สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

นิยม เวชกามา หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 37 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงเรียนมัธยมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาส โดยขอให้คณะกรรมาธิการทบทวนและแก้ไขให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งนักเรียนและเพิ่มคุณภาพการศึกษา

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งตอนนี้เป็นความโชคดี ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการด้วย คือผมได้อ่านผมใช้สิทธิ มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๓๗ ดูในมาตรานี้แล้วปัญหามันก็มีไม่มาก แต่มันเป็นปัญหาที่ท่านรัฐมนตรีคือท่านประธาน คณะกรรมาธิการต้องสอบถามว่า ผมมีความสงสัยเหมือนหลายท่านเพราะว่าในลักษณะ ของโรงเรียนประถมศึกษากับโรงเรียนมัธยมศึกษาเองวันนี้ซึ่งมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นหนึ่งเดียว ยังเป็นแยกสัดส่วนกันอยู่ วันนี้โดยเจตนารมณ์ของการแก้กฎหมาย ฉบับนี้จริง ๆ แล้วคือต้องการแยกโรงเรียนมัธยมศึกษากลับไปโรงเรียนมัธยมศึกษา เหมือนเดิม อันนี้คือเจตนารมณ์ ผมอ่านดูในข้อกฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างชัดเจน เพราะมา รวมกันแล้วมันก็ไปกันไม่ได้เหมือนนํ้ากับนํ้ามัน แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าพอมารวมกัน โรงเรียนประถมศึกษาวันนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการได้ขีด ในส่วนของมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ออก มันก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งในส่วนของโรงเรียนมัธยมศึกษา ที่เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ใหญ่จริง ๆ ที่ประจําจังหวัด ซึ่งบ้านผมก็มีหลายโรงเรียนที่อยู่ ในตัวจังหวัด อันนั้นเป็นโรงเรียนที่แย่งกันเข้า ผมจึงยังไม่เห็นด้วยในคณะกรรมาธิการที่ขีด ออกตรงนี้ เพราะว่าโรงเรียนมัธยมศึกษาในส่วนหนึ่งคืออยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล โดยสภาพ เป็นจริงแล้วโรงเรียนขยายโอกาสวันนี้ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ บางโรงก็มีถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมยังคิดว่าปัญหาตรงนี้ถ้ายังคงสภาพอยู่ของการแก้ไขตรงนี้ บอกให้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็คือเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ให้โรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมไปดูแล การจัดการในส่วนมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะที่บ้านผมจริง ๆ มันอยู่ใกล้ ๆ กัน โรงเรียนขยายโอกาสกับโรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมอยู่ติด ๆ กัน ปัญหาตรงนี้ข้อเท็จจริงคือ แย่งนักเรียนกันครับ ครูต้องไปบอก ต้องไปหาผู้ปกครองว่าต้องเรียนโรงเรียนผม เพราะสภาพโรงเรียน ทั้ง ๒ หลัง