สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการปรองดอง โดยเน้นย้ำความสำคัญของความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการกระทําผิดกฎหมายที่มีเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่เป็นธรรมในสังคม และการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อนำไปสู่เงื่อนไขที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และเสนอข้อเสนอการปรองดองและเร่งดำเนินการเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน พร้อมอธิบายขั้นตอนการยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คําถามที่ท่านสมาชิกได้สอบถามนอกเหนือจาก เรื่องของการใช้สื่อ จะถามไปถึงเรื่องของตัวข้อเสนอการปรองดองหรือกระบวนการ การปรองดอง ที่จริงแล้วก็คงจะต้องใช้เวลาในการที่จะให้รายละเอียดกัน ซึ่งก็คงจะ ไม่สามารถทําได้ทั้งหมดในเวทีนี้ แต่หลัก ๆ อยากจะเรียนยํ้าอีกครั้งนะครับว่าสิ่งที่เป็น ข้อเสนอ ๕ ข้อนี้คือความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาถึงรากฐานของความขัดแย้งที่มีอยู่ ในปัจจุบัน

ประเด็นแรก นั้นผมคิดว่าสืบเนื่องแล้วก็เกี่ยวเนื่องกับคําถามของ ท่านสมาชิกด้วยว่าพูดถึงเรื่องกรณีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ขอเรียนนะครับว่า ที่จริงแล้วต้องอยู่บนความเป็นจริงและความพอดี ความเป็นจริงและความพอดีก็คือว่า ปัจจุบันนั้นก็มีกลุ่มบุคคลซึ่งได้กระทําผิดกฎหมายกระทบต่อความมั่นคง และมุ่งไป ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ส่วนหนึ่งซึ่งก็ได้มีการดําเนินคดีกันอยู่ เช่นกรณีของบุคคลซึ่งใช้ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วก็ดําเนินการ และจะมีความเชื่อมโยงไปถึงใคร อย่างไรก็ต้องว่าไปตามคดี แต่สิ่งที่ผมเสนอในแผนของการปรองดองนั้นก็คือว่าถึงวันนี้คงไม่พอแล้วละครับ ที่ใครคนใดคนหนึ่งหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะบอกเพียงแค่ว่าจงรักภักดี ไม่เกี่ยวข้องกับ ผู้ที่ทําผิดกฎหมายในเรื่องนี้ ทุกคนต้องมาช่วยกันครับ ทําความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ สถาบันอันเป็นที่รักเคารพเทิดทูนยิ่งของพวกเราทุกคนให้ทราบว่าระบบเป็นอย่างไร ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจะแก้ไขกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นทั้งในและต่างประเทศ และที่สําคัญที่สุดกรณีที่มีการกระทําผิดกฎหมายอย่างชัดเจนโจ่งแจ้งผ่านสื่อต่าง ๆ ใครมีความเชื่อมโยง ใครรู้จักกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ถ้าไม่เห็นด้วยกับการกระทําเช่นนี้ต้องมาช่วย ฝ่ายเจ้าหน้าที่เขาแก้ไขปัญหา มิใช่เพียงแค่ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง อันนั้นคือประเด็นแรก

ประเด็นที่สอง นั้นก็เป็นปัญหาเรื่องของความเหลื่อมลํ้า ความไม่เป็นธรรม ในสังคม ซึ่งก็จะเป็นจุดที่การเคลื่อนไหวชุมนุมไม่ว่าจะเป็นการเมืองหรือไม่ก็ตาม จะหยิบยกขึ้นมาเสมอ ตรงนี้ก็มีความคืบหน้าครับ ขณะนี้ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน หลายองค์กรเขาจับมือกัน ไม่ได้มีเรื่องของสีทางการเมือง แล้วก็มาจากหลากหลายภูมิหลัง ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจบ้าง ภาคองค์กรพัฒนาสังคมบ้าง แม้กระทั่งข้าราชการบางส่วน เขาก็กําลังไปดําเนินการในการที่จะดูปัญหาที่เป็นพื้นฐานของความไม่เป็นธรรมในสังคม วันที่ ๑๒-๑๓ นี้รัฐบาลก็เปิดเวทีให้เขาผ่านกลไกของคณะกรรมการที่แก้ไขพัฒนาชุมชน แล้วก็จะเปิดโอกาสให้เขาได้มีการจัดเวทีของเขาเอง คาดว่าจะสามารถนําข้อเสนอในเรื่องนี้ มาให้ผมได้ไม่น่าจะเกินวันที่ ๒๐ พฤษภาคม

