นคร จี้สภานิติบัญญัติ แก้ความขัดแย้งทางการเมือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

นคร มาฉิม หารือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองและเสนอแนวทางแก้ไขโดยเน้นย้ำบทบาทของสภานิติบัญญัติ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมรู้สึกดีใจแล้วก็รู้สึกภูมิใจในความเป็นผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่งในวันนี้ครับ ผมเอง พยายามอยู่ตลอดแล้วก็พยายามที่จะปรึกษาหารือกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลเอง หรือว่าฝ่ายค้าน หรือว่าฝ่ายต่าง ๆ ทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อที่จะได้มีส่วนร่วมในการที่จะ ร่วมกันคิดร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ให้กับบ้านเมือง วันนี้ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าภาคภูมิใจก็เนื่องจากเราใช้เวทีรัฐสภาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ทรงเกียรติ แล้วก็ศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็รัฐสภาแห่งนี้จะเป็นที่พึ่งที่หวังของคนไทยทั้งประเทศว่าสภาแห่งนี้ มีสัปปุรุษ มีผู้มีความรู้ มีความสามารถ มีประสบการณ์จากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั่วประเทศ ที่ได้รับโอกาสมาในนามของผู้แทนปวงชนชาวไทยที่จะร่วมกันแสวงหาทางออก อย่างมีเหตุมีผลเพื่อนําประเทศ นําพี่น้องประชาชนให้ฝ่าพ้นวิกฤติความขัดแย้งและหลุมหล่ม แห่งความแตกแยกของบ้านเมือง ซึ่งเป็นส่วนสําคัญในการทําให้ประเทศของเราถดถอย แล้วก็วิ่งตามไม่ทันนานาอารยประเทศ วันนี้ผมจึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สภา แห่งนี้ได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการที่จะนําพาบ้านเมืองให้ฝ่าพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าในใจจริงไม่อยากจะพูดถึงความขัดแย้งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เท่านั้น เพราะมันไม่ใช่พื้นฐานของความขัดแย้งทั้งหมดแล้วก็ที่สั่งสมกันมายาวนาน ไม่ใช่ เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๙ มันย้อนหลังไปหลายสิบปีเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมลํ้า ทางฐานะความเป็นอยู่และโอกาสของพี่น้องคนยากคนจน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดว่าท่านประธานได้พิจารณาดู ทําไมสังคมไทยของเราคนรวยทําไมยิ่งรวยขึ้นแล้วก็ กระจุกอยู่เฉพาะกลุ่มไม่กี่ตระกูล ทําไมคนจนถึงยากจนลงแล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ ลืมตาอ้าปาก หรือแสวงหา หรือพัฒนาฐานะทางครอบครัว แล้วก็ตระกูลของตนให้ทัดเทียม อย่างสมภาคภูมิในฐานะที่เป็นคนไทย มันต้องมีจุดบกพร่อง มีโอกาสที่ถูกปิดกั้น และมี อีกหลาย ๆ อย่างที่ถูกสั่งสมมา เกิดความเก็บกด เกิดสิ่งที่กดดันทางสังคมที่เป็นพลังเงียบ ที่เขาไม่ได้มีโอกาสมาพูดถึงปัญหาที่เขาจะมีโอกาสได้พูด แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ที่เป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สื่อทั้งในแล้วก็ต่างประเทศทุกรูปแบบ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อโทรทัศน์ที่แพร่ภาพค่อนข้างที่จะเห็นภาพกันชัดเจน ถ้าเป็นไปได้ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านว่าเรามาร่วมกันเสนอทางออก หาวิธีการในการที่จะให้เป็นไปในทิศทางที่ดีที่สุด มีประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมือง แล้วก็ไม่เกิดความสูญเสียใด ๆ ต่อชีวิต ทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ความเป็นนิติรัฐจะต้องดํารงอยู่ ความศักดิ์สิทธิ์ แห่งกฎหมายในฐานะที่รัฐไทยเป็ นนิติรัฐจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างศักดิ์สิทธิ์ ถ้าความเป็นนิติรัฐไม่สามารถที่จะทําความสงบ ไม่สามารถที่จะทําให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูกแล้ว บ้านเมืองจะเกิดจลาจลแล้วก็ไม่สามารถที่จะ ปกครองกันได้ ในขณะเดียวกันประเทศของเราไม่ใช่มีเฉพาะสมาชิกรัฐสภาเพียงเท่านี้ แต่ยังคงมีหลายภาคส่วน โดยเฉพาะที่สําคัญที่สุดก็คือองค์กรหรือสถาบันหลักของประเทศ ที่รวมกันเป็นชาติ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันชาติก็คือพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สถาบันศาสนา และที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ๓ สถาบันคือเสาธงเสาหลักสําคัญ ที่ทําให้ชาติของเราธํารงอยู่ ต่อมาอํานาจของปวงชนก็มารวมกันอยู่ที่ ๓ อํานาจก็คือ นิติบัญญัติก็คือพวกเราทุกคน บริหารก็คือรัฐบาลในฐานะผู้ปกครอง แล้วก็ตุลาการก็คือ ศาลสถิตยุติธรรมต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมไปถึงกลไกหรือองค์กรอิสระ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ คือองค์กรที่ปกป้ องพิทักษ์รักษาชาติบ้านเมือง ถ้าทําให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วย ความเป็นอิสระ ทุกอย่างเคารพซึ่งกันและกันและมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง และเคร่งครัดตรงไปตรงมา ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะนําพา ประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง และจะนําพาเอาประเทศของเราให้ผ่าพ้นวิกฤติไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกฝ่าย ทุกส่วน จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และซื่อตรงทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น โดยเฉพาะต่อพี่น้องประชาชนจะต้องปราศจากอคติใด ๆ ทั้งสิ้น จะต้องปราศจาก ผลประโยชน์แอบแฝงหรือผลประโยชน์ที่ไม่กล้าที่จะนํามาเปิดเผย ท่านประธานครับ เหตุต่าง ๆ ที่สั่งสม เหตุต่าง ๆ ที่หมักหมมกันมาในประเทศ จําเป็น เหลือเกินที่จะต้องใช้เวทีรัฐสภาแห่งนี้เอามาสะสาง เอามาพูดอย่างตรงไปตรงมา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างอย่างเช่นการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน ทําไมจึงยังไม่มีการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเท่าที่ควรจะเป็นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาจึงหมักหมม ที่ดินไปกระจุกอยู่ในกลุ่มของคนรวยไม่กี่ตระกูลเป็นจํานวนมากมหาศาลและถูกใช้ กลายเป็นสินค้าในการเก็งกําไรแทนที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์กับคนไทยอย่างเสมอภาค หรือเท่าเทียมกัน การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ยกตัวอย่าง เช่น ถนนหนทาง และที่สําคัญที่สุดก็คือแหล่งนํ้าการเกษตร นํ้ากิน นํ้าใช้ นํ้าอุปโภคบริโภค ทําไมปัจจุบันนี้ จึงยังไม่ได้รับการแก้ไข วิกฤติต่าง ๆ เหล่านี้จึงหมักหมมสั่งสม คนในชนบทที่เขาไม่มีโอกาส ที่จะเข้าถึง เขาจึงหลั่งไหลเข้ามาในกรุงเทพฯ ความแร้นแค้น ความอัตคัดขัดสน และโอกาสที่เขาไม่มี จึงสะสมเป็นพลังเงียบในสังคมในใจของเขาว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะ ลุกขึ้นมาเรียกร้อง อันนี้คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนเป็นกรณีตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพ ผลปรากฏว่าต่างฝ่าย อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง แต่อีกฝ่ำยหนึ่งก็บอกว่าความยุติธรรมไม่มีในประเทศไทยแล้ว เป็น ๒ มาตรฐาน ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายแล้วภาวะวิกฤติในบ้านเมืองของเรามันใกล้เข้าไปสู่ การเป็นสงครามกลางเมืองในทุกขณะ พวกเราทุกคนผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าไม่ปรารถนา จะเห็นสิ่งนี้ เราไม่ต้องการให้เกิดสงครามกลางเมืองในเมืองหลวงของประเทศไทย หรือว่าในต่างจังหวัดที่เป็นจังหวัดที่มีความขัดแย้งหรือจังหวัดใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้น ผมจึงขออนุญาตที่จะใช้เวทีนี้เสนอทางออก ทางออกที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ

ประเด็นที่ ๑ ขอให้ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกรัฐสภา หรือฝ่ายรัฐบาลจะต้องเข้ามาพูดคุยกันโดยปราศจากอคติใด ๆ ทั้งสิ้น โดยปราศจากอคติ ที่จะพวกเขา พวกเรา หรือว่าได้เปรียบ เสียเปรียบ แต่ขอให้พวกเราทุกคนเดินเข้าไปสู่ว่า เราจะทําอย่างไรให้บ้านเมืองมันสงบ เราจะทําอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนําพา บ้านเมืองของเราให้พ้นจากวิกฤติความขัดแย้งครั้งนี้โดยไม่มีอคติ ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

ประเด็นที่ ๒ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของฝ่ายบริหารคงจะน้อมรับและรับฟังข้อเสนอของสมาชิกทุกฝ่าย ทุกท่านบนความหวังดี แล้วก็เชื่อมั่นในตัวของท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านมีความเสียสละ มีความปรารถนาดี แล้วก็ตั้งใจที่จะนําพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติได้ เพราะฉะนั้นข้อเสนอ ต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกเสนออยากจะให้ท่านรับฟังทุกประเด็นเพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหา การเจรจาครับ กราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งก็คือการเจรจาควรที่จะอยู่บนเหตุผล และผลประโยชน์ของคนในชาติโดยไม่คํานึงถึงตนเอง พรรคของตนเอง พวกของตนเอง หรือว่าฝักฝ่าย แต่พวกเราควรที่จะนึกถึงและคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของชาติบ้านเมือง พี่น้องประชาชนทั้งประเทศและสถาบันหลักของชาติบ้านเมือง ผมเชื่อว่าถ้าเกิดทุกคน ไม่มีอคติ ทุกคนมีนํ้าหนึ่งใจเดียวกันและมุ่งหวังก็คือการนําพาประเทศ การนําพาประชาชน ผ่านพ้นวิกฤติของการเมืองในครั้งนี้ ผมเชื่อมั่นครับว่าเราจะใช้รัฐสภาแห่งนี้ก้าวพ้น ความขัดแย้งและนําพาความเจริญก้าวหน้าให้เกิดขึ้นกับประเทศและนําพาความสงบสุข ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้ ขอบพระคุณครับ