วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการดูแลเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความชัดเจนและดูแลทั้งภาคกลางและภาคเหนือ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับความรู้สึกไม่เท่าเทียมกันในหมู่เกษตรกรที่ได้รับเงินชดเชยไม่เท่ากัน และถามว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะชี้แจงและทําความเข้าใจกับชาวนาให้เกิดความโปร่งใสหรือไม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ให้ ความชัดเจนกับพวกเราแต่ก็ยังคาใจอยู่บ้างนะครับ อย่างน้อยการดูแลพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องน้ําท่วมที่ให้ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ อยากจะย้ํากับท่านว่าท่านควรจะต้องให้ย้อนไปถึง ช่วงน้ําท่วมเดือนที่แล้วในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างด้วยนะครับ ผมเกรงว่าจะดูแลเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทองที่ท่วมขณะนี้ แต่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตรท่วมมาก่อน ประมาณ ๑ เดือนที่แล้ว จังหวัดลําพูนด้วย ดังนั้นการดูแลครั้งนี้ฝนต้องตกทั่วฟัา จะเอาเฉพาะ ช่วงที่น้ําท่วมแล้วก็มีภาพออกโทรทัศน์เยอะ ๆ ช่วงนี้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูแลพื้นที่ ในภาคเหนือ พื้นที่จังหวัดลําพูน ท่าน ส.ส. ขยันกระซิบบอกว่าให้ดูแลให้ทั่วด้วย ก็ฝาก ท่านรัฐมนตรีตรงนี้
แล้วประเด็นถัดไปที่อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าผมอยากจะย้ํา ด้วยใจเลยว่าขนาดผมเปึนหมอไม่เคยมีความรู้เรื่องการทําไร่ทํานา แต่ในความเปึน ผู้แทนราษฎร ๓ ป้นี้ผมลงไปคลุกกับพี่น้องชาวนาจนเข้าใจกระบวนการทํานาทั้งหมดครับ ผมเชื่อว่าผมรู้เรื่องการทํานาไม่แพ้ท่านรัฐมนตรีครับ แต่สิ่งที่ผมกังวลใจช่วง ๒-๓ ป้ ๒ ป้แล้วกันที่โครงการประกันรายได้เกิดขึ้น ผมมีความรู้สึกรัฐบาลยังไม่ใส่วิญญาณเข้าไป ในการติดตามโครงการ ผมอยากจะเปรียบเทียบอย่างนี้ว่าผมเห็นพรรคพวกผมที่เปึน ผู้บริหารบริษัทเอกชนเขาจะมีการประชุมระดับผู้จัดการเขาทุก ๆ เดือน หรือว่าเดือนหนึ่ง ประชุม ๒ ครั้งในการติดตามนโยบาย แต่โครงการประกันรายได้มันยิ่งใหญ่กว่าบริษัท มากเลยนะครับ มันคือปากท้องของคนยากคนจนทั้งประเทศ ผมย้ําว่าโครงการนี้เปึน โครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ผมมีความรู้สึกมาเลยครับ ไม่มีโครงการไหนที่ดูแลคนจน ได้ดีกว่าโครงการนี้ แล้วมันเปึนเหตุผลแล้วก็มีความชอบธรรม เพราะฉะนั้นอยากจะย้ําให้ ทางรัฐบาลว่ามันต้องมีคณะทํางานในการติดตามนโยบาย แล้วใช้พวกผม พวกผมคือ หุ้นส่วนกับทุกท่านเลยนะครับ พวกผมคือหุ้นส่วนในรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลทําดีได้ดีพวกผม ก็ได้ดีด้วย แต่ถ้ารัฐบาลทําผิดพลาดผมก็ลําบากด้วย ดังนั้นมีอะไรในการที่ติดตามนโยบาย ท่านต้องฟังพวกผมด้วยในการปรับปรุงแก้ไข และอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าผมขอชม คนคนหนึ่งครับ เพราะผมถือว่าคนคนนี้ในหลาย ๆ พื้นที่ที่ผมลงไปแล้วเขาไปดูแลคนยาก คนจนพี่น้องชาวไร่ชาวนาแล้วก็มีปัญหาติดตามให้ ปรับปรุงให้ แก้ไขให้ มีท่านเกษตร อําเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ชมคนเดียวครับ คือคุณดิเรก ยิ้มห้อย คนนี้เวลา