มีโรงเรียนบางแห่งที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันด้วยซํ้าไประหว่างโรงเรียนขยายโอกาส กับโรงเรียนมัธยมศึกษา ปรากฏว่าโรงเรียน ๒ ที่ต้องแย่งนักเรียนกัน เพราะว่าใครก็อยากได้ นักเรียน นักเรียนไม่พอชั้น อันนี้คือเป็นประเด็นครับ ผมจึงฝากว่าในการจัดการวันนี้ การศึกษาก็ล้มเหลว ท่านรัฐมนตรีครับ เป็นเรื่องจริงต้องยอมรับกันจากสถิติหลายอย่าง เพราะฉะนั้นถ้ามัธยมศึกษาจริง ๆ แล้วคือมัธยมศึกษาจริง ๆ นี่ละก็ไปดูแลเรื่อง มัธยมศึกษาตอนปลายไป ผมอยากเห็นลักษณะแบบนั้นอยู่ครับ ส่วนโรงเรียนขยายโอกาส วันนี้มันเต็มบ้านเต็มเมืองจะไปตัดออกอะไรคงไม่ได้แล้วละ โรงเรียนขยายโอกาสเอง ก็ต้องยอมรับสภาพว่าทําไม่ได้ดี ในส่วนของมัธยมศึกษาตอนปลายทําไม่ได้ดี เพราะคุณภาพของครูก็อยู่ในระดับประถมศึกษาเดิม อันนี้ถึงเป็นเงื่อนไข ผมอยากจะ เรียนถามประธานคณะกรรมาธิการวันนี้ว่าคิดอย่างไรในจุดนี้ เพราะโดยเนื้อหาของ ร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไขจริง ๆ ก็คือต้องการให้ครูมัธยมศึกษาไปอยู่อีกแท่งหนึ่ง เท่านั้นเอง อันนี้เจตนารมณ์ผมเข้าใจแบบนั้นนะครับ ส่วนการศึกษาวันนี้ประชาชนไม่ได้ อะไรมากมาย เพราะฉะนั้นจึงฝากเป็นความหวังว่าครูโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาก็ให้ดู มัธยมศึกษาตอนปลายไป ผมจึงไม่เห็นในลักษณะการแก้ไข ไปขีดออกของท่านบอก แต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มันจะไปซํ้าซ้อนกันอยู่ถ้าปล่อย เมื่อไรยังปล่อยให้โรงเรียน ขยายโอกาสเขามารับนักเรียนถึงขนาดไม่แยกชัดเจนแบบนี้แล้วปัญหามันจะตามมาคือ การแย่งนักเรียนประเด็นหนึ่งแล้วการศึกษาไม่ดีขึ้นครับ เพราะโรงเรียนมัธยมศึกษาก็ยัง ไปดูแลระดับ ม. ๑ เหมือนเดิมอยู่ นี่หมายถึงในระดับโรงเรียนอยู่ตามหมู่บ้าน ตามตําบล ส่วนโรงเรียนใหญ่ ๆ ในจังหวัดไม่ใช่ปัญหา เพราะโรงเรียนพวกนั้นนักเรียนเข้ามาจนเกิน อยู่แล้วต้องคัดออก ผู้ปกครองต้องมาจ่ายอะไรเยอะแยะเลยปี ละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ที่บ้านผมปี หนึ่ง จะปฏิเสธไม่ได้คนจ่ายเงินมันรู้ใจอยู่ว่าต้องจ่าย ต้องบริจาค แต่มันไม่ผิดกฎหมายหรอกครับพวกบริจาคตอนนี้ทุกคนหาทางออกให้ โรงเรียนอยู่แล้ว ผู้ปกครองต้องบริจาคสมาคม แต่นั่นคือการจ่ายเงิน เป็นการจ่ายเงิน โดยแท้จริงคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท เรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้นปฏิเสธไม่ได้จุดนี้ เพียงแต่ว่าเมื่อไหน ๆ ก็จะแยก ผมไม่ได้คัดค้านการแยก ไหน ๆ ก็จะแยกเป็นมัธยมศึกษา ประถมศึกษาอยู่แล้ว ผมฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าลองกลับไปทบทวนเลยว่า จะทําอย่างไรให้มันชัดเจน อย่ามาแย่งนักเรียนกัน แล้วผมมีความหวังอย่างหนึ่งว่า อยากให้คุณภาพการศึกษาประชาชนได้ประโยชน์ในกฎหมายฉบับนี้บ้าง ไม่ใช่เอา ประโยชน์เฉพาะผู้บริหาร ครูได้ซีใหญ่ สายสะพายเราไม่ว่ามันเป็นเรื่องของคน แต่ว่า คุณภาพการศึกษาอยากให้มันมีส่วนด้วย ไม่ใช่ได้แต่ผู้บริหารแต่โรงเรียนยังเหมือนเดิม ขอบคุณมากครับ