ปวีณ แซ่จึง หารือเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และเรียกร้องการสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ออกกฎหมายแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็น 400 เขต และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเป็น 76 เขต
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนอื่นต้องดูที่เจตนารมณ์ของผู้ที่เสนอ แก้ไขร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ขึ้นมา เจตนารมณ์ สั้น ๆ ก็คือต้องการแบ่งเขตมัธยมศึกษา ให้โรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมนั้นได้แยกตัวออก กลับไปบริหารเหมือนกับครั้งที่เขาอยู่กับกรมสามัญศึกษา ประเด็นสั้นนิดเดียว แต่ทําไม การเขียนถึงเขียนยากนัก ถ้าจะเขียนเพียงเพื่อให้เข้าใจว่าให้โรงเรียนที่สังกัด โรงเรียน ที่เคยจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาเดิมก็คือมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เดิมนั้นให้แยกไปอยู่กับคณะกรรมการมัธยมศึกษา ประเด็นนี้สั้นนิดเดียว ทีนี้ข้อความ ที่ท่านเขียนนี่ท่านเขียนถูกแล้ว ในกรณีที่เหตุการณ์นี้เปลี่ยนไป การจัดการศึกษาของ โรงเรียนระดับประถมศึกษาซึ่งตอนนี้เรียกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดิมนั้นเปิดถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ในโรงเรียนที่ขยายโอกาสทางการศึกษา แล้วปัจจุบันมีการเปิดเพิ่ม ไปสอนจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ในวรรคสาม ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา เดิมเขียนไว้ว่า ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ท่านขีดออกถูกต้องแล้วครับ ก็จะเน้นถึง การจัดการศึกษาเดิมของเขา ถ้าเขาจัดตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ก็ให้เขาอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานเหมือนเดิม ก็คือของเก่าที่จัดอยู่เดี๋ยวนี้ ส่วนโรงเรียนที่แยกออก ที่เข้ามารวมให้เขาแยกกลับคืน ประเด็นมีสั้นนิดเดียว แต่ถ้าจะใช้ ข้อความอย่างนี้ครับ ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับ ประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา การกําหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ การศึกษาใดให้ยึดระดับการศึกษาเดิม ใช้คําว่า เดิม เข้าไป เดิมของสถานศึกษาแห่งนั้น เป็นสําคัญ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ผมว่าท่านกรรมาธิการคิดมากไปเอง ยิ่งเขียนยิ่งมากความ ผมเคยเป็นกรรมาธิการบางคณะ ข้อความเดียวเราประชุมกันถึง ๒ ชั่วโมงไม่จบ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ใช้คําว่า เดิม เข้าไป แล้วท่านก็แยกได้เลย ผมมีข้อสังเกต อยู่อย่างหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยก็คือทําไมท่านไม่เขียนลงไปล่ะครับว่ามัธยมศึกษา ท่านจะแบ่งเป็นกี่เขต จริง ๆ แล้วผมเคยอภิปรายในที่ประชุมสภาแห่งนี้ อยากจะให้ จัดการเขตพื้นที่การศึกษาของมัธยมศึกษาเป็นจังหวัดละเขตพื้นที่การศึกษา เพราะเขาจะ ได้อยู่รวมกับการศึกษาขั้นพื้นฐานเดิมอยู่ ต้องอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว เป็นจังหวัดอยู่แล้ว ผมเคยพูดว่าจังหวัดศรีสะเกษท่านทดลองแบ่งไปควบกับจังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ มีกี่โรงเรียน จังหวัดยโสธรมีโรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมกี่โรงเรียน แล้ วจะต้องให้เขา วิ่งไปวิ่งมา มัธยมศึกษาถ้าจะเอาเขตพื้นที่อยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดยโสธรมารวมกับ พวกผม ผู้บริหารสถานศึกษาจากจังหวัดยโสธรต้องมาประชุมที่จังหวัดศรีสะเกษใช่ไหม อย่ามองว่าแค่ตําแหน่งเพิ่มอีกไม่กี่ตําแหน่งจะเป็นเงินมากมาย ใช้สถานที่แห่งใดก่อนก็ได้ เป็นสถานที่ที่จะบริหารจัดการ คนก็อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษารองผู้อํานวยการเยอะแยะ ก็คนเหล่านั้นละครับจะออกมาบริหาร เงินเดือนเพิ่มไม่เท่าไร ผมไม่เห็นด้วยนะครับ การศึกษาจะไปตีเป็นเงิน อย่าไปตีเป็นเรื่องลงทุน โรงเรียนเล็ก ๆ ตอนนี้มีเด็กอยู่ ๔๐ คน มีครู ๕ คน ยุบได้ไหม ให้สอนคนเดียวได้ไหม มันก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการลงทุน เรื่องการศึกษาเราต้องคํานึงถึงคุณภาพและการได้รับความเท่าเทียมในการศึกษาของประชากร ในพื้นที่ ควรจะกําหนดไปเลยครับว่าต้องแบ่งเป็ น ๗๖ เขตพื้นที่การศึกษา ของมัธยมศึกษา ไม่จําเป็นต้องให้คณะกรรมการชุดใดเป็นผู้กําหนด สภาแห่งนี้เป็นผู้ออก กฎหมายเขียนไปเลย ถึงแม้ว่าจังหวัดใดจะเหลือเพียง ๒๐-๓๐ ให้ลองดูครับ จะได้มี คุณภาพขึ้นมา เดี๋ยวนี้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๘๕ เขต กับโรงเรียน ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ท่านรู้ไหมอะไรเกิดขึ้น ท่านยกเลิกการศึกษาประถมศึกษา ท่านมาเปลี่ยนเป็นการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ยุบหน่วยงานเขามา สํานักงานการประถมศึกษา อําเภอนี่เขาดูแลโรงเรียน ๑๐-๒๐ โรงเรียน กําลังพอดี ๓๐-๔๐ โรงเรียนกําลังพอดี การศึกษาในขณะนั้น เกิดความคล่องตัว แต่ตอนนี้เขตการศึกษาหนึ่ง ๒๐๐ โรงเรียน ท่านไปดูครับตอนนี้มีอะไร เกิดขึ้น ดูแลก็ไม่ทั่วถึงเพราะไม่มีสํานักงานควบคุมย่อยเกิดขึ้น เมื่อก่อนมีทุกอําเภอ เดี๋ยวนี้เขตการศึกษาหนึ่งมีอยู่ ๖-๗ อําเภอ อย่างเขตผมมีอยู่ ๕-๖ อําเภอ ดูแลไม่ทั่วถึง เพราะไม่มีสํานักงานอําเภอ ไม่มีหัวหน้าการประถมศึกษาอําเภอดูแล ควรจะเขียน อย่างนี้ด้วยเข้าไปถึงจะถูกต้อง ก็คือการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องแบ่งเป็น ๔๐๐ เขต หารแล้วจะได้เพียง ๒๙,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ๔๐๐ เขตจะได้เท่าไร ท่านให้ดูแล ๒๐๐ โรงเรียนไม่ได้หรอกครับ การศึกษาเดี๋ยวนี้มีปัญหามากมาย ควรจะเขียนลงไปด้วยเลย ผมเห็นอย่างนั้น เพราะจะได้ทําให้การแก้ไขกฎหมายนี้ครั้งเดียวจบ แล้วก็เกิดประโยชน์ อย่างแท้จริง ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะได้เพิ่มเงินหรือไม่ ไม่จําเป็นหรอกครับ มันเพิ่มไม่เท่าไรหรอก สํานักงานการประถมศึกษาเดิมบางแห่งไม่ได้ใช้เลย ให้หน่วยงานอื่นใช้ แล้วถ้าแบ่งเป็น มัธยมศึกษา สํานักงานการประถมศึกษาเดิมเขานี่บางแห่งไม่ได้ใช้เลยให้หน่วยงานอื่นใช้ แล้วถ้าแบ่งเป็น มัธยมศึกษาเขาก็มีอาคารสามัญศึกษาจังหวัดเดิมเขาอยู่แล้วเขาก็กลับไปใช้ได้ อย่าลืมนะครับทุกคนที่นี่ยอมรับว่าการบริหารการศึกษาในระดับขั้นพื้นฐานของเราตอนนี้ ค่อนข้างที่จะมีปัญหาในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและการบริหารจัดการ และเรื่องของงานบุคคลเป็ นเรื่องใหญ่ที่สุด สร้างความแตกแยกในวงการศึกษา เพราะกฎหมายปฏิรูปการศึกษานี่ผมเคยพูดว่าไม่ยอมให้ผู้ที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องมามีส่วน ยกร่าง ก่อนจะออกกฎหมายปฏิรูปการศึกษาทําไมไม่เชิญครูประถมศึกษา ครูมัธยมศึกษา ผู้สอน ผู้บริหาร สมาคม เขามายกร่างด้วย ไม่ใช่เอาเฉพาะนักวิชาการที่คิดว่าตัวเองรู้ ทุกอย่าง รู้ทุกอย่างจนไม่รู้อะไรเลย เขียนออกมาแล้วทําไม่ได้ ปฏิบัติไม่ได้เกิดปัญหาตลอด ต้องฟังนะครับนี่ผมพูดในฐานะนักการเมืองว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะนักวิชาการคิดว่า ตัวเองรู้ทุกอย่าง แต่อย่าลืมนะครับบางประเด็นบางปัญหาที่จะต้องเอามาเป็ น ส่วนประกอบของการออกกฎหมายนั้นมันเป็นเรื่องของแนวทางปฏิบัติ มันเป็นเรื่องวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ประเพณีและวัฒนธรรม ผมเคยพูดว่าท่านทดลองแบ่งเอาจังหวัดศรีสะเกษ กับจังหวัดยโสธรมาควบกัน ท่านเอาจังหวัดอุบลราชธานีกับจังหวัดอํานาจเจริญมาควบกัน จังหวัดอุบลราชธานีเขามีกี่อําเภอ เขามีโรงเรียนมัธยมศึกษากี่โรงเรียน ท่านเอาจังหวัด อํานาจเจริญมาควบได้อย่างไร ไม่คุ้ม ถ้าจะทําอย่างนี้อย่าทําเลย ผมแนะนําว่าอย่าผ่านเลย กฎหมายฉบับนี้ ถ้าจะผ่านท่านก็บอกว่าท่านจะเอาให้มัน ๗๖ จังหวัดไปเลย เล็กน้อย ไม่สําคัญให้เขาบริหารการศึกษาให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือ ประชาชน ผมเห็นด้วย ผมพร้อมที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ แต่จะต้องแก้อย่างนี้ แล้วเสนอแนะว่าไม่ควรบอกว่าเป็นอํานาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้คําแนะนําของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ออกกฎหมายไปเลยระบุว่า ต้องทําอย่างนี้ให้ชัดเจนไปเลย ผมว่ามันน่าจะดีและเกิดประโยชน์ แล้วจะเป็นความพึงพอใจ ของคนทุกคน ในอนาคตอีก ๑๐ ปีไม่ต้องมาแก้ ผมคงจะใช้เวลาของสภาเท่านี้ครับ