มีปัญหาอะไรก็แล้วแต่เวลาประสานงานผมเชื่อว่าเขาติดตามโครงการแล้วแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาตลอดครับ อยากจะเอาความดีของคนที่ทํางานในพื้นที่ ที่ท่านไม่ทราบมาบอกท่านนะครับ หลังจากนั้นแล้วอยากจะเข้าสู่ประเด็นของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พรทิวาก็คือเรื่องเกี่ยวกับการกําหนดราคาอ้างอิง คือผมต้องยอมรับว่าการที่รัฐบาลกําหนดราคาอ้างอิงที่เปึนราคาขึ้นลงตามราคาตลาดโลก โดยมีคณะทํางานที่ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตั้งขึ้นมา เราต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาไม่ทราบเลย กระบวนการคิด กระบวนการใช้สิทธิ ราคาส่วนต่างผมก็ยังท้าเลย ผมท้าท่านในสภาแห่งนี้ ๔๘๐ คน ผมเชื่อว่า ส.ส. ๔๘๐ คน รู้เรื่องพวกนี้ไม่หมดครับ เพราะว่าการที่จะรับรู้เรื่องพวกนี้ทั้งหมดมันจะต้องติดตามตลอด ติดตาม ๆ แล้วจนกระทั่งตกผลึกทางความคิดกับเรื่องนี้ ดังนั้นผมเชื่อว่านโยบายของ รัฐบาลตรงนี้เองในการที่จะดูแลพี่น้องกําหนดส่วนต่างทุกอาทิตย์ ทุกวันจันทร์กําหนด อ้างอิงชาวไร่ชาวนาไม่เข้าใจจริง ๆ วันนี้อาจจะเปึนดวงที่พี่น้องชาวนาว่าไปใช้สิทธิวันไหน ก็แล้วแต่ ราคาอ้างอิงมันเปึนอย่างไรก็แล้วแต่เขาก็จะได้ตามราคาที่ทางกระทรวงพาณิชย์ กําหนดราคาอ้างอิงขึ้นมา เราถูกเรียกร้องจากพี่น้องชาวนาว่าไม่รู้เรื่องทําอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง ผมก็เข้าใจ ผมเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมเคยไปนั่งสอนเลยนะครับ ไปนั่งสอนชาวนา เอาคนที่เก่ง ๆ ของหมู่บ้านมานั่งสอนวิธีการคิดเรื่องราคาอ้างอิงและ การใช้สิทธิ แต่ปรากฏว่าไม่เข้าใจ ผมถึงเข้าใจว่าบางครั้งการรับรู้ของพี่น้องกับทางรัฐบาล วิธีคิดต่างกัน รัฐบาลไปคิดแทนพี่น้องชาวไร่ชาวนาว่าต้องคิดอย่างนี้ ต้องรู้ราคาอ้างอิง ราคาขึ้นลงเหมือนกับการซื้อขายหลักทรัพย์คล้าย ๆ อย่างนั้น แต่สุดท้ายพี่น้องก็ยัง ไม่ค่อยเข้าใจ เปึนไปได้ไหมครับว่าการกําหนดราคาอ้างอิงน่าจะมีการปรับวิธีคิดนิดหนึ่ง โดยใช้หลักการที่เรียกว่าแมนเนจ โฟลท (Managed float) เพราะว่าราคาอัตราแลกเปลี่ยน ช่วงหนึ่งแบงก์ชาติยังใช้คํานี้เลย การบริหารราคาแบบจัดการเหมือนกัน พี่น้องชาวนาเอง มีความรู้สึกว่าช่วงหนึ่งคนที่ได้ ๒,๕๐๐ บาทมาถึงตอนนี้คนที่ได้ ๑,๖๐๐ บาท แล้วมีปัญหา อยู่เรื่อย เปึนไปได้ไหมที่ว่าทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์จะใช้หลักการที่เรียกว่าแมนเนจ โฟลท ในการกําหนดราคาอ้างอิงเพื่อให้ส่วนต่างที่ได้รับเงินชดเชยของพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ชาวนานั้นไม่ต่างกันมาก
และประเด็นถัดมาที่อยากจะเรียนกับท่านรัฐมนตรี คือท่านคงจําได้ ในช่วงที่มีการปรับสูตรใหม่ ก่อนหน้านี้สูตรที่ประกาศใช้กับราคาตลาดจริงแตกต่างกันมาก รัฐบาลประกาศราคาเกณฑ์อ้างอิง ๙,๐๐๐ บาท แต่ราคาซื้อขายประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ๗,๐๐๐ บาท จนกระทั่งวันที่ ๒๕ เดือนเมษายนนี้จําได้แม่นครับ คือรัฐบาลก็ปรับสูตร วิธีคิดใหม่โดยอิงราคาย้อนหลัง ๓ อาทิตย์ แต่ก่อนหน้านั้นอิงราคาย้อนหลัง ๓ ป้ แล้วพอ สูตรใหม่ปุ็บราคาอ้างอิงประชาชนได้รับมากขึ้น ช่วงแรกจําได้ว่าประชาชนได้รับเงินส่วนต่าง ๒,๗๐๐ กว่าบาท แล้วก็ลดหลั่นลงมาเรื่อย