สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ระบุว่าภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายจังหวัดนั้นเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมีการช่วยเหลือหลายรูปแบบ รวมถึงการจ่ายเงินเพิ่มเติมให้กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว และมีการอนุมัติวงเงินทดรองราชการเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาความหนักหน่วงจากหนี้สิน โดยเสนอแนะมาตรการหลายประการ เช่น การลดภาระค่าเช่าที่ดินราชพัสดุ การพิจารณาให้พักหนี้ของเกษตรกรที่เป็นหนี้กับธนาคารกสิกรไทย และการให้เงินกู้ใหม่เพื่อฟื้นฟูกิจการ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กํากับดูแลงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการประสาน การเยียวยา การช่วยเหลือ จากภัยพิบัติน้ําท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้นะครับ ผมขออนุญาต ที่จะตอบกระทู้ถามสด ความจริงแล้วก็มีหลายประเด็นอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงไปนะครับ แต่เนื่องจากท่านสมาชิกได้สอบถามว่ารัฐบาลเมื่อดูตามพฤติกรรม ที่ผ่านมาแล้วดูเหมือนว่ามาตรการการช่วยเหลือจะขี้เหนียวไปหน่อยหรือไม่ เพราะว่า ประกาศเรื่องจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ความจริงแล้วต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ภัยพิบัติครั้งนี้อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้เรียนว่ามีความรุนแรงในรอบ ๕๐ ป้ ก็เรียกได้ว่าอย่างนั้น มีความฉับพลันทันที แล้วก็มีความเดือดร้อนที่ปรากฏในหลายสถานที่ ซึ่งประชาชนไม่ได้เตรียมการมาก่อน แล้วก็ประสบความเดือดร้อนเปึนอย่างมาก ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้มีความเปึนห่วงเปึนใยในเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นและได้ลงพื้นที่ ในการไปตรวจสอบรวมทั้งติดตามสถานการณ์โดยตลอด การช่วยเหลือของรัฐบาล ทําในหลายรูปแบบครับ ไม่ใช่เฉพาะแต่จะมีเรื่องที่จะจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น ความจริงแล้วที่ท่านพูดถึงเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนั้นผมเข้าใจว่าคงจะเปึนเงินที่ทาง กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยของทางกระทรวงมหาดไทยมีระเบียบในการจ่าย อย่างเช่นในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตซึ่งเปึนหัวหน้าครอบครัวก็จ่ายศพละ ๒๕,๐๐๐ บาท แล้วก็เงินช่วยเหลือครอบครัวอีก ๒๕,๐๐๐ บาท ก็เปึน ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มีเงินช่วย สมาชิกในครอบครัวกรณีเสียชีวิตอีก ๒๕,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เปึนระเบียบทั่วไปซึ่งปฏิบัติ และครั้งนี้ก็ยังคงใช้อยู่ เพียงแต่เนื่องจากเห็นว่าประชาชนมีความเสียหายมาก ในส่วน กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับเงินบริจาคมาจากที่ไปจัดที่ อสมท ประมาณ ๖๐ ล้านบาทและมีคนบริจาคเพิ่มเติม ในขณะนี้ก็มีมติเมื่อ ๒ วันที่แล้ว จะจ่ายเพิ่มให้อีกศพละ ๕๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นเมื่อรวมกับเงินเดิมที่กรมปัองกัน และบรรเทาสาธารณภัยจ่ายกรณีหัวหน้าครอบครัว ๕๐,๐๐๐ บาท ก็จะเปึน ๑๐๐,๐๐๐ บาท สมาชิกก็จะเปึน ๗๕,๐๐๐ บาท ซึ่งตัวเลขขณะนี้ล่าสุดผู้เสียชีวิตก็ตกอยู่ที่ประมาณ ตัวเลขรายงานล่าสุดเช้าวันนี้คือที่ ๕๙ คน สูงสุดของจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตคือจังหวัดลพบุรี ซึ่งผมจะได้เดินทางไปจังหวัดลพบุรีในวันพรุ่งนี้ครับ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือในส่วนของ กองทุนผู้ประสบภัยให้ที่จังหวัดลพบุรี ส่วนจังหวัดอื่นก็จะได้มอบหมายให้มีการจ่ายให้กับ ผู้เสียชีวิตทุกราย ส่วนเงินที่จะมีการจ่ายเพิ่มเติมและมาตรการอื่นจะมีเพิ่มเติมอีก เช่น การอนุมัติวงเงินทดรองราชการเพิ่มเติมตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดร้องขอนั้นเดิมทีมีอยู่ ๕๐ ล้านบาท ครม. ก็ให้กระทรวงการคลังอนุมัติเพิ่มเติม เปึนอํานาจอนุมัติของอธิบดีกรมบัญชีกลางอีก ๒๐๐ ล้านบาทนะครับ และถ้าไม่พอ ปลัดกระทรวงการคลังจะอนุมัติได้อีก ๕๐๐ ล้านบาท ถ้ามากกว่า ๕๐๐ ล้านบาท รัฐมนตรีก็สามารถที่จะอนุมัติได้ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายให้เปึนศูนย์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจะได้มีเงิน ในการที่จะไปจัดซื้อของต่าง ๆ นอกจากนั้นยังยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการพัสดุให้เปึนอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการมอบบุคคลหรือคณะบุคคล ในการใช้เงินทดรองราชการตรวจรับพัสดุไปก่อน แล้วรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทีหลัง อันนี้เปึนความฉุกเฉินเร่งด่วนนี้ต้องใช้ไปนะครับ

