จุมพฏ บุญใหญ่ อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยระบุว่าข้อสังเกตของรัฐบาลเกี่ยวกับการยกเลิกที่ดินของรัฐที่หวงห้ามไว้เป็นข้อสังเกตที่คลาดเคลื่อน และวิจารณ์หลักการของร่างพระราชบัญญัติ 8 ฉบับที่สมาชิกทุกพรรคการเมืองเสนอนี้ว่าไม่มีอยู่ในประมวลกฎหมายที่ดิน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐคืนอธิปไตยที่ดินให้กับประชาชน และให้เจ้าหน้าที่รัฐออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเพื่อให้ปรากฏเขตแดนที่ชัดเจน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ กระผมเปึนผู้หนึ่ง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขปัญหาที่ดิน การจัดสรรที่ดินให้กับราษฎร กระผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัติ ๑๒ ฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ มีต้นกําเนิดมาจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภานี้ได้ตั้งขึ้น ซึ่งมี ท่านสุวโรช พะลัง เปึนประธาน เราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปแล้วในการประชุมสมัยสามัญทั่วไป แต่ว่า รัฐบาลได้รับร่างพระราชบัญญัตินี้ไปเพื่อพิจารณาก่อนที่สภาจะได้ลงมติรับหลักการ แล้วส่งคืนมา โดยรัฐบาลได้ตั้งข้อสังเกตในหนังสือการส่งคืนร่างพระราชบัญญัตินี้ต่อสภาไว้ ๓ ประการ
ประการที่ ๑ รัฐบาลเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๘ ฉบับนี้มีหลักการ ซ้ํากับหลักการที่มีอยู่แล้วในประมวลกฎหมายที่ดิน
ประการที่ ๒ รัฐบาลเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้อํานาจเหนือกว่า กฎหมายอื่นในเรื่องเดียวกัน
ประการที่ ๓ รัฐบาลเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขัดกับหลักการ ตรากฎหมายทั่วไป
กระผมจะต้องอภิปรายถึงข้อสังเกต ๓ ประการของรัฐบาล เนื่องจาก กระผมเปึนผู้หนึ่งที่ได้ร่วมลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ ๘ ฉบับที่มีชื่อเสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง หลักการเดียวกันท่านประธานครับ คือให้มี การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการทุกฉบับ หลักการ เดียวกันครับ คือถ้าที่ดินของราชการที่เคยหวงห้ามไว้แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ให้เพิกถอนเสีย โดยมีข้อละเอียดปลีกย่อยซึ่งจะไม่อภิปรายลงไปในรายละเอียดนั่นคงจะว่ากันในวาระที่สอง
ท่านประธานครับ กระผมเห็นว่าข้อสังเกตของรัฐบาล ข้อที่ ๑ นั้น เปึนข้อสังเกตที่คลาดเคลื่อนอยู่บ้าง ผมได้ตรวจดูประมวลกฎหมายที่ดินแล้วไม่มีหลักการ ใดบัญญัติไว้ในมาตราใดของประมวลกฎหมายที่ดินที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยกเลิกที่ดิน ที่มีการสงวนหวงห้ามไว้เลยครับ มีแต่หลักการที่ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ออกเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเปึน น.ส. ๓ หรือโฉนดที่ดิน ถ้าออกผิดพลาดคลาดเคลื่อนก็ให้เพิกถอนโฉนด และ น.ส. ๓ นั้นเสียได้ นั่นก็คือหลักการให้เพิกถอนที่ดินที่เปึนของเอกชนให้กลับไป เปึนของรัฐ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นในหลักการของประมวลกฎหมายที่ดินนั้น ยังบอกว่าที่ดินของรัฐไม่ว่าราษฎรจะเข้าครอบครองเปึนเวลานานเท่าไรก็ตาม ที่ดินของรัฐ ก็ยังเปึนของรัฐอยู่ ราษฎรไม่สามารถอ้างอายุความของการครอบครองไม่ว่าจะเปึน ๑๐ ป้ ๑๐๐ ป้ หรือ ๑,๐๐๐ ป้ เปึนผู้มีสิทธิเหนือที่ดินนั้นไปกว่ารัฐได้ ท่านประธานครับ ฉะนั้น หลักการของร่างพระราชบัญญัติ ๘ ฉบับที่สมาชิกทุกพรรคการเมืองเสนอนี้จึงยังไม่มีอยู่ ในร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดิน ถ้าที่ดินของรัฐที่หวงห้ามไว้นั้นไม่ได้ใช้ ประโยชน์และเข้าเงื่อนไขอื่นด้วยก็ให้มีอํานาจที่จะเพิกถอนได้ โดยมีคณะกรรมการ และมีผู้ที่เข้าครอบครองคือประชาชนที่เข้าครอบครองอยู่ ณ ที่ดินนั้นเปึนผู้ร้องขอ