ๆ และช่วงนั้นเองพี่น้องเกษตรกรชาวนาก็มีการทวงถาม แล้วรัฐบาลก็รับปากกลางสภานี้ ผมถามท่านไตรรงค์ ท่านไตรรงค์เปึนคนบอกว่าตั้งแต่วันที่ ๑๕ เดือนมีนาคม ถึงวันที่ ๒๕ เมษายน ประมาณ ๕ อาทิตย์จะมีเงินส่วนต่างแถมรอบที่ ๒ ให้กับพี่น้อง แล้วตัวเลข ออกมาเปึน ๒๕ บาท ๔๕ บาท ๑๐๐ บาท ๓๐๐ บาท แล้วก็ ๖๗๕ บาท ถ้าท่านรัฐมนตรี พอจะนึกภาพออก ผมก็แปลกใจตัวเลขพวกนี้มันมาได้อย่างไร ทําไมมีความรู้สึกมันอธิบาย สังคมไม่ได้ คือถ้าเอาสูตรของวันที่ ๒๖ เมษายนเปึนต้นมาไปจับย้อนหลังและเงินส่วนต่าง ขาดเท่าไรแล้วไปชดเชยเขา อย่างนี้อธิบายได้ คือจะให้แค่ ๑๐ บาทก็อธิบายได้ ผมเรียน กับท่านรัฐมนตรีว่าผมไปคุยกับทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ เชิญผู้แทน กระทรวงพาณิชย์มา เชิญผู้แทน ธ.ก.ส. มา ซักถามว่าตัวเลขพวกนี้ท่านได้แต่ใดมา ผมเรียนตรง ๆ ว่าตอบไม่ได้ครับ มันกลายเปึนเหมือนกับว่าเปึนตัวเลขที่จินตนาการขึ้นมาว่า ขณะนี้ข้าวราคานี้ควรจะให้ ๒๕ บาท ช่วงนี้ควรจะให้ ๖๐๐ บาท ช่วงนี้ควรจะให้ ๓๐๐ บาท จนกระทั่งในที่ประชุมคณะกรรมาธิการโดยมีท่านนราพัฒน์ แก้วทอง เปึนประธาน คณะกรรมาธิการ เชิญผมไปร่วมประชุมกับทางผู้แทนของ ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. ก็โยนมาที่ กระทรวงพาณิชย์ ว่า ธ.ก.ส. ไม่ได้เปึนคนคิดตัวนี้ เพราะ ธ.ก.ส. บอกว่ามีหน้าที่จ่ายสตางค์ กระทรวงพาณิชย์ก็อ้ํา ๆ อึ้ง ๆ สุดท้ายถามว่าท่านคิดอย่างไร ทําไมท่านไม่เอาสูตรนี้สูตร ที่ท่านคิดใหม่ไปจับย้อนให้ชาวบ้านเขาราคาเท่าไรไปคิดให้เขา วันนั้นผมจําได้ก็จนปัญญา ในการที่จะตอบแล้วรับปากว่าจะคิดสูตรใหม่ขึ้นมา จนกระทั่งเรื่องพวกนี้ก็ถูก ส.ส. ทุกคน มาร้องเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มีการประชุมคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาตินะครับ ผมจําได้ประมาณสัก ๓ อาทิตย์ หรือประมาณไม่ถึงเดือน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติก็มีมติในการที่จะจ่ายเงินชดเชยย้อนหลังให้อีก ๑ ครั้งของคนที่ราคาส่วนต่างที่มันมีปัญหาคือช่วงวันที่ ๑๕ เดือนมีนาคมถึงวันที่ ๒๕ เดือนเมษายน มติคงจําได้นะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วพวกเราก็ตาม เรื่องนี้มาตลอด แล้วความคืบหน้าเรื่องนี้มันก็ยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นผมจึงมีคําถาม ที่จะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ดังนี้นะครับ
ผมอยากจะถามว่าเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทํานายังไม่ค่อยเข้าใจ เรื่องการใช้ราคาอ้างอิงที่มีผลต่อการรับเงินชดเชย ทําให้เกิดความรู้สึกว่าไม่เท่าเทียมกัน เนื่องจากได้เงินไม่เท่ากัน รัฐบาลมีนโยบายที่จะชี้แจงและทําความเข้าใจกับชาวนาให้เกิด ความโปร่งใสหรือไม่อย่างไร และถ้าเปึนไปได้คือพูดตรง ๆ คือถ้าใช้หลักการ แมนเนจ โฟลท ในการกําหนดราคาอ้างอิงได้หรือไม่ และขณะเดียวกันการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติ ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ในการชดเชยเงินรอบที่ ๓ ให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวนาหลังจากปรับสูตรใหม่คือวันที่ ๑๕ เดือนมีนาคมถึงวันที่ ๒๕ เมษายน อยากทราบว่า ขณะนี้การวางแผนชดเชยขณะนี้ไปถึงไหนแล้วครับ ขอบคุณครับ