พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือเรื่องโครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและมาตรการแก้ไข รวมถึงการประชาสัมพันธ์และการช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมอธิบายเกี่ยวกับการกำหนดราคาและปริมาณการประกันรายได้ โดยอ้างอิงราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงทุก 7 วัน เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าใจและเลือกใช้สิทธิได้
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ในเรื่องของปัญหาโครงการประกันรายได้เกษตรกรนะคะ ซึ่งในส่วนนี้ก็อย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงเรื่องของโครงการประกันรายได้ ซึ่งถือ ว่าเปึนนโยบายที่ยิ่งใหญ่แล้วก็เปึนมหภาคซึ่งในส่วนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการกําชับ ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการให้รวดเร็วแล้วก็ให้เปึนไปตามแนวทางที่ได้มีการประชุม แล้วก็สรุปออกมาเปึนนโยบาย ในสิ่งที่ท่าน ส.ส. นายแพทย์วรงค์ผู้ทรงเกียรติได้สอบถาม เรื่องของราคาอ้างอิงซึ่งมีผลต่อการรับเงินชดเชย แล้วก็มีความรู้สึกไม่เท่าเทียมกัน ต้องขอเรียนชี้แจงว่า โครงการประกันรายได้ผ่านมา ๑ ป้ก็อาจจะมีปัญหาบ้างในส่วนที่ พี่น้องเกษตรกรไม่เข้าใจ ในเรื่องของราคาอ้างอิง ราคาประกัน หรือแม้กระทั่งการจะรับ เงินชดเชย ซึ่งตรงนี้ในป้นี้ก็คือรอบที่ ๑ ของป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ กระทรวงพาณิชย์ก็ได้รับมอบหมาย ให้เข้ามาช่วยในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ซึ่งต่างจากป้ที่แล้ว ซึ่ง ธ.ก.ส. จะเปึนผู้รับผิดชอบ กระทรวงพาณิชย์เราก็เข้าไปดูในส่วนที่เข้ามาในเรื่องของ การรักษาเสถียรภาพ แต่ป้นี้เราได้รับมอบหมายในการที่จะประชาสัมพันธ์โครงการนี้นะคะ แล้วก็พูดถึงเกณฑ์กลางราคาอ้างอิงผ่านระบบสื่อสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ระบบเอสเอ็มอี (SME) ผ่านผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ทั่วประเทศ แล้วก็สายด่วน ของกรมการค้าภายใน ๑๕๖๙ แล้วก็ที่สําคัญคือ สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ก็จะช่วยออกอากาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงนี้ช่วงข่าวเจ็ดโมงเช้าทุกวันจันทร์ ซึ่งตรงนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ในรอบที่ ๑ ของป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ นี้ กระทรวงพาณิชย์เรา ได้จัดทําโครงการศูนย์เฝัาระวังแล้วก็แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรครอบคลุมทั่วทุกจังหวัด ทั่วประเทศเพื่อที่จะช่วยดูแลแล้วก็ช่วยเหลือเกษตรกรในการที่จะติดตามโครงการ ประกันรายได้ แล้วก็ส่งเจ้าหน้าที่ออกชี้แจงทั่วประเทศ ซึ่งตรงนี้จะยกเว้นภาคใต้ในช่วง เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมนี้นะคะ ซึ่งตรงนี้ก็คือเรื่องของการประชาสัมพันธ์ที่ในส่วน กระทรวงพาณิชย์ได้รับผิดชอบเพิ่มขึ้นในป้นี้
