สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการก่อตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรับความร่วมมือจากทุกฝ่าย และยืนยันแนวคิดของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสากลในการแก้ไขปัญหาความแตกแยก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นสั้น ๆ เท่านั้นครับ เนื่องจากว่ามีภารกิจแล้วเดี๋ยวจะกลับมาเพื่อติดตามการอภิปรายต่อ แต่ว่าท่านรอง นายกรัฐมนตรีสุเทพซึ่งเป็นผู้อํานวยการของ ศอฉ. ก็จะอยู่ที่นี่ต่อเนื่องนะครับ แล้วก็ อาจจะมีการชี้แจงในบางประเด็น ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ อภิปรายในบรรยากาศที่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนจะมีความอุ่นใจกับการทํางาน ของฝ่ายนิติบัญญัติมากยิ่งขึ้น กราบเรียนท่านประธานว่าอย่างที่ผมได้พูดคุยกับสภาแห่งนี้ และความจริงมีโอกาสพูดคุยส่วนตัวกับสมาชิกฝ่ายค้านบางท่านว่าถ้าเราสามารถที่จะ อภิปรายกันในบรรยากาศที่มองไปข้างหน้าในการแสวงหาทางออกนั้นคงจะเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็เป็นกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ส่วนที่มีการพาดพิงถึงเหตุการณ์ ที่ผ่านมา เพื่อรักษาบรรยากาศนะครับ กระผมจะขออนุญาตที่ยังไม่กล่าวอะไร ยกเว้น เสียแต่ว่าถ้ามันมีการใช้ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาก็อาจจะให้ผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงได้ชี้แจง ข้อเท็จจริงเพียงเท่านั้น เพียงแต่ยืนยันครับว่าข้อเสนอหนึ่งซึ่งได้มีการพูดถึงแล้ว คือข้อเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็น ๑๐ เมษายน ไม่ว่าจะเป็น ๒๒ เมษายน หรือถ้าหากจะมีเหตุการณ์ในวันนี้ด้วย ผมขอยืนยันว่าเป็นข้อเสนอที่รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือ และผมคิดว่า เมื่อเป็นเช่นนี้หากเราจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงข้อเท็จจริงซึ่งนําไปสู่การโต้แย้งกันด้วยอารมณ์ ก็จะช่วยให้การทํางานของเราในที่นี้สามารถที่จะมองไปข้างหน้าได้ อันนี้ก็เป็นประเด็นแรก ที่อยากจะกราบเรียนว่าข้อเสนอเรื่องกรรมการอิสระนั้นเป็นข้อเสนอที่รัฐบาลขอยืนยันว่า พร้อมที่จะดําเนินการ ส่วนองค์ประกอบต่าง ๆ นั้นก็คงมีความจําเป็นที่จะต้องหารือกัน ทุกฝ่าย เพราะว่าเดิมทีนั้นผมเข้าใจว่าองค์กรอิสระองค์กรหนึ่งเขามีความตั้งใจที่จะทํา เรื่องนี้อยู่คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่า เขาสามารถที่จะดําเนินการตั้งอนุกรรมการอย่างที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ก็จะติดตามนะครับ แล้วก็ยินดีที่จะหารือกับทางฝ่ายค้านในเรื่องลักษณะขององค์กรอิสระ ที่จะเกิดขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์นี้

ประการที่ ๒ กระผมอยากจะกราบเรียนยืนยันครับว่าแนวคิดของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาในขณะนี้เป็นแนวคิดที่ยอมรับถึงความสลับซับซ้อนของปัญหา ที่เกิดขึ้น ซึ่งกระผมได้พูดตั้งแต่ต้นตั้งแต่มีการชุมนุมหรือก่อนมีการชุมนุมว่าเรากําลัง พยายามที่จะแก้ไขปัญหาหลายเรื่องที่ปะปนกันอยู่ ปัญหาของความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง ปัญหาความยากจน บัดนี้ก็น่าดีใจครับว่ามีองค์กรต่าง ๆ กําลังนําเสนอแนวคิดในเรื่องของการปฏิรูปประเทศที่พูดถึงโครงสร้างความไม่เป็นธรรม ต่าง ๆ แม้ว่าจะยอมรับว่ารัฐบาลทุกชุดโดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนี่ก็เป็น รัฐบาลที่มุ่งมั่นในการทํางานแก้ไขปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นปัญหาซึ่งยังสะสม แล้วก็ยืดเยื้อเรื้อรังมาโดยตลอด ตรงนี้ก็เป็นข้อเสนอหนึ่งซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลนั้นได้มี การหารือกับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม แล้วก็พร้อมที่จะให้มีการดําเนินการ