ข้อสังเกตประการที่ ๒ ของรัฐบาลที่ทําหนังสือมาก็คือว่าให้กฎหมาย ฉบับนี้มีอํานาจเหนือกว่ากฎหมายอื่น กระผมเห็นว่ากฎหมายมีลําดับศักดิ์ของกฎหมาย คือรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุด พระราชบัญญัติเปึนกฎหมายลําดับรอง พระราชบัญญัติ ฉบับใดถ้ามีเนื้อความขัดหรือแย้งกับหลักการในรัฐธรรมนูญพระราชบัญญัตินั้นไม่มีผล บังคับ และกฎหมายที่รองลงไปอีกซึ่งเปึนกฎหมายของฝ์ายบริหารก็คือกฎกระทรวงหรือ พระราชกฤษฎีกา ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าร่างกฎหมาย ๘ ฉบับนี้มิได้ให้อํานาจเหนือ กฎหมายอื่นที่เปึนลําดับเดียวกันคือพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ว่าเปึน การให้อํานาจที่ประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นในเรื่องเดียวกันมิได้มีบัญญัติไว้ เช่นเดียวกันกับถ้าผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนก็คือในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา การควบคุมผู้ต้องหานั้นมีจํากัดเวลา แต่ในประกาศที่ออกโดยพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเจ้าหน้าที่รัฐมีอํานาจพิเศษในการควบคุม ผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือผู้ที่สงสัยว่าจะกระทําความผิดอาญา นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พระราชกําหนดนั้นมีอํานาจเหนือกว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่นเดียวกันกับร่างหรือหลักการของร่างพระราชบัญญัติในการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ผมจึงเห็นว่าข้อสังเกตของรัฐบาลที่แนบมานี้คลาดเคลื่อน
ประการสุดท้ายของข้อสังเกตท่านประธานครับ นั่นก็คือท่านบอกว่า กฎหมายฉบับนี้มิได้ใช้บัญญัติกับบุคคลทั่วไปแต่ใช้บัญญัติเปึนการเฉพาะกรณีใด กรณีหนึ่ง หลักการนี้เช่นกันครับผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๘ ฉบับที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนหลักการที่ใช้บังคับกับบุคคลทั่วไป มิได้เฉพาะเจาะจง ถ้าผู้ใดเข้าเงื่อนไขว่า ได้ครอบครองที่ดินที่รัฐสงวนหวงห้ามไว้อยู่ก่อนและเข้าเงื่อนไขใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าบุคคลนั้น จะมียศ ศักดิ์ ฐานะ ตําแหน่งเช่นใดก็มีสิทธิที่จะร้องขอให้คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นตาม กฎหมายนี้พิจารณายกเลิกเพิกถอนได้แล้วก็ให้เข้าไปมีสิทธิในที่ดิน ถ้าไม่พอใจในการ วินิจฉัยของคณะกรรมการก็สามารถฟัองร้องต่อศาลได้ นี่คือร่างพระราชบัญญัติ ๘ ฉบับ ที่เสนอโดยสมาชิกผู้แทนราษฎร กระผมจะไม่อภิปรายไปถึงร่างพระราชบัญญัติอีก ๔ ฉบับ ที่ใช้ชื่อว่าการบริหารจัดการที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ท่านประธานครับ เหตุใด จึงต้องเสนอกฎหมายฉบับนี้ การศึกษาของคณะกรรมาธิการได้พบปัญหาอย่างมาก ท่านประธานครับ ด้วยเวลาอันจํากัดนะครับ กระผมจะพูดถึงปัญหาการศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้พบก็คือว่าได้มีราษฎรได้เข้ามาครอบครองที่ดินและได้ไปขอ ออกเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเปึน น.