ส่วนเรื่องโครงการประกันรายได้ที่เกษตรกรยังเข้าใจไม่ละเอียดในเรื่องของ การกําหนดราคาแล้วก็ปริมาณการประกันรายได้ ก็อยากจะเรียนว่า โครงการประกัน รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวก็จะได้กําหนดราคา แล้วก็ปริมาณการประกันรายได้จาก เกษตรกรทุกครัวเรือนตามชนิดข้าว แล้วก็ตามราคาที่แต่ละชนิดแตกต่างกันไป ซึ่งตรงนี้ ถ้าหากราคาข้าวในท้องตลาดต่ํากว่าราคาประกันเกษตรกรก็จะได้รับการชดเชย ในส่วนต่างของราคาที่เกษตรกรได้ระบุไว้ตามสิทธิในช่วงที่ต้องการใช้สิทธิไว้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จําเปึนที่จะต้องมีการพิจารณาการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในทุก ๆ สัปดาห์ คือทุก ๗ วันเพื่อจะใช้เปรียบเทียบราคาประกันรายได้ แล้วก็คํานวณส่วนต่างที่จะชดเชย ให้กับเกษตรกรในแต่ละช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ โดยราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงนี้ก็จะมีการคํานวณ ซึ่งอย่างที่คุณหมอได้พูดถึงว่าอธิบายก็ยาก จริง ๆ ก็อยากจะบอกว่ามันเปึนสูตรแล้วก็เปึน มติออกมาตรงกันว่าจะใช้แนวทางแบบนี้ก็คือเอาราคาตลาดมาคํานวณด้วยต้นทุนต่าง ๆ แล้วก็จะเปลี่ยนไปทุกอาทิตย์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะเรียนว่ามันจะมีความไม่เท่ากัน ในแต่ละอาทิตย์ถึงการชดเชย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ เกษตรกรก็จะ ได้รับเงินชดเชยที่แตกต่างกันไปในทุกสัปดาห์ ก็แล้วแต่ว่าจะใช้สิทธิในช่วงไหน ซึ่งตรงนี้ ก็จะทําให้เกษตรกรรู้สึกว่ามันเกิดความไม่เท่าเทียมกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตรงนี้มันเปึนหลักเกณฑ์ ในการคํานวณ ซึ่งได้พิจารณากันมาทั้งกระบวนการแล้ว ซึ่งก็มีหลาย ๆ หน่วยงานที่เข้ามาร่วม พิจารณา ซึ่งในส่วนนี้ก็ถ้าราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงต่ํากว่าราคาประกันทางเกษตรกรก็จะ ได้รับส่วนต่างไป โดย ธ.ก.ส. ก็จะเปึนผู้ที่นําเงินโอนเข้าส่วนต่างเข้ากับบัญชีของเกษตรกร ในแต่ละรายตามช่วงเวลาที่เกษตรกรประสงค์ที่จะใช้สิทธิในช่วงเวลานั้น ๆ ในทางกลับกัน ถ้าราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันรายได้ก็แสดงว่าเกษตรกรจําหน่ายข้าวเปลือก ได้ราคาที่ดีกว่ารัฐบาลก็ไม่ต้องชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกร ซึ่งถือว่าเปึนนโยบายที่มี ความโปร่งใสแล้วก็เปึนธรรมต่อเกษตรกร เพราะว่าตรงนี้ถือว่าให้เกษตรกรเลือกใช้สิทธิ เพราะฉะนั้นตรงนี้ประเด็นคือทางกระทรวงพาณิชย์เราก็มองเห็นถึงปัญหาว่าเราจะต้อง อธิบายให้เข้าใจถึงในช่วงนั้น ๆ ราคาประกันมันเปึนมาตรฐานอยู่แล้ว แต่เกณฑ์กลางอ้างอิงแต่ละช่วงจะมีความแตกต่างไป แล้วการชดเชยมันก็แตกต่างกันไป คืออธิบายในประเด็นนี้น่าจะเข้าใจได้ดี แต่ถ้าไปพูดถึงสูตรวิธีการคํานวณมันเข้าใจยาก ก็อยากจะฝากท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านซึ่งมีความห่วงใย แล้วก็เดือดร้อนแทน พี่น้องเกษตรกร ทุก ๆ ท่านเหมือนกันหมดนะคะ แม้กระทั่งตัวดิฉันเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ดิฉันคิดว่าประเด็นที่เราน่าจะช่วยกันได้คนละไม้คนละมือก็คือเรื่องของการชี้แจงให้ พี่น้องเกษตรกรได้ทราบถึงว่าข้าวแต่ละประเภทเปึนอย่างไร ราคาประกันเท่าไร เกณฑ์กลาง