สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว พูดถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และขอให้รัฐบาลหยุดยั้งสถานการณ์นี้โดยการช่วยกันแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง และขอความช่วยเหลือจากสหประชาชาติในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ นอกจากนี้ยังขอเสนอให้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการชุดพิเศษเพื่อตรวจสอบสถานการณ์การชุมนุมและการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมเองต้องกราบขอบคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานชัย ชิดชอบ ที่ได้ตัดสินใจใช้อํานาจของท่านประธาน โดยอาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๕ เปิดให้สภาแห่งนี้ได้ปรึกษาหารือกันในประเด็น ที่เป็นเรื่องสําคัญ ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาทางการเมืองครับ มันเป็นปัญหาของบ้านเมือง ขอบคุณท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ที่ได้เสนอญัตติที่เป็ นเหตุให้มา ซึ่งการตัดสินใจของท่านประธาน และที่สําคัญอย่างยิ่งต้องขอบคุณท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ขออนุญาตเอ่ยนามทั้ง ๓ ท่านที่ได้มีส่วนผลักดันในการเสนอให้ท่านประธานชัยได้ใช้ข้อบังคับ ในการที่จะอนุญาตให้เพื่อนสมาชิกพวกเราได้ช่วยกันปรึกษาหารือในการที่จะช่วยกัน แก้ปัญหาของบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะมีข้อเสนอฝากท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ที่จะช่วยกันหยุดยั้งปัญหาของบ้านเมืองในครั้งนี้ ผมต้องขออนุญาตนําเรียนท่านประธาน ถึงสภาพเหตุการณ์ ถึงกลไกการใช้อํานาจรัฐ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผมขีดเส้นใต้ว่า เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจะเป็นความจริงขนาดไหน อย่างไร ก็ขึ้นกับคณะกรรมการ หรือผู้ที่ จะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป ท่านประธานครับ สถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของคน ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงหรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในเบื้องต้นต้องยอมรับส่วนหนึ่งนะครับว่าเขาเรียกร้องเพื่อจะขออํานาจคืน คือมีข้อเรียกร้องเดียวคือการยุบสภา เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ ๑๔ มีนาคม กระผมจะไม่ลง รายละเอียดในตรงนี้ ประกาศชัดเจนครับว่าเป็นสันติ อหิงสา คือสงบ ไม่รุกราน ไม่ใช้วิธี ความรุนแรง แต่ท่านประธานครับหลังจากที่มีการชุมนุมยืดเยื้อมาจนมีเหตุให้มีการประกาศ พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หลังจากนั้นก็มีการประกาศพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินชนิดร้ายแรงตามพระราชกําหนด ปี ๒๕๔๘ มาตรา ๑๑ ท่านประธานครับ สิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นและเป็นข้อซับซ้อนที่มีความจําเป็นอย่างยิ่ง ที่เราต้องคุยกันในวันนี้ก็คือว่าเราต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นี่เป็นเหตุการณ์ที่ซับซ้อน เกินกว่าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเข้าไปดูจะเข้าไปตัดสิน ผมเน้นนะครับท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าสิ่งที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเข้าไปช่วยกันพิจารณา หรือตัดสิน