ประเด็นที่สาม ก็เป็นปัญหาที่ท่านถามผมโดยตรงเลยก็คือเรื่องสื่อซึ่งปัจจุบัน ผมก็ยอมรับว่าความคิดเห็นต่าง ๆ ที่มีการแสดงกันนั้นก็ยังรุนแรงมาก ผมเข้าใจว่าเมื่อเช้า ท่านพูดว่ามีกรมประชาสัมพันธ์ที่ยังมีการพูดในลักษณะที่อาจจะทําให้เกิดความรุนแรง ที่จริงผมก็ได้รับทราบว่ามีโจมตีผมพอสมควร ก็เป็นเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง แต่ว่า ผมคิดว่าสิ่งที่กําลังทําอยู่ก็คืออยากจะเชิญชวนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับองค์การสื่อสารมวลชน ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมไปไกลกว่าฟรี ทีวี (Free TV) ที่เราเรียกกัน หรือโทรทัศน์ทั่วไป คือไปถึงโทรทัศน์บอกรับสมาชิก โทรทัศน์เคเบิล โทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุชุมชน โทรทัศน์ ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเอง เชิญ กทช. ซึ่งผมเห็นว่า เป็นองค์กรอิสระเข้ามา แล้วก็ต้องมากําหนดกติกากันละครับซึ่งต้องใช้กับทุกฝ่ำย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด วันนั้นที่ผมออกโทรทัศน์ ผมก็ได้ยืนยันว่ารวมถึงสถานีโทรทัศน์ ของรัฐด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีการดําเนินการ กําลังหากรอบในส่วนนี้อยู่

ประเด็นที่สี่ เป็นเรื่องการสะสางในเรื่องของการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม จะเป็น ๑๐ เมษายน ๒๒ เมษายน ๒๘ เมษายน ซึ่งก็จะต้อง มีการตกลงกันที่จะมีคณะกรรมการที่เป็นอิสระ ความจริงแล้วองค์กรอิสระองค์กรหนึ่ง ก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้บอกว่าจะตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบ เหตุการณ์ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าได้มีการแต่งตั้งหรือไม่ อย่างไร ถ้าคณะอนุกรรมการนั้น เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ผมคิดว่าเราก็จะสามารถใช้กลไกนั้นได้ ถ้าเห็นว่ายังมีปัญหา ก็สามารถเสนอแนะหรือจะปรับปรุงอะไรก็สามารถมาดําเนินการได้ต่อไป

ประเด็นที่ห้า ประเด็นสุดท้ายนั้นก็คือการแก้ปัญหาที่เป็นความขัดแย้ง เกี่ยวข้องกับการเมือง เรื่องที่ติดใจกันอยู่ จะเป็นเรื่องเหตุการณ์ในอดีต รัฐธรรมนูญ หรือเรื่องอื่น ๆ ก็จําเป็นที่จะต้องมาพูดกันอย่างชัดเจนว่าจะมีทางออกอย่างไร

ทั้งหมดนี้เพื่อจะนําไปสู่เงื่อนไขว่าเราสามารถทําให้บ้านเมืองสงบได้สัก ๖ เดือนไหม ถ้าเราทําได้ ผมก็บอกว่ารัฐบาลก็มีเป้ำหมายที่จะให้มีการเลือกตั้งในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ซึ่งขณะนี้ก็รอการตอบรับจากฝ่ำยต่าง ๆ อยู่ ถ้าทุกฝ่ำยเข้ามาสู่ กระบวนการนี้ เราเดินไปข้างหน้า ๖ เดือนนี้ เป็นไปตามแผนนี้จริงก็จัดการเลือกตั้งได้ ขณะเดียวกันผมก็พูดชัดเจนว่าถ้าแผนนี้ไม่ได้รับการตอบสนองบ้านเมืองยังคงมี ความสับสนวุ่นวายกันต่อเนื่องต่อไป ผมก็บอกว่าผมก็จะพยายามทํา ๕ เรื่องนี้ แต่ผม ไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการเลือกตั้งได้เมื่อไร

เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่ผมได้พูดไปในคืนวันนั้น ขณะนี้ผมคิดว่า โดยภาพรวมแผนนี้ได้รับการตอบสนองโดยรวมครับ ผู้ชุมนุมก็ตอบในเบื้องต้นว่าจะเข้า กระบวนการ แต่ก็ยังมีเงื่อนไขบางประการที่บอกว่ายังไม่ยุติการชุมนุม ซึ่งผมคิดว่าก็ต้องมี การทําความเข้าใจผ่านสื่อสารมวลชนถึงกระบวนการต่าง ๆ แล้วก็รอดูว่าผู้ชุมนุมนั้น จะตอบรับหรือไม่ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มเสื้อหลากสี ซึ่งก็ไม่ยอมรับ หรือคัดค้านเช่นเดียวกัน ผมก็จะได้ดําเนินการในการเชิญตัวแทนของกลุ่มเสื้อหลากสีนี่ มาพูดคุยกัน เบื้องต้นก็นัดหมายกันในวันพรุ่งนี้ นอกจากนั้นก็ยังมีกลุ่มพันธมิตรที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็กําลังมีการพยายามทําความเข้าใจว่าแผนตรงนี้คืออะไร เพราะฉะนั้นตรงนี้คือ ความชัดเจนที่ผมได้เรียนว่าถ้าพวกเราทุกฝ่ายทุกคน ข้อเสนอการปรองดองนี้ไม่ใช่ เป็ นข้อเสนอการปรองดองระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่เป็ นข้อเสนอ เพื่อความปรองดองของคนทั้งประเทศ ถ้าเราทําด้วยกันได้ เป้ำหมายการเลือกตั้งก็จะอยู่ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ถามว่าในทางปฏิบัติยุบสภาเป็นอย่างไร ท่านก็ทราบบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นั่นก็คือว่าการเลือกตั้งจะต้องมีขึ้นหลังการยุบสภาไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน ไม่เกิน ๖๐ วัน เพราะฉะนั้นถ้ามีเป้ำหมายในการเลือกตั้งในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน การยุบสภาก็จะเกิดขึ้นในครึ่งเดือนหลังของเดือนกันยายน แล้วเราก็จะแจ้งความเห็น ไปยัง กกต. ซึ่งจะเป็นผู้กําหนดวันเลือกตั้งในที่สุดนะครับ

ผมกราบเรียนครับว่าท่านถามมาก็ดีแล้วว่าเมื่อปี ๒๕๔๙ นี่มีการเลือกตั้ง แล้วไม่ได้เลือกตั้ง ผมถึงกราบเรียนอย่างไรครับว่าการกําหนดวันเลือกตั้งและการจะ กําหนดวันยุบสภานี้เราต้องทํางานกันอีกหนัก เพื่อให้เรามีความมั่นใจว่าการเลือกตั้ง เกิดขึ้นได้ภายใต้ความสงบ เป็นการเลือกตั้งที่มีความเป็นธรรม เป็นการเลือกตั้งที่เสรี อย่างแท้จริงนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นคําตอบเบื้องต้นที่อยากจะให้กับท่านสมาชิก ขอนิดเดียวนะครับว่ากรณีการทําหน้าที่ของหลาย ๆ ฝ่ายนี่ครับ ผมก็รับที่จะไปดูว่าจะช่วย ลดบรรยากาศการตึงเครียดลงได้อย่างไร

แต่ขณะเดียวกันก็ต้องขอเรียนว่าหลายท่านที่ท่านพาดพิงถึง ไม่ว่าจะเป็น โฆษก ไม่ว่าจะเป็นท่านอธิบดี เท่าที่ผมติดตามนี่ท่านก็แถลงตามข้อเท็จจริงที่ท่านได้มา ส่วนการทําหน้าที่ตรงนี้จะกระทบหรือไม่นี่ผมได้เรียนแล้วนะครับว่าข้อเสนอ ๕ ข้อทั้งหมดนี่ ในส่วนของคดีความ คดีอาญานั้นไม่มีตรงไหนที่รัฐบาลจะไม่เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย ก็อยากทําความเข้าใจในเบื้องต้นเท่านี้ครับ