ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษา โดยเรียกร้องให้ประธานสภาและกรรมาธิการวินิจฉัยว่ากฎหมายเกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่ และให้ดำเนินการตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมฟังคําชี้แจงของกรรมาธิการ ก็มีความจําเป็นที่จะต้อง กราบเรียนสอบถามเพิ่มเติม ประเด็นสําคัญเรื่องการกําหนดหลักเกณฑ์ก็เหมือน เพื่อนสมาชิกพูดควรจะต้องให้ชัดเจน มีคําชี้แจงว่าจะเขียนระดับการศึกษาเดิม ท่านก็เกรงว่ามีพลวัตของการศึกษาเกิดขึ้น ผมเองก็ไม่เข้าใจครับ คําว่าพลวัตคืออะไร แต่คําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีเองบ่งชัดว่าจะยึดแนวนั้นเป็นแนวในการจะกําหนด สถานศึกษานั้นว่าจะเข้าสู่เขตพื้นที่การศึกษาใด นั่นคือคําชี้แจงของท่านนะครับ ถ้าปรับเปลี่ยนให้ชัดเจนได้ผมคิดว่าสมาชิกคงจะคลายกังวล เพราะเป็นการให้อํานาจ ของฝ่ายนิติบัญญัติให้กับฝ่ายบริหารไป ก็ต้องมีหลักประกันนะครับ เรื่องที่ ๒ ที่เป็นเรื่องใหญ่ จริง ๆ แล้วผมเองตอนลุกขึ้นอภิปรายครั้งแรกไม่ได้สอบถามเรื่องนี้ เผอิญผู้ที่ได้อภิปราย ในวาระรับหลักการ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คือท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ ท่านได้อภิปรายและได้สอบถามความเห็น เอาไว้ และสภาแห่งนี้ก็มีข้อสรุปในมุมที่ค่อนข้างที่จะมอบให้กรรมาธิการไปพิจารณาด้วย นั่นคือมีข้อสงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับจะเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ สักครู่นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านผ่องศรีได้ตอบกับสภา แห่งนี้ว่าคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วว่าไม่เป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการเงิน ผมเองต้อง กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ อํานาจในการวินิจฉัยของคณะกรรมาธิการ โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็ดี โดยข้อบังคับก็ดี คณะกรรมาธิการไม่มีอํานาจจะไปวินิจฉัยว่าเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่เกี่ยวด้วยการเงิน ในกรณีมีข้อสงสัยนะครับ เพราะฉะนั้นคําตอบของท่านเองผมเชื่อว่าจะทําให้สภาแห่งนี้สับสน แล้วก็อาจจะมีกระบวนการที่จะมีการตรวจสอบกฎหมายฉบับนี้ ถึงสภาผู้แทนราษฎร ไม่ตรวจสอบ เชื่อว่าวุฒิสภาตรวจสอบแน่นอน ท่านประธานครับ ความเกี่ยวเนื่องกับ การจัดตั้งองค์กรซึ่งผมได้อภิปรายไปในวาระแรก คุณหมอประสิทธิ์ได้อภิปรายวาระแรก เลยครับว่าเพียงแต่ท่านประธานเองวินิจฉัยว่าเกี่ยวด้วยการเงินก็ส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีรับรองก็จบไปแค่นั้น หรือแม้แต่ว่าท่านไม่ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ วรรคสอง ท่านไม่ใช้เลย เพราะสงสัยเลยไม่ดําเนินการเข้าสู่กระบวนการการพิจารณา ท่านไปปรับเปลี่ยนแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของในวรรคสามก็พอจะอนุโลมได้ว่า เมื่อปรับเปลี่ยนแก้ไขแล้วทําให้อํานาจของฝ่ายบริหารมีมากขึ้นในการที่จะไปจัดตั้งองค์กร การนําองค์กรเข้าสู่องค์กรก็น่าจะแปลความว่าเกี่ยวด้วยการเงิน แทนที่จะเข้าสู่ข้อบังคับ ข้อ ๑๒๖ ท่านประธานครับ ข้อ ๑๒๖ เขียนไว้ชัดเจนครับ ถ้าตรวจพบว่าเกี่ยวด้วยการเงิน