เพราะฉะนั้นมีความจําเป็นและสําคัญอย่างยิ่งในฐานะที่เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เป็น ๑ ใน ๓ ของอํานาจหลักในการที่จะดูแลประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าเรามีโอกาส พูดคุยกันอย่างนี้ผมคิดว่ามันมีทางออก และข้อเสนอเพื่อนสมาชิกผมเชื่อว่าเป็นข้อเสนอ ที่เต็มไปด้วยเหตุด้วยผลที่รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีสามารถที่จะนําไปสู่การปฏิบัติได้ ท่านประธานครับ ความซับซ้อนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยอมรับครับว่าไม่ว่ารัฐบาล ผมมั่นใจนะครับ โดยเฉพาะตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองหรือพวกเราทุกคนก็ไม่คาดคิดหรอกว่า ในวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมาจะมีการสูญเสียทั้งพี่น้องทหาร ตํารวจ พลเรือนที่เป็น คนเสื้อแดง ครั้งสุดท้ายนี่ถ้ารวมตรงที่ศาลาแดงด้วยก็ ๒๖ ศพ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หรอกครับท่านประธาน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสิ่งที่ตามมานอกจากไม่ได้ข้อยุติในการที่จะ หาทางออกร่วมกัน สถานการณ์กลับเลวร้ายลงไป สถานการณ์กลับซับซ้อนลงไปมากขึ้น เพราะสิ่งที่เป็นปัจจุบันก็คือว่ามีขบวนการของการต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นจากผู้ชุมนุม ที่ต่างฝักต่างฝ่าย ต่างสีเสื้อกัน หรือสิ่งที่เป็นภาพข่าวออกมาไม่ว่าจะจากศูนย์อํานวยการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. หรือจากสื่อสาธารณะที่เป็นสื่อกระแสหลัก สิ่งเหล่านี้ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ไม่ได้พูดแบบอคติ มีความเห็นส่วนหนึ่งว่าเป็นสิ่งที่นําเสนอค่อนข้างที่จะทําให้เหตุการณ์หรือสถานการณ์ มีความซับซ้อน มีความวุ่นวายเกิดขึ้น ผมยกตัวอย่างเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ สิ่งที่รัฐบาลเอง พยายามนําเสนอก็คือว่าจะขอพื้นที่คืน แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็บอกเป็นการสลายการชุมนุม ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ไม่เป็นตามหลักมาตรฐานสากล ผมไม่มีเวลามาก ท่านประธาน ให้ผมแค่ ๑๒ นาที ผมจะขอเล่าสถานการณ์อยู่ ๖-๗ นาที แล้วจะเข้าสู่ข้อเสนอ อาวุธ ที่เป็นอาวุธสงคราม รถถัง กองพลซุ่มยิง เหล่านี้มันไม่เป็นหลักสากลแน่นอน กระผมได้มี โอกาสไปเป็นคณะกรรมการตรวจชันสูตรพลิกศพ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า พี่น้องทหารที่ตายรู้สึกเห็นใจ ส่วนใหญ่เป็นพลทหาร มีนายทหารเสียชีวิต ๑ นาย แต่ทั้ง ๕ ราย ที่ผ่านการชันสูตรพลิกศพตายจากวัตถุระเบิดทั้งหมด ก็ต้องไปพิสูจน์เอาว่าจะเป็นอะไร จะเป็นเอ็ม ๒๖ (M26) จะเป็นเอ็ม ๗๙ (M79) หรือจะเอ็ม (M) อะไรก็แล้วแต่ ทางการแพทย์ ก็ให้ความเห็นชัดเจนเป็นบาดแผลจากวัตถุระเบิดฝังเข้ามาในร่างกาย ส่วนใหญ่ฝังไป ในสมองแล้วตาย ที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ก็มีมาก ท่านประธานครับ คนบาดเจ็บสาหัส ส่วนใหญ่เป็นจากระเบิด น้อยครับที่มาจากอาวุธปืน ภาคประชาชนเอง ๒ รายก็ตาย จากวัตถุระเบิด ๑๕ รายตายจากบาดแผลอาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธปืนที่มีความเร็วสูง ชัดเจน ภาษาทางทหาร ภาษาทางการแพทย์เรียกอย่างนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นอาวุธปืนที่มี ความเร็วสูงข้อสันนิษฐานก็บอกได้ทันทีว่าน่าจะมาจากอาวุธสงคราม คงไม่มีอาวุธปืน ความเร็วสูงที่มาจากปืนล่าสัตว์ จากปืนอื่น ๆ เพราะดูในสถานการณ์แล้วไม่พบ ไม่เห็น สิ่งที่ตรวจจับยึดได้นี่ก็เป็นอาวุธสงคราม ลักษณะนี้เป็นภาพจริงที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ การสูญเสียที่เกิดขึ้นในสิ่งที่เป็นมา ถ้าสมมุติสภาเราปล่อยปละละเลย จริง ๆ ต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธานไป ผมขออนุญาตด้วยความเคารพ วันนี้ถือว่าเป็นบุญคุณอย่างมาก ฝนตกเลยครับท่านประธาน ข้างนอกฝนตก ถ้าเราได้โอกาสมาอย่างนี้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ เรามีข้อเสนอที่อยู่ในกรอบกติกา ผมเชื่อว่าหลายฝ่ายช่วยกันทํางานได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่เป็นปัญหาเหล่านี้เองถ้าเราไม่ร่วมมือกันก็ยากที่จะมีการแก้ไขและเยียวยาได้ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนด้วยเวลาที่มีอยู่อย่างจํากัดผ่านท่านประธานไปยัง ทางรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอที่อยากให้สภาแห่งนี้มีมติ ตามญัตติ สภาแห่งนี้พิจารณาข้อเสนอสมาชิกและมีมติส่งให้รัฐบาลดําเนินการ สิ่งแรก ที่ผมอยากจะเสนอผ่านท่านประธานก็คือว่าถ้าท่านเองยังให้มีการชุมนุมเกิดขึ้นอย่างนี้ มีหลักประกันอะไรที่จะทําให้การชุมนุมหรือการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายรัฐเป็นไปอย่างสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อเวลาบ่ายสามโมงที่ผ่านมามีการปะทะกันที่บริเวณดอนเมือง ท่านประธานครับ ยิงด้วยอาวุธกระสุนปื น อาจจะเป็นกระสุนยางหรือกระสุนจริง ฝ่ายผู้ตอบโต้ก็ใช้อาวุธที่มีอยู่เช่นบั้งไฟทําร้ายซึ่งกันและกันอย่างนี้มันก็เป็นเหตุการณ์ ที่เป็นปัจจุบันอยู่ ที่พูดอยู่อย่างนี้มันก็มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นความรุนแรง เหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่เกิดขึ้นทําอย่างไร ไม่มีหลักประกันใด ๆ เลย ไม่มีหลักประกันใด ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรียกร้องผมเอาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการระหว่างชาติของรัฐบาล อาเซียน (ASEAN) ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เขาเสนอมาน่าสนใจมาก ผมเคยพูดในเวทีนี้ เขาอยากให้รัฐบาลยกเลิกพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการใช้มาตรการที่ไม่เหมาะสมในการที่จะไปขอพื้นที่คืน หรือการปราบปรามพี่น้องประชาชน หรือการสลายการชุมนุม ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อจะพิจารณาในประเด็นนี้ นั่นคือข้อเสนอที่ผมเอามาจาก หลายภาคส่วน เป็นข้อเสนอที่ผมเอามาจากหลายภาคส่วน ข้อเสนออันที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เขาเสนอ เขาบอกว่ารัฐบาลเองควรยุติการใช้สื่อของรัฐ หรือสื่อด้านเดียวในการที่จะให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชน ควรจะเปิดโอกาสให้มีสื่อ หลาย ๆ ภาคส่วนเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งขณะนี้ต้องยอมรับครับ สื่อที่นําเสนอได้คือสื่อของรัฐ เท่านั้นเอง ทุกอย่างถ้าเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมยังถูกปิดกั้นทั้งหมด มันก็เป็นเหตุผลอันหนึ่ง ที่เขามารวมตัวกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง ไม่ว่าต่างจังหวัดก็ดี หรือที่กรุงเทพฯ ก็ดี เพราะไม่สามารถ ดูด้วยตัวเองได้ ต้องอาศัยเทคนิคพิเศษในการเข้าหาช่องทางทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ทางเว็บไซต์ (Web site) เขาก็ต้องมารวมตัวกันได้ ท่านเองก็เป็นคนผลักดันให้คนมารวมตัว กันอีกทางอ้อมนะครับ อันนี้เป็นข้อเสนอครับ แล้วสื่อที่นําเสนอนี่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ศอฉ. ถ้าเป็ นไปได้ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าทําอย่างไรถ้าโฆษกของ ศอฉ. มีพฤติกรรมที่เสมือนจะไปโน้มน้าวมา ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรง ความเข้าใจผิด ก็ควรจะเปลี่ยนคนอื่นมาทําหน้าที่แทน ท่านประธานทราบไหมครับว่าคนอื่นที่เขาไม่ชอบใจ มันก็มีทั้งคนชอบใจ ไม่ชอบใจ เรายอมรับ แต่คนที่ไม่ชอบใจมองแล้วเขาบอกคุณสรรเสี้ยมแล้วแต่ตัวเองกําหนด คือเสี้ยม ให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นมา อย่างนี้ผมคิดว่าไม่ได้เป็นประโยชน์กับรัฐบาลนะครับ การแถลงมติของ ศอฉ. เองก็ควรจะเป็นมติที่คณะกรรมการมีมติออกมา ใส่ความเห็นไป เติมเชื้อไฟเข้ามา จําเป็นต้องสูญเสียก็ต้องสูญเสีย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พูดได้อย่างไรครับ ท่านประธาน นี่หรือครับโฆษก ทําเกินอํานาจหน้าที่ ทําเกินท่านผู้อํานวยการด้วยซํ้าไป ผมเชื่อว่าผู้อํานวยการไม่พูดแต่โฆษกพูดเสียเองอย่างนี้นะครับ นั่นเป็ นข้อเสนอผม ที่น่าจะกระทําได้ในเรื่องของสื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเสนออันต่อไปก็เป็ นข้อเสนอที่ดีครับ ทางกรรมาธิการชุดนี้เขามองทั้ง ๒ ด้าน ฝ่าย นปช. เอง แกนนําก็ต้องไม่ยุยงส่งเสริม ให้เกิดความรุนแรง อยู่ในกรอบสามารถตรวจสอบได้ เช่นมีกรรมาธิการหรือผู้ตรวจสอบ ทางยูเอ็น (UN) ที่เขาขอมาเป็นผู้สังเกตการณ์ทั้ง ๒ ฝ่าย ถ้ารัฐบาลใจกว้างพอ ไม่ถือว่า เป็นการแทรกแซงกลไกภายใน เพราะยูเอ็นก็มีที่ตั้งอยู่ในประเทศเรา เป็นผู้สังเกตการณ์ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสารมวลชนของยูเอ็นก็ดี หรือใครก็ดี ก็ควรจะให้เขามาดูทั้ง ๒ ฝ่าย

ข้อเสนอต่อไปครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ คือแสวงหาทางออกด้วยการเจรจา สันติ อหิงสา ไม่มีวิธีการอื่นที่จะเป็นทางออก คือการเจรจา กรรมการที่ปรึกษาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอค่อนข้างดี ผมไม่แน่ใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีรับฟังเรื่องนี้หรือเปล่า ๓ เดือน กรกฎาคมหลังจากที่ท่านผ่าน ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณแล้วก็น่าจะเข้าสู่กระบวนการตามข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชน จริงอยู่ครับ ท่านอาจจะบอกว่าหลายส่วนหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย บางส่วนบางฝ่ายเห็นด้วย ท่านประธานครับ แต่ขณะนี้ไม่ใช่ปัญหาการเมืองนะครับ ผมเน้นว่าเป็นปัญหาบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟแล้ว ท่านประธานครับ เลยขั้นนี้ไม่มีการยอมกัน

ท่านประธานครับ ข้อเสนอต่อไปสิ่งที่เราหวั่นเกรงค่อนข้างมากก็คือผู้ที่จะ เป็นผู้มาตรวจสอบ ไม่ใช่เรานะครับ หลายฝ่ายหวั่นเกรง ถ้าได้กรรมการที่เป็ นกลาง มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ผมเชื่อว่าตรงนี้เองก็เป็นคําตอบให้กับรัฐบาลได้ เขาเสนอเลยครับ กรรมาธิการชุดนี้ของรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเขาเสนอเลยว่า อย่างน้อย ๕ ฝ่ายต้องมาร่วมกัน รัฐบาล นปช. ตัวเขาเองที่เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชน ภาคสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม เข้ามาผมก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ สมาชิกรัฐสภาเอง ไม่ต้องหรอกครับ แต่ถ้าจะให้ดีในฝ่ำยนิติบัญญัติข้อเสนอของผมท่านเปิดโอกาส ตั้งกรรมาธิการวิสามัญติดตามสถานการณ์การชุมนุมและการใช้อํานาจหน้าที่ของฝ่ายรัฐ ผมว่าอย่างนี้เป็นหลักประกันได้ ท่านไม่ต้องไปบอกว่าเป็นผู้ก่อการร้ายหรอกครับ ไม่ต้องบอกว่ามือที่สามหรอก กรรมาธิการชุดนี้เขาตามให้ท่านตลอด เขาสามารถชี้แจง แทนท่านได้เลยในหลายเรื่อง ผมว่าอย่างนี้มันจะเป็นทางออกที่ทําให้บ้านเมืองของเรา เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เป็นปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ มันต้องมีการจบจุดใดจุดหนึ่ง ท่านใช้กําลังสลายพี่น้องประชาชน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเสนอในเฟซ บุค (Face book) ของท่าน ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ บอกว่าจะมีคนตายอีก ๑๐๐ คนมันจะสงบหรือ เป็นคําถามที่น่าสนใจครับ มีคนตายอีก ๕๐๐ คนแล้วมันจะสิ้นสุดหรือไม่ ผมตอบให้ก็ได้ครับท่านประธาน ไม่มีทางครับ มันยิ่งเพิ่มกระแสการต่อต้านแผ่ขยายไปทุกอณูของประเทศ ผมว่าอย่างนี้ไม่ดีแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเองกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าเป็นไปได้ ด้วยความสง่างาม ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่เสียหน้า ไม่ได้ทําตามข้อเสนอของ ฝ่าย นปช. หรือพวกคนเสื้อแดงที่มาเรียกร้อง ถ้าเกิดพรรคร่วมรัฐบาลมีการประชุมร่วมกัน พิจารณาว่าเหล่านี้คงต้องตัดสินด้วยปัญหาการเมือง ด้วยตัวของพวกเราเอง ผมวิงวอน พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ตัดสินใจด้วยความสบายใจ แล้วเรามา เริ่มต้นกันใหม่ภายใต้สัตยาบันที่ทุกคนต้องหันหน้ามามีข้อตกลงร่วมกัน ผมไม่ได้เสนอแรงครับ นั่นคือมิติทางการเมือง ถ้าพรรคร่วมไม่ให้ความร่วมมือ ท่านนายกรัฐมนตรีเองจะเป็น เสียงข้างน้อยอยู่ก็คงลําบากในสถานการณ์อย่างนี้ ก็ถึงเวลาที่อาจจะต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรัฐบาลหรือการเลือกตั้งใหม่ก็ว่ากันไป แต่ผมมั่นใจครับว่า ถ้าสมมุติเราเปิดช่องทางแล้วการพูดคุยเพื่อหาทางออกในการที่จะเข้าสู่กระบวนการ การเลือกตั้งที่เราต้องมาช่วยกันให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ให้โอกาสทุกฝ่ำยเดินทางเข้าสู่ กระบวนการการเลือกตั้งอย่างอิสระ มีศักดิ์มีศรี สามารถไปได้ทุกพื้นที่ ผมเชื่อว่าตรงนี้ เรามาช่วยกันทําได้ ถ้าไม่ทํานี่ลําบากมาก ไปไหนไม่ได้ครับ ท่านเองก็อาจจะต้องอยู่ใน ค่ายทหารตลอดไป ผมเชื่อว่าอย่างนั้นคงไม่ดีแน่สําหรับนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเรา ผมอยากให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่สง่างาม ท่านเป็นอนาคตของประเทศ อย่าเลยครับ อย่าได้ทําลายอนาคตของประเทศกับอนาคตของท่านเลย ท่านยังมีอนาคตอีกไกลมาก ผมคิดว่าการที่ท่านตัดสินใจเหล่านี้จะเป็นทางออกให้กับประเทศ มันไม่มีวันเดียวหรอกครับ ประเทศไทยเรา สิ่งที่มันฝังรากหยั่งลึกมานานถ้าไม่แกะเสียวันนี้ยากที่จะแกะออก เราเป็น นักประชาธิปไตยรุ่นใหม่ ท่านยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ผมเองก็ยึดมั่นในระบอบ ประชาธิปไตย พี่น้องก็อยากจะมีประชาธิปไตย ไฉนล่ะครับ เราต้องปฏิเสธประชาธิปไตย ที่แท้จริง ผมฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความขอบคุณยิ่งครับ