่อยให้การจัดการศึกษาเกษตรเป็นไปตามยถากรรมโดยรัฐบาล ไม่เข้ามากํากับดูแล และไม่วางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนแล้ว ผมคิดว่ามีปัญหาแน่นอน ผมจึง อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเป็นคําถามที่ ๒ ว่านโยบายของรัฐบาล หรือของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษานั้นได้มีแผนงานโครงการที่จะพัฒนา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอย่างไร เพราะวันนี้ผมทราบว่าวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เขาขอที่จะเป็นสถาบันเฉพาะทาง เพื่อที่จะได้มีโอกาสช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้ แต่ว่าในที่สุดทางกระทรวงศึกษาธิการไม่ยอม ยอมให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ไปรวมกับกรรมอื่น ๆ เป็นสถาบัน ผมว่าอย่างนี้นี่ผิดครับ เพราะว่าในการจัดการเรียนการสอน อาชีวศึกษานั้นไม่ว่าทางเทคนิค ทางอุตสาหกรรม ทางพาณิชยกรรม การท่องเที่ยว หรือเกษตรกรรมนั้น ส่วนใหญ่เขาต้องพัฒนาเฉพาะทางในทางลึก การที่ท่านเอากรรมต่าง ๆ มารวมและเป็นสถาบัน ผมคิดว่าเป็นการสอนแบบเป็ด และในที่สุดถ้าท่านเปิดปริญญาตรี ก็เป็นปริญญาตรีที่ไม่แตกต่างกับอุดมศึกษาอื่น ๆ แต่วันนี้เราต้องการให้อาชีวศึกษา เป็นปริญญาตรีนักปฏิบัติการเฉพาะทาง ทําไมท่านไม่รวมกลุ่มอาชีพให้เป็นสถาบัน เช่น เอาวิทยาลัยเทคนิคมารวมกันเป็นภาคก็ได้นะครับ เป็นสถาบันทางด้านช่างอุตสาหกรรม สถาบันทางด้านเกษตรกรรม สถาบันทางด้านพาณิชยกรรม สถาบันทางด้านการท่องเที่ยว หรือสถาบันทางด้านคหกรรม ให้ทางลึกอย่างนี้ครับ อาจจะจัดเป็นภาคก็ได้ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่เขาจะได้ระดมทรัพยากรตอบสนองความต้องการด้านอาชีวศึกษาได้อย่างเป็นระบบ ผมไม่เข้าใจว่าวันนี้กระทรวงศึกษาธิการคิดอย่างไรในการรวมสถาบันอย่างสะเปะสะปะ ก็อยากให้ท่านคิดใหม่ถ้าเกิดเรื่องนี้ยังไม่ได้ดําเนินการ ผมขออนุญาตเข้าคําถามที่ ๒ ว่าท่านมีนโยบายในการพัฒนาสถานศึกษาเกษตรอย่างไร หรือไม่ เป็นคําถามที่ ๒ ครับ