นพคุณ รัฐผไท หารือเรื่องกฎหมายที่ดิน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่ประชาชนประสบมาอย่างยาวนาน เช่น ปัญหาการใช้สอยที่ดิน การอยู่อาศัยในที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ และการขาดที่ดินเพื่อการเกษตร นอกจากนี้ยังเรียกร้องการแก้ไขปัญหานี้โดยการสร้างกฎหมายที่เหมาะสม และขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขเพื่อให้การดำเนินการมีระยะเวลาที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาที่จะใช้ในการดำเนินการและผลกระทบต่อประชาชน และยังขอความเห็นของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับ 5 ข้อที่เขาแสดงความกังวล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากมีกฎหมายหลัก ๆ อยู่ ๒ ประการเกี่ยวกับการจัดการที่ดิน ในกฎหมาย ๒ ฉบับนั้นเข้าใจว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติ ของรัฐบาลที่เสนอมาโดย ส.ส. ๓ ท่าน ซึ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้าม ของรัฐ แล้วอีก ๘ ท่านนั้นก็เปึนเรื่องของการยกเลิกที่ป์าสงวนแห่งชาติ ซึ่งทั้ง ๒ ฉบับนั้น แม้หลักการจะแตกต่างกัน แต่ว่าเปัาหมายวัตถุประสงค์นั้นก็คงมีประการเดียวก็คือต้องการที่จะ แก้ปัญหาที่ดินซึ่งราษฎรได้ประสบอยู่ ซึ่งปัญหาของราษฎรที่ประสบอยู่เกี่ยวกับการใช้สอย ที่ดินนั้นก็คงมีมานานแล้ว ก็เปึนนิมิตหมายที่ดีที่ทาง ส.ส. ทั้ง ๑๑ ท่าน ซึ่งเปึนผู้แทน ของปวงชนชาวไทยได้มองเห็นปัญหา อันนี้ผมก็อยากจะสรุปถึงปัญหาของที่ดิน ป์าไม้ ของบ้านเมืองเราที่ประสบมานะครับ ส.ส. ทุกคนก็คงจะได้ประสบมาคล้าย ๆ กัน
ปัญหาประการแรก ก็คือปัญหาของประชาชนที่ไปอยู่อาศัยในที่ดินสงวนหวงห้าม ของรัฐ ไม่ว่าจะเปึนรูปของป์าสงวนก็ดี ป์าชุมชนก็ดี กับเขตอุทยานก็ดี เปัาหมายของกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ก็ต้องการจะแก้ไขประเด็นนี้
ประการที่ ๒ ที่เปึนปัญหาก็คือราษฎรส่วนใหญ่นั้นขาดที่ดินทํากิน ก็สร้าง ปัญหาในเรื่องของการบุกรุกป์าตามมา ก็ติดคุกติดตะรางกันไปมากมาย ก็เปึนเรื่องของ ปัญหาระดับชาติทั้ง ๒ ประเด็นนะครับ
ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินที่สงวน หวงห้ามของรัฐอยู่ประมาณ ๕ ประเด็นนะครับท่านประธาน
ประเด็นแรก ในเรื่องของมาตรา ๙ เกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลที่จะได้สิทธิ ทํากินหรือเข้าไปครอบครองในที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ ผมก็อยากจะให้คณะกรรมการ ได้กําหนดหลักเกณฑ์ คณะกรรมการระดับชาติซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานนั้น ซึ่งมีหน้าที่ตามมาตรา ๙ ในการกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ ให้ได้มาซึ่งการเข้าไป ได้รับการจัดสรร ได้รับสิทธิ ก็อยากจะฝากกรรมาธิการได้ช่วยพิจารณาให้รอบคอบ รัดกุม เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดเหมือนกับการจัดสรรที่ดินให้กับบุคคลตามในอดีตที่ผ่านมา คือ ส.ป.ก. ๔-๐๑ อันนี้ก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย อันนี้ก็เปึนประเด็นแรก ที่ผมอยากจะฝากถึงกรรมาธิการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลที่จะได้รับสิทธิ
ในประเด็นที่ ๒ กรณีที่มีการขัดแย้งกันในเรื่องของสิทธิ ร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า ใครจะเปึนผู้ได้รับสิทธิ สิทธินั้นอยู่ก่อนหรือหลังการประกาศใช้กฎหมายของทางรัฐ ก็ห้ามไม่ให้มีการฟัองร้องมีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเด็ดขาดอันนี้ผมก็เปึนข้อกังวลว่า จะเปึนการตัดสิทธิการฟัองร้องทางศาลปกครองซึ่งอาจจะขัดรัฐธรรมนูญได้ อันนี้ก็เปึน ประเด็นที่ ๒ ที่ในเรื่องของสิทธิของประชาชนที่มีข้อพิพาทกันระหว่างรัฐกับตัวเอง แต่ว่า ร่างกฎหมายนี้ถ้าหากประกาศใช้ขึ้นมาเปึนการห้ามสิทธิไม่ให้ใช้สิทธิทางศาลผมก็เห็นว่า น่าจะขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญได้