นอกจากนั้นยังมีมาตรการอื่นอีก เช่น ทางกรมธนารักษ์ก็ลดภาระค่าเช่าที่ ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุ ธ.ก.ส. ก็จะพิจารณาเรื่องของการพักหนี้ของเกษตรกรที่เปึนหนี้กับ ธ.ก.ส. กรณีเกษตรกรลูกค้าเสียชีวิตก็จะจําหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชีถือเปึนศูนย์ทันทีโดย ธ.ก.ส. เพื่อไม่ให้เปึนภาระกับลูกหลานต่อไปนะครับ

นอกจากนั้นก็ยังมีการขยายเวลาการชําระหนี้เงินกู้ในกรณีที่สูญเสียรายได้ เกินกว่าร้อยละ ๕๐ โดยขยายเวลาชําระหนี้เงินกู้ออกไปอีกเปึนเวลา ๓ ป้ สําหรับลูกค้า ที่มีกําหนดชําระในป้บัญชี ป้ ๒๕๕๓ ถึงป้ ๒๕๕๕ มีการงดคิดดอกเบี้ยเงินกู้เปึนเวลา ๓ ป้ ในรอบบัญชีตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๓ ถึงป้ ๒๕๕๕ โดย ธ.ก.ส. จะขอชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล อันนี้ก็เปึนมาตรการซึ่งได้ประกาศแล้วก็ดําเนินการไปนะครับ

มีการให้เงินกู้ใหม่เพื่อฟุ๋นฟูการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยให้เงินกู้อีกรายละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากอัตราดอกเบี้ยปกติ ลงเหลือร้อยละ ๓ ต่อป้ เหล่านี้เปึนต้น ธนาคารออมสินเองก็จะมีหนี้เงินกู้ให้ลูกค้าเพิ่มเติม ลูกค้าสินเชื่อเดิมก็ขยายเวลาการผ่อนชําระหนี้ออกไปอีกไม่เกิน ๖ เดือน เหล่านี้เปึนต้น มีการพูดถึงเรื่องของการงดหรือขอพักการชําระหนี้สหกรณ์การเกษตร ซึ่ง ครม. ก็มอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปจัดทํารายการที่จะเสนอให้กับ ครม. เศรษฐกิจในวันจันทร์ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็จะมีมาตรการในการชดเชยเยียวยาสําหรับพืชผล ที่เสียหายไป โดยเดิมได้ไร่ละประมาณ ๖๐๐ กว่าบาท ก็จะมีการเพิ่มเพื่อไม่ให้ขาดทุนนะครับ ซึ่งตัวเลขจะสูงกว่าเดิมมาก และมาตรการนี้จะประกาศในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ธ.ก.ส. ก็มี โครงการเงินกู้เพื่อลดภาระหนี้ ธนาคารอิสลามก็ปล่อยกู้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยไม่จํากัดวงเงิน ธนาคารอื่น ๆ เช่น เอสเอ็มอี ธนาคารเอสเอ็มอี ธนาคารบรรษัท ประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เรามีมาตรการทั้งหมด รวมทั้งธนาคารกรุงไทย จะผ่อนปรนเงื่อนไขในการชําระหนี้ รวมทั้งให้กู้เพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงกิจการอีกด้วย

อันนี้เปึนมาตรการที่ผมเรียนท่านประธานไปเพื่อให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วมันมี หลายมาตรการบวกกัน ส่วนกรณี ๕,๐๐๐ บาทเปึนกรณีที่มีการเสนอโดยกระทรวงมหาดไทย ใน ครม. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ครม. ก็อนุมัติไปครับ

หลักการก็คือว่า ๑. เปึนหลักเกณฑ์ว่าน้ําท่วมฉับพลันทันที และ ๒. ก็คือ น้ําท่วมขังเกิน ๗ วันอย่างใดอย่างหนึ่งก็เข้าหลักเกณฑ์ครับ แล้วเวลาจ่ายก็จ่ายเปึน ครัวเรือน โดยวิธีการประเมินนี่ง่าย ประชาชนก็กังวลอยู่ว่าจะได้ครบทุกครัวเรือนหรือไม่ กระทรวงมหาดไทยเองก็ยืนยันว่าเขามีทะเบียนผู้ได้รับความเสียหายครบถ้วนอยู่แล้ว และสามารถดูจากภาพถ่ายทางอากาศที่เกิดขึ้นจริงได้ ก็จะเหลือมาตรการหรือวิธีการจ่าย ซึ่งวันจันทร์ ครม. เศรษฐกิจจะพิจารณา แล้วก็คิดว่าจะเปึนการจ่ายที่ต้องจ่ายในเวลาที่รวดเร็ว โดยประเมินเบื้องต้นครัวเรือนเสียหายที่ต้องจ่ายชดเชยเยียวยาเบื้องต้น ๕,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือน ตกอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน แต่ตัวเลขยังไม่นิ่งอาจจะเพิ่มได้อีก ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมครับที่จะต้องจ่ายเพิ่มเติม แม้ว่าจะเปึนเงิน ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อรวมทุกมาตรการแล้วเข้าใจว่าต้องใช้เงินงบประมาณมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการจ่ายช่วยเหลือประชาชนครับ