สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ หารือเรื่องรัฐบาลไม่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และเรียกร้องการช่วยเหลือที่เพิ่มขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมได้ยื่นกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรี ความจริง อาจจะเปึนเรื่องบังเอิญที่ผมเคยยื่นกระทู้ถามสดครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๓ ถามนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๓ ครั้ง แต่ว่าท่านไม่ได้มาตอบ ครั้งที่สําคัญก็คือครั้งที่เกิดเรื่องในเดือนเมษายน ครั้งนั้นมีคนตายประมาณ ๑๐ กว่าคนผมก็เปึนห่วง แล้วก็คิดว่ากระทู้ถามภายใต้ ระบอบประชาธิปไตยคงจะทําให้เกิดแนวคิดหรือสิ่งที่อาจจะเปึนสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น เมื่อไม่ได้รับ การตอบก็เกิดเรื่องราวบานปลายใหญ่โต ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เปึนอุทาหรณ์เรื่องหนึ่งนะครับ ความจริงผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีเปึนอย่างมาก เพราะว่าตั้งแต่ท่านมาดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีท่านเจอสภาวะวิกฤติถึง ๓ วิกฤติ วิกฤติแรกเลยก็คือภาวะเศรษฐกิจ วิกฤติที่ ๒ ก็อย่างที่ผมได้กราบเรียนก็คือวิกฤติทางการเมือง ครั้งนี้เปึนวิกฤติจากภัยพิบัติธรรมชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราดูจากแนวทางการบริหารของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาลชุดนี้ เราจะเห็นว่าตอนที่มาเปึนรัฐบาลใหม่ ๆ แล้วก็ภาวะวิกฤติจากสภาวะเศรษฐกิจที่วิกฤติ ทางรัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณเปึนแสน ๆ ล้านบาทบอกว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมจะ ยกตัวอย่างนะครับ มีโครงการหลายโครงการเช่นต้นกล้าอาชีพตั้งโครงการไว้ใช้เงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่จริง ๆ ก็ใช้ไปประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็โครงการ ลดค่าครองชีพต่าง ๆ ใช้เงินตั้ง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วยังมีโครงการที่ตอนนั้นในสภา ถกเถียงกันมากว่าทําถูกหรือทําผิด ก็คือโครงการจับเงินใส่มือประชาชน แล้วก็เรียกว่า เช็คช่วยชาติ ในภายหลังคําว่า เช็คช่วยชาติ หมายความว่าในแต่ละคนที่เงินเดือนไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทจะได้รับ ๒,๐๐๐ บาท บ้านไหนมีคนทํางาน ๒-๓ คนก็จะได้ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ในสมัยนั้นรัฐบาลใช้เงินมาก ตั้งงบไว้ถึง ๑๘,๙๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่ามีคนมารับไม่ครบครับ ขาดไปประมาณสัก ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาล เราจึงเชื่อว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะเอาเงินงบประมาณหรือว่าเอาเงินที่กู้อะไรก็แล้วแต่ มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแต่คราวนี้ผิดฟอร์ม (Form) ครับ คือว่ารัฐบาลพอครั้งนี้มีภัยพิบัติ ทางธรรมชาติเกิดขึ้น คณะของท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีแนวคิด ซึ่งก็เปึนที่กังขา ถ้าเทียบจาก พฤติกรรมเดิม ๆ ตอนเปึนรัฐบาลใหม่ ๆ ตอนที่เปึนใหม่ ๆ ก็เหมือนเอาใจต่อกันแล้วก็ดูแล กันอย่างเต็มที่นะครับ ผมจะยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง แม้แต่กระทั่งโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ซึ่งรัฐบาลตอนเปึนฝ์ายค้านก็ค้านนะครับแล้วก็บอกว่าทํายาก