ในประเด็นที่ ๓ ที่อยากจะฝากกรรมาธิการก็คือว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้นั้น ต้องการให้ท้องถิ่นแล้วก็ประชาชนมีส่วนร่วมในการปัองกันการบุกรุกทําลายป์า มีส่วนร่วม ในการรักษาอนุรักษ์ป์า ถ้าหากว่าจะให้ท้องถิ่นซึ่งไม่มีกฎหมายรองรับให้ทําหน้าที่นี้ปกติ การดูแลรักษาการปัองกันเปึนหน้าที่ของฝ์ายปกครองคือกํานันผู้ใหญ่บ้าน นายอําเภอ หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งเราเรียกว่าฝ์ายปกครองก็มีกฎหมายรองรับ แต่ถ้าจะให้ ฝ์ายท้องถิ่นนั้นมีส่วนร่วมในเรื่องการปัองกันด้วยก็อยากจะให้ทางราชการหรือกรรมาธิการ ได้คํานึงถึงการสนับสนุนในเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ ในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายว่า ท้องถิ่นนั้นมีอํานาจในการปัองกันแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินป์าสงวนหวงห้ามมากน้อยเพียงใด มีขอบเขตเพียงใดเพราะว่ามิได้เปึนเจ้าพนักงานฝ์ายปกครอง อันนี้ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะฝากกรรมาธิการด้วย
ในประเด็นที่ ๔ เกี่ยวกับเรื่องของเปึนข้อดีของร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ให้ ผู้ครอบครองการใช้ประโยชน์ที่ดินร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินในระดับจังหวัดได้ แต่ก็มีข้อเสียข้อจุดอ่อนตรงที่ว่าเมื่อร้องขอไปแล้วไม่มีกําหนดระยะเวลา คณะกรรมการ ในระดับจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานใคร ๆ ก็ทราบครับว่าผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนประธานคณะกรรมการในระดับจังหวัดมากมายก่ายกองจะเอาเวลาที่ไหนมาตัดสิน หรือเอามาวินิจฉัยซึ่งจะต้องประกอบด้วยข้อมูล การทํางานของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น มีมากมาย เพราะฉะนั้นการร้องขอของผู้ครอบครองที่ดินที่ขอให้คณะกรรมการระดับจังหวัด วินิจฉัยชี้ขาดว่าที่ดินตัวเองนั้นมีสิทธิในการครอบครองที่ดินที่ตัวเองได้อาศัยอยู่หรือได้ทํากินนั้น ก็อาจจะใช้เวลานาน ไม่มีกฎหมายบังคับว่าคณะกรรมการระดับจังหวัดนั้นจะต้องวินิจฉัย ภายใน ๖๐ วัน หรือ ๙๐ วัน อันนี้ก็เปึนที่ประจักษ์แล้วว่าบางเรื่องบางราวของความเดือดร้อน ของราษฎรถูกดองไว้เปึนป้ ๆ จนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดถูกย้ายปัญหาของเขายังไม่ได้รับ การตัดสิน ผมก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ได้เขียนกําหนด กฎเกณฑ์เข้าไปว่าเปึนการบังคับให้จังหวัดได้ทํางานแบบมีระยะเวลา ว่าควรจะเสร็จ ภายใน ๖๐ วัน หรือ ๙๐ วัน อันนี้ก็จะเปึนการช่วยเหลือราษฎรที่มีความเดือดร้อน
ในประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน เรื่องของการกําหนดกฎเกณฑ์ มาตรา ๒ ที่ให้กฎหมายนี้ใช้บังคับได้เพียง ๑๐ ป้
ประเด็นแรก มันมีจะมีปัญหาตามมาว่ากรณีที่คณะกรรมการระดับชาติ คือที่มีนายกรัฐมนตรีเปึนประธานนั้น ไม่ใช่ว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาเรียบร้อยแล้ว ประกาศราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้วจะสามารถปฏิบัติงานได้ทันที ผมคิดว่าจะต้อง ใช้เวลาอีกเปึนป้หรือสองป้กว่าจะได้เริ่มปฏิบัติ เพราะว่าขั้นตอนมันมีมากนะครับ การแบ่งประเภท การสํารวจ การหาข้อมูล การจําแนกที่ดิน จะต้องทําแนวเขตในแต่ละพื้นที่ แต่ละแปลงอีกด้วย แล้วก็จะต้องมาเข้าคณะกรรมการเพื่อทําแผนและโครงการ กว่าจะถึง ขั้นตอนที่จะส่งเปัาหมายที่ดินดังกล่าวให้กับคณะกรรมการระดับจังหวัดไปบริหารต้องใช้ เวลาอีกอย่างน้อยป้หรือสองป้เปึนต้นไป เพราะฉะนั้นการที่กฎหมายกําหนดในการแก้ปัญหา ในระยะเวลาแค่ ๑๐ ป้ก็อาจจะว่ามีปัญหาค้างคาอยู่มากที่ไม่ได้ช่วยเหลือประชาชน ที่มีปัญหานะครับ
ประเด็นที่ ๒ ร่างกฎหมายฉบับนี้เขาห้ามจําหน่ายจ่ายโอน การจําหน่าย จ่ายโอนที่ได้รับจัดสรรจะมีโทษทางอาญาด้วย เพราะฉะนั้นการกําหนด ๑๐ ป้ ถ้าหากว่า ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับประโยชน์ ได้รับสิทธิ เกิดพ้นระยะเวลา ๑๐ ป้เข้าไปก็สามารถ จะจําหน่ายจ่ายโอนได้ อันนี้ก็อยากจะฝากไว้คณะกรรมาธิการว่า ๑๐ ป้มันเดี๋ยวเดียว พอได้ประโยชน์ได้ไม่กี่ป้ก็สามารถที่จะได้สิทธิในการจําหน่ายจ่ายโอนแล้ว เพราะกฎหมายนี้ ไม่ใช้บังคับหรือบังคับไม่ได้ ก็มีทั้งหมดที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ ๕ ประเด็นที่ฝากไว้กับ คณะกรรมาธิการเพื่อนําไปประกอบการพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