ประการถัดมาก็คือว่าข้อเรียกร้องซึ่งเป็นข้อเรียกร้องแต่ละเรื่องหรือบางมิติ ของปัญหา เช่น ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ยังมีความคลางแคลงใจว่ามี ๒ มาตรฐาน หรือไม่ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสื่อซึ่งมีการใช้แล้วก็บอกว่าแต่ละฝ่ายทําให้เกิดการยั่วยุ หรือมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กระผมก็ยอมรับว่าปัญหานี้คงเป็นปัญหาที่จะต้องมาสะสางกัน ในทุกกรอบ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ที่เป็นโทรทัศน์ทั่วไป โทรทัศน์ที่อยู่ในการดูแลของรัฐ โทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุกระจายเสียงทั่วไป วิทยุชุมชน แม้กระทั่งสื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งมี ค่อนข้างที่จะหลากหลาย ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องสะสางเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามครับ ปัญหาในขณะนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งผมก็ได้ยํ้ามาโดยตลอดว่าไม่ใช่ผู้ชุมนุม ส่วนใหญ่ที่มีปัญหาในเรื่องของการกระทําผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอาญาทั่วไป แม้ว่าจะไม่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินก็ตาม ซึ่งตรงนี้สิ่งหนึ่งก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลยืนยันว่า ก็จะต้องมีการดําเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม แล้วก็ไม่ควรที่จะเอามาปะปนกันกับ เรื่องข้อเรียกร้องทางการเมือง ส่วนข้อเรียกร้องทางการเมืองนั้นผมก็ขอยํ้าครับ ตั้งแต่ต้น ในช่วงแรกกระผมก็ได้ไปเจรจากับแกนนําผู้ชุมนุมด้วยตัวเองพร้อมกับคณะอีก ๒ คน แล้วก็ ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าได้ยินสิ่งที่เป็นข้อเรียกร้องซึ่งพูดถึงเรื่องของการยุบสภา แล้วก็ ยังได้แสดงถึงความพร้อมว่าการจะยุบสภานั้นไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลปฏิเสธ แต่ขณะเดียวกันก็ต้อง คํานึงถึงความคิดเห็นของคนที่ไม่ได้มาชุมนุม ตลอดจนการยึดประโยชน์ว่าการเลือกตั้ง ที่จะนําไปสู่ความปรองดอง สมานฉันท์นั้น ผมก็ได้พูดอย่างชัดเจนว่าน่าจะต้องมี การดําเนินการในหลายเรื่อง ซึ่งบางเรื่องกระผมได้กราบเรียนไปแล้วก่อนที่เราจะสามารถ นําไปสู่บรรยากาศของการเลือกตั้งที่ส่งเสริมประชาธิปไตยได้ แม้ว่าวันนี้กระบวนการ การเจรจาที่เคยทํากันมา ๒ รอบนั้นจะยุติไปก็ตาม ผมก็ได้ยืนยันอยู่ตลอดเวลาว่าควบคู่ ไปกับความพยายามที่จะบังคับใช้กฎหมายซึ่งจะต้องยึดหลักสากล และผู้ปฏิบัติทุกคนนั้น ก็จะยึดเฉพาะการปฏิบัติตามคําสั่งที่เป็นไปตามกฎหมายและหลักสากลเท่านั้น จะต้องมี การหาสิ่งที่เรียกว่าคําตอบทางการเมือง ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ฝ่ายการเมืองอยู่ในฐานะที่ดี ที่จะมีการนําเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ซึ่งก็มีบางท่านได้มีการนําเสนอข้อคิดของตัวเอง บ้างแล้ว ผมอยากจะยํ้าครับว่ากระบวนการการหาคําตอบทางการเมืองนั้นยังไม่สิ้นสุดลง เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องดําเนินการพร้อม ๆ กันไป เพราะผมก็ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า ความแตกแยกที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีอยู่เฉพาะการชุมนุมที่ราชประสงค์ และผมก็ได้อธิบายไป เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าผมไม่ได้คิดว่าการที่บอกว่าจะใช้กําลังเข้าไปสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์นั้น แปลว่าปัญหาจะจบ ตรงกันข้ามผมบอกว่าปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้นมันจะต้อง มีการแก้ไขในหลายกระบวนการด้วยกัน บางเรื่องเป็นเรื่องการเมือง บางเรื่องเป็นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรม บางเรื่องเป็นการที่จะมาช่วยกันคิดในเชิงสังคมวัฒนธรรมถึงแนวทาง ในการที่จะทํางานร่วมกันต่อไป ผมก็หวังว่าในการอภิปรายในวันนี้ถ้าเราได้ความคิดตรงนี้ เบื้องต้นนะครับ ผมไม่คาดคิดว่าเราจะสามารถหาข้อยุติกันได้ภายในวันนี้ ก็จะเป็น แนวทางที่ดีในการเดินหน้าต่อไป ผมเชื่อว่าคนที่อยู่นอกสภาแห่งนี้ รวมทั้งคนที่ชุมนุม รวมทั้งคนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม ก็ฟังพวกเราอยู่ แล้วก็ยังมีความคาดหวังว่าในที่สุด เราจะสามารถช่วยกันนําพาสังคมกลับไปสู่ภาวะที่เป็นปกติได้ ผมขออนุญาตท่านประธาน สั้น ๆ เพียงเท่านี้ในเบื้องต้นนะครับ แล้วก็จะได้รับฟังเพื่อนสมาชิก และปฏิบัติภารกิจ เสร็จแล้วก็จะกลับมาครับ