บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ และเรียกร้องการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เกิดในประเทศไทยมีโอกาสได้ถือครองสมบัติที่มีค่าที่สุด คือแผ่นดินเกิด
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการ ที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... เนื่องจากพระราชบัญญัตินี้เปึนพระราชบัญญัติ ที่เปึนเครื่องมือที่จะทําให้ผู้ใดก็ตามที่ได้ทําประโยชน์จริงในพื้นที่ที่ในปัจจุบันเปึนพื้นที่หวงห้าม ของทางรัฐบาล ยกตัวอย่างอําเภอบางแห่ง เช่น อําเภอเขาชะเมาที่จังหวัดระยองก็ยังอยู่ ในพื้นที่ของป์าสงวนแห่งชาตินะครับ สํานักสงฆ์หลาย ๆ แห่งซึ่งมีการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเปึน โบสถ์ วิหาร สํานักสงฆ์ ที่พักสงฆ์ต่าง ๆ ก็อยู่ในพื้นที่ของป์าสงวนแห่งชาติ แล้วก็พี่น้องประชาชน ก็ได้ใช้ประโยชน์จริง ได้ใช้พื้นที่เหล่านั้นจริง บางแห่งก็เปึนตลาด บางแห่งก็เปึนเรือกสวนไร่นา ที่พี่น้องประชาชนได้อยู่ทํากินจริง ๆ ปัจจุบันนี้เมื่อที่ดินเหล่านั้นเปึนพื้นที่ที่ดินที่ไม่ได้ถูกต้อง ตามกฎหมายก็จะมีปัญหาเรื่องข้อพิพาทต่าง ๆ เกิดขึ้น หลักเขตแดนต่าง ๆ เมื่อทางกรมที่ดิน ไม่ได้เข้าไปดูแลความมั่นคงเรื่องของหลักฐานเอกสารต่าง ๆ ก็ไม่มี เมื่อเปึนเช่นนั้นก็จะ ทําให้เกิดผู้มีอิทธิพลขึ้น แล้วก็มีการที่จะเกิดคดีพิพาทข่มเหงกันเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องของที่ดินนี่ต้องถือว่าเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวไทยควรจะได้ครอบครอง อาจจะไม่มาก เกินไปนัก บางคนเข้าครอบครองตั้งหลายพันไร่ อันนี้ก็มากเกินไป บางคนก็ไม่มีที่ดิน ในการครอบครองเลยนะครับ ท่านประธานลองคิดดูนะครับว่าถ้าที่ดินในประเทศไทยไม่มีพี่น้องประชาชนถือกรรมสิทธิ์ใครเล่า จะหวงแหนผืนดินของประเทศไทย ณ ปัจจุบันที่ดินไม่ว่าจะเปึนที่ป์าสงวน ป์าอนุรักษ์ อะไรก็แล้วแต่ เขามีขอบมีเขตที่จะต้องมีการสอบเขตต่าง ๆ ก็อาศัยปัจเจกบุคคลหรือพี่น้อง ประชาชนช่วยกันยืนยันหลักเขตต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองไม่สามารถที่จะ เปึนพยานด้วยตัวของตัวเองได้ ก็จะต้องใช้เอกชนมายืนยันเขตต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เพื่อเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่เกิดในประเทศไทย สัญชาติไทย มีโอกาสได้ถือครองสมบัติ ซึ่งเปึนสมบัติที่มีค่าที่สุดก็คือแผ่นดินเกิด ซึ่งหากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา แล้วก็เชื่อว่าจะได้มีการบริหารจัดการให้ที่ดินที่มีการใช้ประโยชน์ไม่ตรงกับที่หวงห้ามไว้ เช่นป์าสงวนก็ต้องเปึนป์า แต่ปัจจุบันก็เปึนตลาด เปึนอําเภอ เปึนห้างร้าน ธนาคารต่าง ๆ แล้วปัจจุบันไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานเช่น ธ.ก.ส. ก็ดี ไฟฟัาก็ดี หน่วยงานทางด้านต่าง ๆ ก็ดี ก็เข้าไปพัฒนา ก็มีสภาพไม่แตกต่างกับพื้นที่ที่มีการออกเอกสารสิทธิจําพวกโฉนดหรือ น.