ท่านประธานต้องระงับการลงมติไว้ก่อน แล้วเข้าสู่กระบวนการ แล้วกลับมารับรอง ผมเชื่อว่า ตรงนั้นน่าจะทําให้กฎหมายนี่มันสมบูรณ์ กรณีถ้าถูกร้องคัดค้านว่ากฎหมายฉบับนี้ตราขึ้นไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้วนี่ ช้าครับ ไม่ได้เร็วเลยนะครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป ถ้ามีสมาชิกหรือใครที่เขามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ เขายื่นตีความผมคิดว่ายิ่งช้าใหญ่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ถ้าจะ มีโอกาสแก้ไขได้ผมคิดว่าน่าจะแก้ไข วินิจฉัยเถอะครับว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน หรือไม่ ผมอภิปรายไว้ในวาระแรกว่าอย่างนี้ ท่านก็ชี้แจงว่าไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มเติมเลย ไม่เกี่ยวด้วยการเงิน เนื่องจากว่าผ่านขั้นตอนของ สพฐ. สพฐ. เป็นผู้ของบประมาณลงมา แล้วก็กระจายลงไปเหมือนเดิมไม่ได้เพิ่มงบประมาณเลยไม่เกี่ยวด้วยการเงิน แล้วเจียดเงิน ที่มีอยู่เดิมไปแบ่งให้หน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่คือสํานักงาน อาจจะไม่เรียกสํานักงาน ก็คือเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ท่านประธานครับ ถ้าไปดูกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องก็คือ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านก็เขียนรองรับเรื่องของ อ.ก.ค.ศ. คืออนุกรรมการที่ดูแลเรื่องของเขตพื้นที่การศึกษา ที่เป็น อ.ก.ค.ศ. เขตมัธยมศึกษาขึ้นมา ท่านต้องไปเลือกตั้งกันใหม่ ไปว่ากันใหม่ทั้งหมด แล้วก็เป็นองค์กรขึ้นมาใหม่ ถามว่าคนกลุ่มนี้มีความผูกพันที่ใช้งบประมาณกับรัฐหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าการดําเนินการใดมีผลที่ผูกพันกับทรัพย์สินของรัฐ หรืองบประมาณของรัฐ มีการจัดสรร มีการรับ การรักษา การจ่ายเงินของแผ่นดิน ก็ตีเข้า มาตรา ๑๔๓ เท่านั้นละครับ ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อท่าน จะมีองค์กรมารองรับ ผมใช้คําว่าบอนไซ (Bonsai) ท่านไปบอนไซไม่ให้เขาโตเลยนี่เขาจะ พัฒนาได้อย่างไร รับไปแล้วกฎหมายฉบับนี้ออก ผมเชื่อถ้ามีสภาชุดนี้อยู่หรือสภาชุดต่อไป เข้ามากลับมาแก้แน่นอน โดยเฉพาะระเบียบบริหารการศึกษา ระเบียบบริหารราชการการศึกษา เพราะองค์กรรองรับนี่ตําแหน่งที่รองรับคืออะไรครับ ขณะนี้ผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นเบอร์หนึ่งอยู่ที่เขตพื้นที่การศึกษา ถ้ามีเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาขึ้นมานี่ ตําแหน่งคืออะไรครับ จะแยก ๒ ตําแหน่งไหม หรือตําแหน่งเดิม คุมทั้ง ๒ อันไม่เขียนรายละเอียดไว้อย่างนี้ ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ผมเป็นห่วงนะครับ ไม่ได้ไปจะทําให้กรรมาธิการไขว้เขวหรืออะไร แต่ผมอยากให้พิจารณาโดยเฉพาะอํานาจหน้าที่ ในการวินิจฉัยว่าเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ เป็นอํานาจของท่านประธานและประธาน คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะนะครับ ท่านก็ไม่ทําตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ (๒) ก็ไม่ทํา มาตรา ๑๔๔ ท่านก็ไม่ทํา ข้อบังคับ ข้อ ๑๒๖ ก็ไม่ทํา ถ้ามีคนทักท้วงมาผมคิดว่าจะทําให้ กฎหมายเหล่านี้มีปัญหา ฝากท่านประธานช่วยพิจารณา ขอบคุณครับ