ช่วงนี้เปึนอย่างไร ชดเชยเท่าไร ตรงนี้ก็คือจะได้เข้าใจ เพราะว่าถ้าไปทราบถึงสูตรก็ค่อนข้าง จะมีปัญหา ยากอย่างที่คุณหมอพูดนะคะว่ามีหลายท่านก็อาจจะไม่เข้าใจเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ อยากจะเรียนว่าในเกณฑ์กลางทุก ๗ วัน ที่ประกาศช่วงนี้คือวันที่ ๒๕-๓๑ ตุลาคม เราก็ จะมีราคาประกันของข้าวหอมมะลิ ๑๕,๓๐๐ บาท เกณฑ์กลางก็คือ ๑๔,๓๗๒ บาท จะได้ ส่วนต่างที่ชดเชย ๙๒๘ บาท อันนี้ก็อยากจะให้พี่น้องเกษตรกรทราบในแนวอย่างนี้ก็จะ ง่ายต่อความเข้าใจ ถ้าเกษตรกรท่านมองว่าในส่วนนี้ได้รับเท่านี้พอใจก็เลือกใช้สิทธิได้ ซึ่งตรงนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเลือกใช้สิทธิไปแล้วแล้วไม่พอใจในช่วงนั้นก็แจ้งได้ ก่อนล่วงหน้า ๓ วัน ตรงนี้ก็สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ก่อน ๓ วันนะคะ แล้วก็จะใช้สิทธิ ในช่วงถัดไปก็ไม่ได้เปึนปัญหา ส่วนข้าวหอมจังหวัดราคาประกันที่ ๑๔,๓๐๐ บาท เกณฑ์กลาง ก็คือ ๑๓,๙๕๒ บาท ในครั้งนี้ก็มีส่วนต่างที่ ๓๔๘ บาท ข้าวปทุมธานีราคาประกัน ๑๑,๑๐๐ บาท เกณฑ์กลาง ๑๑,๒๑๒ บาท อันนี้ไม่ได้ชดเชยเพราะว่าราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าราคาประกัน ก็แสดงว่าเกษตรกรขายได้ราคาดีกว่าราคาประกันของรัฐบาล ในส่วนข้าวเจ้านาป้ราคาประกัน อยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท เกณฑ์กลางในครั้งนี้ก็จะเปึน ๘,๓๕๗ บาท ได้รับส่วนต่าง ๑,๖๔๓ บาท ในส่วนข้าวเหนียวราคาประกัน ๙,๕๐๐ บาท เกณฑ์กลางคือ ๑๕,๗๔๖ บาท ซึ่งถือว่า สูงมากแล้วก็ไม่มีการชดเชย ตรงนี้ก็คือทุก ๗ วันเราจะมีการประกาศอย่างที่ได้เรียนไป ในช่วงแรกว่า ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์เราจะเข้ามาช่วย ธ.ก.ส. ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ให้มากขึ้น โดยทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สื่อหนังสือพิมพ์ หรือแม้กระทั่งของกรมการค้าภายใน แล้วทุกจังหวัดก็จะมีการช่วยประสานงานประชาสัมพันธ์ในเรื่องของเอาแนวแค่ราคาประกัน ราคากลางก็คือราคาอ้างอิงแล้วก็ส่วนชดเชย แล้วก็ใช้สิทธิในช่วงใด ๆ ก็คืออยู่ที่เกษตรกร เพราะฉะนั้นเกษตรกรก็อาจจะเห็นว่ามันมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วง ส่วนในเรื่อง ของการชดเชยเพิ่มเติมเรื่องเดิมที่ท่านคุณหมอได้สอบถามนะคะ จริง ๆ มันเปึนมติทุกอย่าง ออกมาหมดแล้ว อยู่ที่การจ่ายเงินซึ่งคงจะเปึนในหน่วยงานของกระทรวงการคลัง ก็คือ ธ.ก.ส. ต้องเปึนผู้ที่นํามติไปปฏิบัติ เรื่องนี้ก็พิจารณาแล้วลงมติที่จะชดเชยตามแนวที่ คุณหมอได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้แล้ว ก็ต้องขอกราบขอบคุณ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังขอฝาก ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านช่วยประชาสัมพันธ์ให้มีความเข้าใจแล้วก็อาจจะเอาแนวทาง ที่รัฐบาลได้ประกาศออกมาทุก ๗ วันไปชี้แจงให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้าใจถึงช่วงต่าง ๆ ของราคาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น กราบขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกที่ห่วงใยพี่น้องเกษตรกรค่ะ