สุเทพ เทือกสุบรรณ หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน โดยกลุ่ม นปช. เข้าบุกรุกและข่มขู่ ทำให้โรงพยาบาลตัดสินใจหยุดให้บริการ และขอความร่วมมือจัดเจ้าหน้าที่ให้ความปลอดภัย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโรงพยาบาลที่ถูกยิง และเรียกร้องการรายงานเป็นทางการเกี่ยวกับสารไนเตรทที่พบในโรงพยาบาล
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าต้องเรียงลําดับความกันสักหน่อยครับ เรื่องมันเนื่องมาจากว่ากลุ่ม นปช. ประกาศจะเข้าไปยึดพื้นที่สีลมเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายนเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ ของศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องพยายามปกป้ องพี่น้องประชาชนผู้สุจริต ที่ทํามาหากินอยู่ที่บริเวณสีลมไม่ให้เกิดเหตุอย่างเดียวกับที่สี่แยกราชประสงค์ เพราะฉะนั้น ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินจึงได้ส่งกําลังเข้าไปคุ้มครองพี่น้องประชาชน ที่อยู่บริเวณสีลมในวันที่ ๑๘ เมษายน แล้วพอถึงวันที่ ๒๒ เมษายน ได้มีกลุ่มคนติดอาวุธ ใช้ปืนเอ็ม ๗๙ ยิงเข้าไปใส่สถานีรถไฟฟ้ำบีทีเอส (BTS) ที่ศาลาแดง ยิงชุดแรก ๓ ลูกครับ แล้วทิศทางของกระสุนนั้นยิงไปจากบริเวณหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้ชุมนุมได้ตั้งค่ายอยู่ หลังจากนั้นก็ได้ยิงไป ที่บริเวณสี่แยกศาลาแดงอีก ๒ ลูก ทําให้มีผู้เสียชีวิต ๑ คน แล้วก็บาดเจ็บ ๗๙ คน ทางศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ ช่วยเหลือ นําผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แล้วก็ส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปบินตรวจการเพื่อป้ องปรามไม่ให้ มีการยิงเอ็ม ๗๙ โดยกองกําลังติดอาวุธพวกนั้นอีกในคืนนั้น เหตุการณ์จึงได้สงบลง ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินก็มีความกังวลใจอยู่แล้วครับว่าโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์อาจจะมีปัญหา อาจจะไม่ปลอดภัย ทางศูนย์ก็ได้พยายามประสานกับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อขออนุญาตจัดกําลังเจ้าหน้าที่เข้าไปรักษาความปลอดภัย ให้กับโรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลก็ได้ปฏิเสธครับ โดยโรงพยาบาลพยายามที่จะ ยึดหลักการว่าต้องการรักษาความเป็นกลางไม่ต้องการให้ฝ่ำยใดได้เข้าไปในเขต ของโรงพยาบาล ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินก็เคารพในการตัดสินใจ ของทางฝ่ายโรงพยาบาลครับ ไม่ส่งกําลังเข้าไปในโรงพยาบาลเลย เพราะฉะนั้นที่ท่าน ถามว่ามีทหารเข้าไปในโรงพยาบาลไหม ตอบได้เลยชัดเจนว่าไม่มีครับ เรามีเพียง เจ้าหน้าที่ตํารวจจาก สน. ท้องที่ไปอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลเพื่อพยายามที่จะประสานงาน ดูแลความปลอดภัยจํานวนหนึ่งเท่านั้นเอง ทีนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ท่านสมาชิกลุกขึ้นมาถาม เมื่อสักครู่มันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน เมื่อนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนําของ นปช. ได้นํากําลังบุกรุกเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยอ้างว่าจะไปขอตรวจค้นว่า มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ อยู่ภายในหรือไม่ ไม่ใช่บุกรุกเข้าไปธรรมดานะครับ ไปข่มขู่ทั้งแพทย์ ทั้งพยาบาล สร้างความหวาดกลัวให้กับแพทย์ ให้กับพยาบาล และนั่นแหละครับคือเหตุผล ที่ทําให้ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เขาต้องตัดสินใจว่าเขาไม่ปลอดภัยแล้ว คนไข้ถูกรบกวน แล้วก็มีความจําเป็นที่จะต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปทําการรักษาที่โรงพยาบาลอื่น ไม่ใช่ ความผิดของรัฐบาล ไม่ใช่ความผิดของโรงพยาบาลครับ แต่เขารู้สึกว่าเขาไม่ปลอดภัย การดูแลรักษาคนไข้ต่อไปนี่ลําบากแล้ว เพราะว่ามีคนของ นปช. เดินเข้าเดินออกแล้วก็ไป ข่มขู่อยู่ตลอดเวลา ทีนี้เมื่อเกิดเหตุรุนแรงมากขึ้นเขาก็ต้องตัดสินใจที่จะหยุดให้บริการทางการแพทย์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นี่เป็นการตัดสินใจโดยอิสระของโรงพยาบาลไม่ได้เกี่ยวกับ ศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินแต่ประการใดเลย โรงพยาบาลเขาบอกว่า ถ้ากลุ่ม นปช. ยังคุกคามเขาอยู่อย่างนี้คนที่จะเดินทางเข้าออกประตูโรงพยาบาล เขาไม่ปลอดภัยแล้ว คนไข้ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องหยุดที่จะให้บริการ ทางศูนย์อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินนี่ก็ได้มอบหมายให้ กองบัญชาการ ตํารวจนครบาลจัดเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับแกนนําเพื่อขอเปิดพื้นที่โรงพยาบาลให้แพทย์ ให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยเดินทางเข้าออกได้แต่เขาก็ไม่ยอมครับ โรงพยาบาล ขอร้องว่าให้ นปช. ถอยไปอยู่ที่ซอยสารสิน เจรจากันเป็นวันเขาก็ไม่ยอม เขาถอยให้แค่ ๑๕๐ เมตร โรงพยาบาลก็เห็นว่ายังปลอดภัยไม่พอ นั่นคือข้อเท็จจริงครับ
ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อกี้ท่านพูดถึงผู้ก่อการร้าย ผมอยากจะ เรียนว่าขนาดผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ยังไม่เคยบุกรุกโรงพยาบาลมาก่อนเลย คราวนี้ มันหนักกว่าครับ กรณีที่ท่านพูดถึงคุณหญิงพรทิพย์ อันนั้นเป็นเรื่องของการทํางาน โดยหน้าที่ของท่านในเรื่องที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ ท่านพยายามตรวจว่าแนวกระสุน ที่ยิงมา เอ็ม ๗๙ มาจากไหน ยิงมาจากจุดไหน แน่นอนครับ ๓ ลูกแรกนั่นชัดเจนว่า มาจากหลังอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๖ แต่ว่า ๒ ลูกหลังนี่เขาก็พยายามที่จะไปหา ผมยังไม่ได้รับ รายงานเป็นทางการจากแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ แต่ได้ทราบตามสื่อว่าท่านได้ไป ตรวจพบสารไนเตรท (Nitrate) ในห้องนํ้าบนชั้นบนของโรงพยาบาล ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กัน ต่อไปว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ความจริงก็มีแค่นี้ท่านประธาน