สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเน้นความไม่ชัดเจนในคำนิยามของเขตการศึกษาประถมศึกษาและเขตการศึกษามัธยมศึกษา และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเขียนกฎหมายให้ชัดเจนลง

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่า เราลืมคํานิยามของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไป คําว่า เขตการศึกษาประถมศึกษา กับ เขตการศึกษา มัธยมศึกษา จริง ๆ ถ้าเราไม่ลืมคํานิยามคํานี้มันจะแยกออกจากกันง่าย แต่ว่าเราก็เห็นใจ ว่าหลังจากที่มีการรวมมัธยมศึกษาและประถมศึกษาเป็นเขตพื้นที่การศึกษาเดียวกันนั้น การพัฒนาหรือวิวัฒนาการของโรงเรียนบางโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา อยู่ก่อนนั้นก็มีการแบ่งการศึกษาถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้วก็มี และมีโรงเรียนที่จัด เพราะฉะนั้นผมเดาใจของทางสมาคมครูมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย โดยท่านนายก สมาคม ท่านอุปนายกก็นั่งอยู่ที่นี่ด้วย ท่านคงจะคํานึงถึงความรู้สึกและความเปลี่ยนแปลง ของโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาอยู่ก่อน แล้วมาจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา เพิ่มขึ้น ท่านเป็นห่วงตรงนี้เท่านั้นเอง ถ้าไม่เป็นห่วงตรงนี้คํานิยามบอกอยู่แล้วว่า เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา บอกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็เป็นความหมายที่แยกเฉพาะตัวออกไปได้แล้วว่าเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาจะต้องเป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษามัธยมศึกษา มีคนเขาถามต่อไปว่า แล้วโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาด้วยนั้นจะอยู่เขตไหน มันก็บอกอยู่แล้วว่าโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับประถมศึกษาก็ต้องอยู่ในประถมศึกษา โรงเรียนนะครับ ไม่ใช่ช่วงชั้น คําว่า โรงเรียน นะครับ โรงเรียนที่จัดการศึกษาตั้งแต่ ประถมศึกษาหรือก่อนประถมศึกษาขึ้นไป จะถึงช่วงชั้นที่เท่าไร ม. ไหนก็ตาม โรงเรียน เหล่านี้จะต้องอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ความหมายง่าย ๆ เลยก็คือว่า เดิมทีเดียว แต่ในคณะกรรมาธิการไม่อยากเขียนคําว่า เดิม นี่ไม่อยากเขียน เดิมทีเดียว ก็คือว่าโรงเรียนมัธยมศึกษาคือโรงเรียนที่จัดการศึกษาตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นไปถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๖ นี่คือโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาเดิม วันนี้วัฒนธรรมองค์กร ของมัธยมศึกษาต้องการกลับมาอยู่เฉพาะมัธยมศึกษา ซึ่งผู้บริหารและบุคลากรมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการจัดการศึกษาเหล่านี้มากกว่าโรงเรียนที่มีคนที่เคยชํานาญ เรื่องการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา เพราะฉะนั้นปัญหาที่คณะกรรมาธิการเขียน วันนี้มันไม่เกี่ยวกับตัวอื่นเลย มันเกี่ยวกับตัวที่ว่าโรงเรียนที่จัดการศึกษามัธยมศึกษา ม. ๑ ขึ้นไปอยู่เดิมนี่ เดี๋ยวนี้กลับมาจัดการศึกษาประถมศึกษาเริ่มขึ้นจะทําอย่างไร ถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ออกไปเขียนชัด ๆ ว่าเขตมัธยมศึกษาคือโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่จัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ มันก็จะมีปัญหากับโรงเรียน มัธยมศึกษาเดิมที่มาจัดการศึกษาประถมศึกษาเพิ่มขึ้นเท่านั้น ปัญหามีตัวเดียวเท่านี้ แต่ความหมายคําว่า สถานศึกษาใดที่จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย เดี๋ยวนี้มีก็ให้อยู่ในเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษาต่อไป และโรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมที่จัดการศึกษา ประถมศึกษาด้วยจะทําอย่างไร เราก็เอาประถมศึกษาที่จัดการศึกษาโอนไปให้โรงเรียน ใกล้กันหรืออยู่บ้านเดียวกันในนั้นจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา ก็ให้หมายความว่าสถานศึกษาที่จัดการศึกษาตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นไปแต่ไม่เกิน มัธยมศึกษาปีที่ ๖ เท่านั้น เมื่อท่านเขียนอย่างที่คณะกรรมาธิการเขียนมานี่ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนี่ ผมว่าเมื่อเราสามารถเขียน กฎหมายให้ชัดเจนลงได้อย่าโยนอํานาจเข้าไปอยู่ในสภาการศึกษาแห่งชาติ คณะกรรมการ หรือจะเป็นอํานาจของรัฐมนตรีก็ตาม เมื่อเราเขียนได้ง่าย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากฝากว่าผมเข้าใจท่านนายกสมาคมที่ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ท่านคิดเหมือนที่ผมพูด นี่แหละเพราะเคยคุยกัน ท่านอุปนายก ท่าน ผอ. วัชรินทร์ที่นั่งอยู่ข้างล่างใส่แว่นตา คิดเหมือนกันนะครับ แต่เวลาเข้าอยู่ในคณะกรรมาธิการ ๒ ท่านนี้ และ ๓-๔ ท่าน แม้กระทั่งท่านเลขาธิการด้วย ไม่ค่อยอยากโต้แย้งอะไร ถ่อมเนื้อถ่อมตัวกลัวฝ่ายการเมือง ผมว่าพูดความจริงให้สภาได้เห็นว่าที่พวกท่านดิ้นรนต่อสู้มาเพื่อแยกเขตมัธยมศึกษา ออกมานี่พวกท่านต้องการอะไร อย่างไร วัฒนธรรมองค์กรของท่านเป็นอย่างไรบ้าง พูดความจริงแล้วสภาแห่งนี้ก็จะดูว่าความเห็นของพวกท่านนี่มันสอดคล้องกับกฎหมาย ฉบับนี้หรือไม่ ขอบคุณครับ