ส. ๓ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กระทบกับคนหมู่มากของพี่น้องประชาชน ชาวไทย ผมเชื่อว่าเกือบจะทุกจังหวัดในประเทศไทยเลยทีเดียว การที่มีพระราชบัญญัตินี้ก็จะ เป่ดช่องให้พี่น้องสามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการที่จะได้พิสูจน์สิทธิแล้วก็พิสูจน์การทําประโยชน์ ในพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็ใช้พระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินซึ่งในประเทศไทยเรื่องที่ดิน ใช้พระราชบัญญัติเปลืองมากครับ หลายกระทรวง หลายกรมหลายพระราชบัญญัติ เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องของที่ดิน ก็คิดว่าการตราพระราชบัญญัตินี้จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง มีคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินที่สงวนหวงห้ามของรัฐเปึนคณะกรรมการระดับชาติ แล้วก็คณะกรรมการระดับจังหวัด คณะกรรมการระดับชาตินั้นก็คือจะต้องดูเรื่องภาพรวมของ ประเทศนะครับว่าเราจะสงวนหวงห้ามที่ใดไว้เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เราควรที่จะปล่อยให้ที่ดิน บริเวณใดหรือพื้นที่ลักษณะใดในการที่จะให้พี่น้องประชาชนเข้าไปทําประโยชน์ ดูภาพ กว้าง ๆ แล้วก็มีหน้าที่ที่จะออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้คณะกรรมการในระดับจังหวัดเข้าไปนําไปปฏิบัติ อันนี้จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีคณะกรรมการระดับประเทศ ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติ ของท่าน ส.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ อันนี้ก็มีในส่วนของคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้าม ของรัฐซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ซึ่งพวกผมเห็นด้วยกับในส่วนนี้ของร่างกฎหมาย ทีนี้ในการที่มีคณะกรรมการจําเปึนอย่างยิ่งจะต้องออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง ด้วยความรอบคอบ แล้วก็สามารถตรวจสอบได้ แล้วก็ระยะเวลาในการที่จะให้พี่น้องประชาชน มาร้องคัดค้านต้องให้นานเพียงพอ แล้วก็ต้องให้มีที่เป่ดเผยที่เพียงพอเพื่อที่จะให้ผู้มีส่วน ได้เสียต่าง ๆ เข้ามาร้องคัดค้านก่อนที่จะนําเข้าไปสู่ในการออกเอกสารสิทธิที่เปึนการถาวร ให้พี่น้องประชาชน และข้อสําคัญจะต้องคํานึงถึงว่าพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนจะช่วยกันรักษาไว้ อย่าให้มันมากเกินไป เพราะว่าลูกหลานที่จะเกิดต่อมาในอนาคตยังจะต้องมีอีกมาก แล้วก็จําเปึนจะต้องแบ่งพื้นที่ในการอยู่อาศัยและทํากินกันต่อไป ถ้าหากว่าท่านใดมีพื้นที่ ทํากินที่มากเกินไปก็จะเกิดความไม่เท่าเทียมกันในสิทธิประโยชน์ในที่ทํากินนั้น เช่นว่า อาจจะแบ่งกันคนละ ๕ ไร่ หรือตามที่เหมาะสมถ้าพื้นที่ที่เจริญอาจจะต้องแบ่งกันน้อยกว่านั้น อะไรอย่างนี้นะครับ ก็ควรที่จะกําหนดให้มันมีความชัดเจนลงไป เมื่อพี่น้องประชาชน ถือครองที่ดินแล้วก็มีความมั่นคง มีความยั่งยืนแล้วเขาก็จะกล้าลงทุนก่อสร้างอาคาร หรือบริษัทต่าง ๆ ห้างร้าน หรือโรงงานต่าง ๆ เพื่อที่จะเปึนแหล่งในการผลิตทางการเกษตร หรือการจ้างงานให้แก่สังคม ก็ถือว่าเมื่อพี่น้องประชาชนมีความมั่นคงในเรื่องของทรัพย์สิน หรือสินทรัพย์ที่ดินแล้วก็จะเกิดการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป แต่ว่าสิ่งที่เปึนข้อเสียก็คือเราอาจจะสูญเสียที่สาธารณะที่รัฐบาลจะสามารถเอามาคืน ใช้ประโยชน์ในอนาคตลงไป ผมก็เห็นว่ากฎหมายข้อนี้เปึนทั้งข้อดีและข้อเสีย ในส่วนข้อดี ก็จะมากกว่า แต่ในข้อเสียนั้นก็จะต้องฝากคณะกรรมการระดับชาติระดับจังหวัดว่าให้นํา ข้อห่วงใยในส่วนนี้ไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อที่จะให้ร่างพระราชบัญญัตินี้มีความสมบูรณ์ มากที่สุดต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