สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องโรดแมพ 5 ข้อที่นายกรัฐมนตรีเสนอ และเรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนเกี่ยวกับแผนการแก้ไขปัญหาและความรุนแรงที่ยังคงอยู่

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณด้วยความจริงใจไปถึงคุณอภิสิทธิ์ แม้ว่า จะเกิดเหตุข้อผิดพลาดในการปราบปรามประชาชนจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน แต่การที่ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาเสนอโรดแมพ (Roadmap) ๕ ข้อ ในวันที่ ๓ เวลา ประมาณ ๓ ทุ่มนั้นได้ทําให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นมาก ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมเองก็อยากให้สังคมมันเข้าสู่ภาวะปกติ ฝ่ายค้านไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น แต่ด้วยเหตุการณ์ที่มีการสังหารประชาชนเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน แล้วก็ปิดยาวมา มาเปิด สภาครั้งแรกวันที่ ๒๑ ท่านประธานครับ เราเป็นผู้แทนราษฎรมันจะนิ่งเฉยไม่ได้หรอกครับ ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พวกเราในฐานะฝ่ายค้านจึงได้พยายามจะเสนอตั้งญัตติ ขึ้นไป แต่ก็น่าเสียดายฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากก็ปิดญัตติเรา เราพยายามทําหน้าที่ครับ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เมษายน เป็นสิทธิตั้งกระทู้ถาม ผมก็ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็ไม่มาตอบ สัปดาห์ต่อมาวันที่ ๒๘ ก็ตั้งญัตติอีกก็ถูกล้มโดยรัฐบาลอีก วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ผมก็ตั้งกระทู้ถามอีก ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่มาตอบอีก ผมเห็นใจ ท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นของเรื่องเหตุการณ์ภาวะวิกฤติที่ท่านประกาศภาวะฉุกเฉิน ผมก็กราบเรียนกับท่านประธานสภาตรง ๆ ณ วันนี้ผมก็เลยยกเลิกกระทู้ถามที่เกี่ยวกับ ภาวะฉุกเฉินไปแล้ว เพื่อให้ท่านได้สบายใจว่าฝ่ายค้านยินดีให้ความร่วมมือเพื่อจะ หาทางกลับมาสู่ภาวะที่เป็ นประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าขึ้นที่ต่างประเทศก็เฝ้ำมอง แต่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ โรดแมพของท่าน ๕ ข้อนี้ ผมก็พยายามจะค้นหาว่าสรุปจริง ๆ มันคืออะไรบ้าง โรดแมพว่าจริง ๆ แล้วก็คือแผนที่เดินทางจะไปสู่เป้ำหมายที่เราวาดฝันว่า มันจะดี แต่กราบเรียนด้วยความเคารพ ผมก็พยายามจะค้นหาจากเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) ของไทย กัฟเวิร์นเมนท์ (Thai Government) มันก็ยาวจับความไม่ได้แน่นอน เลยว่าจะไปอย่างไร มีแต่หนังสือพิมพ์ไปสรุป ๕ ข้อ ซึ่งผมว่าอันนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ออกเป็นทางการ จากรัฐบาล ก็เลยอยากกราบเรียนเป็นเบื้องต้นก่อนว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ๕ ข้อนี้ เมื่อท่านมีเจตนาดีแล้วนี่ท่านทําเสียเลย ๑. จะทําอย่างไรให้มันชัดเจนไป เพราะว่าอันนี้ มันเป็นเวิร์ดดิ้ง (Wording) ที่ท่านกล่าว ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ท่านต้องเข้าใจก่อนว่าสถานการณ์มันรุนแรงมากจริง ๆ การใส่ร้ายป้ำยสีรุนแรงมาก วันที่ ๓ ตอน ๒ ทุ่มกว่า ช่อง ๑๑ ของท่าน ผู้ต้องหาแกนนําในการยึดสนามบิน ยึดทําเนียบรัฐบาล ยังออกทีวีโจมตีใส่ร้ายป้ำยสีประชาชนอย่างหนักหน่วงมาก ก่อนที่ ท่านจะออกมานี่ตัววิ่งนี่บอกเลยแสดงความรุนแรงเลยว่าปราบแน่นอน ข่าวพี่น้องประชาชน รายงานเข้ามาว่าทหารที่สี่แยกราชเทวีนี่เต็มเพียบแล้ว รถหุ้มเกราะเข้าที่ประตูนํ้าแล้ว สถานการณ์อย่างนี้ไม่ใช่ว่าเราจะตกใจ ไม่ใช่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะมาบอกว่า เป็นการเตรียมพร้อมอะไรต่อมิอะไร แต่ว่าจริง ๆ มันเป็นสถานการณ์สืบเนื่องมาตลอดว่า ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน กระแสที่ออกมาจากรัฐบาลนั้นมันไม่เพลาลงเลย แล้วท่านจะให้ เราทําอย่างไร เราเป็นผู้แทนราษฎรเราไม่อยากเห็นการฆ่ากัน และปรากฏข้อเท็จจริงว่า ตัวแทนของรัฐบาล นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ซึ่งเป็นอธิบดี ท่านไปดูเถอะครับ ผมว่าคนนี้ไม่เหมาะ ที่จะเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) แล้ว ใส่ร้ายป้ำยสีบอกว่ามีผู้กระทํา การจะยิงวัดพระแก้ว จากเหตุการณ์เดียวกันนี้เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ผู้ต้องหาคนนี้ ถูกกล่าวหาว่าจะยิงกระทรวงกลาโหม อยู่ฟากข้างหลังกระทรวงถ้าจะยิงไปวัดพระแก้ว มันต้องยิงข้ามกระทรวงกลาโหม และข้อเท็จจริงจากการฝากขังผู้ต้องหานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ปรากฏว่าในสํานวนสอบสวนของตํารวจนั้นไม่มีเรื่องการยิง วัดพระแก้วเลย การใส่ร้ายป้ำยสีเรื่องการล้มเจ้า ผมก็บอกว่าคําว่าล้มเจ้า ทางรัฐบาล ขอเถอะครับ วาทกรรมอันนี้อย่าเอาขึ้นมาในนามรัฐบาลท่านเลย เพราะคําพูดว่าล้มเจ้านั้น ไม่เป็นมงคลต่อแผ่นดินเลย เราควรจะจบคํานี้เสีย รัฐบาลทหารที่เผด็จการที่สุดสมัย จอมพล ถนอม จอมพล ประภาส ยังไม่ใช้คํานี้เลยครับ ใช้แค่คอมมิวนิสต์เท่านั้น ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนมานี้ไม่ใช่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ อยากจะเดินหน้าแล้ว แต่ว่า ขอเท้าความให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบสักนิดเถอะครับว่าความรุนแรงมันยังดํารงอยู่ อย่างน้อยที่สุดคนที่นั่งข้าง ๆ ท่านเพิ่งเดินไปเมื่อสักครู่ ผมเข้าใจว่ายังไม่ได้รับประทาน ยาปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีจ่ายยาให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพสักหน่อยสิครับ ปรองดอง ปรองดองกินเข้าไปในปากจะได้ไม่ต้องมาพูดจา วันนั้น พูดถึงขนาดบอกว่าไม่ต้องห่วง ล้มเจ้านั้นมีแน่นอน รวมทั้งเพื่อนคุณสุนัยด้วย ผมตกใจ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ พอแล้ว ผมกราบขอบพระคุณท่านจริง ๆ ดังนั้นสถานการณ์วันนี้ ผมอยากให้ท่านทําโรดแมพให้ชัดเจนว่าท่านจะทําอย่างไร เดี๋ยวท่านใช้เวลานี้เลยผมให้เวลา ท่านประกาศต่อประชาชนว่าโรดแมพของท่านทําอย่างไร มีข้อสงสัยนิดหนึ่งว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เราอยู่ในสภานี่ ถ้ามีเลือกตั้งอย่างนั้นในระบอบประชาธิปไตยมันก็ต้องยุบสภาสิครับ แต่ท่านกลับไม่ยอม บอกว่าผมจะยุบสภาภายในวันที่เท่าไรก็ว่าไป ท่านก็ไม่ตอบ เขาถามท่านหลายครั้ง ท่านก็ไม่ตอบ ท่านตอบเสียตรงนี้เพื่อให้ทุกคนคลายใจ หรือว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ๑๔ พฤศจิกายนโดยยุบสภาไม่มี มีวิธีใหม่หรือ สังคมไทยเป็นโครงสร้างการเมือง มีโครงสร้างการเมืองที่ซับซ้อน อะไรก็ยากลําบากครับท่านประธาน ก่อนที่ผมจะถาม คําถามที่ ๑ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศจะเลือกตั้ง ๑๔ พฤศจิกายน จําความได้ไหม ในปี ๒๕๔๙ อันนั้นมีพระราชกฤษฎีกาแล้วครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยเป็นกฎหมายแล้วครับว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ ๑๕ ตุลาคม สุดท้ายยังไม่มีเลยครับ ยึดอํานาจก่อนครับ ดังนั้นกระบวนการตรงนี้ผมอยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อจริงใจแล้วท่านแสดงความจริงใจให้ชัดเจนเลยว่า ๕ ข้อทําอะไร และจะยุบสภาเมื่อไร พรรคของท่านเห็นด้วยแล้วหรือยัง ครม. เห็นด้วยแล้ว ประกาศ เป็นทางการเลยครับจะได้ไม่มีผู้ฉวยโอกาสมาบิดเบือนเจตนาของท่าน ท่านจะทํา ด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่เถอะครับ แต่ผลมันออกมานั้นผมกราบขอบพระคุณท่าน ใน ๕ ข้อผมลองยกตัวอย่างให้ท่านดูนะครับ