แต่วันนี้พอทํา ก็ยังยกเลิก ๓๐ บาท แล้วยังทําให้คุณภาพดีขึ้นด้วยครับ คือสามารถรักษาโรคได้เพิ่ม นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะฉะนั้นคําถามของผมในคําถามที่ ๑ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าหากว่าตามระเบียบการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติจ่ายได้ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ในอดีตนั้นเราบอกว่าเราต้องตรวจสอบก่อน ถ้าจริงเสียหายมากเราก็จ่าย ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่คราวนี้เป่ดราคาชดใช้ชดเชยให้กับผู้ที่ประสบน้ําท่วมแบบฉับพลัน คือน้ําท่วมครั้งนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าเปึนน้ําท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทยนะครับ คือมีข้อสังเกตว่ามีรถจมน้ําหลายพันคัน ทําไมรถจมน้ําหลายพันคัน ก็เพราะว่าเปึนเรื่องที่ ฉุกเฉิน ฉับพลัน เร่งด่วนอย่างยิ่ง ไม่สามารถที่จะขนย้ายออกมาได้ แล้วความเสียหาย เกิดขึ้นครอบคลุมหลายจังหวัดแล้วก็ทยอยไปเรื่อยทีละจังหวัด ตอนนี้ทราบว่าครอบคลุม ไปถึง ๓๐ กว่าจังหวัดนะครับ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลเคยใจใหญ่ ใจสปอร์ต (Sport) แต่วันนี้ทําไมรัฐบาลจะมาขี้เหนียวกับพี่น้องประชาชน ทําไมประกาศว่าจะจ่าย ๕,๐๐๐ บาทก่อน ทําไมไม่ประกาศเลยว่าถ้า ๒๐,๐๐๐ บาทจ่ายไม่ได้อาจจะจ่าย ๑๕,๐๐๐ บาทไปก่อน เพราะว่าค่าเสียหายถ้ารัฐบาลได้ลงพื้นที่จริง ๆ แล้ว หรือว่าได้ตรวจสอบจาก ส.ส. ต่าง ๆ ที่เขาลงปฏิบัติหน้าที่ อย่างท่าน ส.ส. ประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส. วัชรพล โตมรศักดิ์ ซึ่งเขาดูแลพี่น้องประชาชน ในเขตเมืองเขาบอกผมว่าในหมู่บ้านหนึ่งมีรถจมน้ํา ๕๐-๖๐ คัน เพราะฉะนั้นโคราชจมน้ํา ไม่ต่ํากว่า ๓,๐๐๐ คัน ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สามารถที่จะพิสูจน์ได้แบบง่าย ๆ แล้วก็สามารถที่ตรวจสอบได้ว่ามันมีความแตกต่างจากภัยพิบัติที่ผ่านมาไม่เหมือนน้ําท่วม ครั้งที่ผ่านมา ครั้งนี้เหมือนสึนามิ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะถามว่าเปึนไปได้ไหมครับ ที่รัฐบาลจะประกาศเพิ่มการช่วยเหลือแบบฉับพลันให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่าง แสนสาหัส วันนี้หลายที่น้ําก็ยังไม่ลดโดยประกาศเพิ่มให้เปึนไปตามระเบียบ ถ้าประกาศ ๒๐,๐๐๐ บาทไม่ได้ก็ประกาศในจํานวนเงินที่ใกล้เคียงกัน ไม่ใช่ประกาศ ๕,๐๐๐ บาท เพราะว่าอย่างที่ผมกราบเรียนประชาชนสะเทือนใจครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้เอาเงินมายัด ใส่มือให้ ๒,๐๐๐ บาทในขณะที่เรายังไม่มีความจําเปึนอะไรมากมายนัก เพียงแต่รัฐบาล บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี หุ้นตก เงินลงทุนไม่ไหลเข้า เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับแต่ว่าเอาเงิน มาให้เขา แต่วันนี้เขาประสบภัยพิบัติอย่างมากกลับเอาเงินมาให้เขาน้อยกว่าที่ควรจะเปึน นี่ไม่ได้หมายความว่าเอามาให้แล้วก็มาติติงกันนะครับ แต่ว่าเราคิดจากพฤติกรรมของรัฐบาล ที่ผ่านมาว่าไม่เคยทําแบบนี้ เหมือนนิสัยคนถ้าเราเห็นเขาเอาใจเราขนาดนี้เราก็รักเขาแล้ว พอมาวันนี้เขาทําไมถึงมีใจออกห่างหรือว่ามีแนวคิดอย่างไร ก็อยากจะกราบเรียนถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ความจริงจะถามท่านนายกรัฐมนตรีเพราะว่าแนวคิดอย่างนี้มันน่าจะ มาจากนายกรัฐมนตรี แต่ว่าท่านมอบให้บุคคลอื่นมาตอบแทนผมก็ยินดีที่จะรับฟังครับ