ส. ๓ และโฉนด เจ้าหน้าที่ของรัฐคือเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน ได้ปฏิเสธว่าเปึนที่สงวนหวงห้าม แต่จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการที่ลงไปศึกษา ในพื้นที่อําเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ได้ปรากฏว่าที่สงวนหวงห้ามที่เจ้าหน้าที่รัฐ อ้างนั้นกลับไม่มีเขตจํากัดแน่นอนและไม่มีทะเบียนแน่นอน ราษฎรขอมาเปึน ๑๐-๒๐ ป้ ไม่ได้ แต่เมื่อผ่านการศึกษาของคณะกรรมาธิการแล้วก็ไม่ปรากฏว่าที่สงวนหวงห้ามของ รัฐนั้นมีอยู่จริง ราษฎรเหล่านั้นก็ได้รับการออกเอกสารสิทธิให้ นี่คือถ้ากฎหมายฉบับนี้ ออกไปก็จะทําให้ความชัดเจนของการสงวนหวงห้ามที่ของรัฐไว้นั้นจะได้ชัดเจนขึ้นครับ เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในทุกพื้นที่ในจังหวัดสกลนครเอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชนก็ได้ศึกษาจากท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ได้นําพี่น้องประชาชนที่ไปขอ ออกโฉนดที่ดิน ออก น.ส. ๓ แต่ไม่สามารถออกได้ ในขณะที่ผู้มีอิทธิพลทางการเงิน ในพื้นที่ติดต่อกันกลับสามารถมีโฉนด มีที่ดินได้ มีเอกสาร มีโฉนด มี น.ส. ๓ ได้ นี่คือถ้ามี กฎหมายฉบับนี้ก็จะเป่ดโอกาสให้กับผู้ที่ครอบครองที่ดินนั้นได้ร้องต่อคณะกรรมาธิการ ได้สอบสวนศึกษาว่าผู้ที่ถือครองโฉนดที่ดินในพื้นที่ของการหวงห้ามนั้นถ้ามีเงินทําไมถึงมี เอกสารสิทธิ ถ้าไม่มีเงินเปึนประชาชนธรรมดาไม่มีสิทธิไม่มีเสียงก็ไม่มีเอกสารสิทธิ ปัญหานี้ก็จะแก้ไขได้ นอกจากนั้นท่านประธานครับ ผมยังเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะมี ประโยชน์ทําให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเร่งรัดออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง ท่านประธานครับ ถ้าพื้นที่ใดมีหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแล้วก็จะทําให้ที่สงวนหวงห้ามนั้นปรากฏ เขตแดนที่ชัดเจน เมื่อปรากฏเขตแดนที่ชัดเจนแล้วรัฐก็จะต้องเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น ตามวัตถุประสงค์ ตามที่ได้ออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงไว้
ท่านประธานครับ สุดท้ายที่กระผมอยากจะชี้ให้เห็นประโยชน์ของกฎหมาย ฉบับนี้ ถ้าจะออกมาก็คือว่าการที่เราจะได้กําจัดผู้มีอิทธิพล ถ้าเราได้ตรวจสอบแล้วว่าผู้มี อิทธิพล ไม่ว่าจะทางการเมืองหรือทางการเงินได้เข้าไปครอบครองในที่สาธารณประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึนกรณีเขาแพง เขายายเที่ยง เขาใด ๆ ก็ตามที่ปรากฏข่าวอยู่นั้น ถ้าได้มี การตรวจสอบแล้วว่าเปึนที่สาธารณะและไม่ควรยกเลิกการสงวนหวงห้าม นั่นก็คือ การสอบสวนศึกษาของคณะกรรมการนั้นก็จะนําไปสู่การเพิกถอนโฉนดที่ดินหรือ น.ส. ๓ ก ที่ออกให้กับผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นก็จะได้ที่ดินนี้กลับคืนมาสู่รัฐท่านประธานครับ ในกฎหมายการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ๘ ฉบับที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอนั้นมิใช่เปึน กฎหมายแจกที่ดินให้กับประชาชนนะครับท่านประธาน แต่เปึนกฎหมายที่จะแก้ปัญหาว่า ถ้าที่ดินใดประชาชนครอบครองอยู่แล้วรัฐไปสงวนหวงห้ามภายหลัง เช่นการประกาศ พระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามภายหลัง ก็จะต้องให้สิทธิโดยการยกเลิกการสงวน หวงห้ามนั้นให้สิทธิกับราษฎร และในขณะเดียวกันถ้าสมมุติว่าที่นั้นหวงห้ามไว้แต่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์มีราษฎรเข้าครอบครอง ถ้าเห็นสมควรยกเลิกก็จะให้สิทธิกับราษฎร ที่เขาครอบครองอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ถ้าไม่พอใจในคณะกรรมการกฎหมาย ทั้ง ๘ ฉบับนี้ก็บอกว่าให้ผู้ที่ร้องขอให้เพิกถอนที่สาธารณะนั้นร้องขอต่อศาล นั่นคือ อํานาจตุลาการจะเข้ามาตรวจสอบกระบวนการนี้อีกทีหนึ่ง ผมจึงสนับสนุนที่จะรับหลักการ ของร่างกฎหมายทั้ง ๘ ฉบับที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง ขอบคุณท่านประธานครับ