สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

วิเชียร ขาวขํา หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ วรรคสาม และ ๓๗ วรรคสามของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และขอให้คณะกรรมาธิการเขียนใหม่เพื่อให้เหมาะสม

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี จริง ๆ แล้วผมมองเห็นคณะกรรมาธิการ ที่นั่งอยู่ข้างบนล้วนแล้วแต่มีความรู้ความสามารถ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น แต่ไม่ทราบว่า ไม่กล้าพูดความจริงกันหรือเปล่า ทําไมเขียนแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ วรรคสาม ให้มันยุ่งเหยิง ยุ่งยากอย่างนี้ ผมมองไปผมเห็นนักการศึกษาอย่างท่าน ผอ. วัชรินทร์ ศรีบุรินทร์ ที่นั่งอยู่ ข้างล่างใส่แว่นตา นี่ก็เป็นอุปนายกสมาคม ท่าน ผอ. วิทธยาก็เป็นนายกสมาคมผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยด้วย ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ก็รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเหมือนกัน จริง ๆ แล้วเจตนารมณ์ของการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือว่าวัฒนธรรมองค์กรของมัธยมศึกษากับประถมศึกษาแตกต่างกันมาตั้งแต่เดิมแล้ว เมื่อเรามาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้ ๒ องค์กรนี้รวมกัน ความรู้ความชํานาญของผู้บริหารและบุคลากรนั้นก็แตกต่างกัน ท่านผู้บริหารและบุคลากร ในโรงเรียนที่เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเด็กตั้งแต่ก่อนวัยเรียนถึงระดับอย่างมาก ก็มัธยมศึกษาตอนต้นก็มีความรู้ความสามารถในด้านนั้นอยู่แล้ว บุคลากรที่สามารถ บริหารการศึกษาและจัดการเรียนการสอนระดับตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นไปถึงปีที่ ๖ ท่านทั้งหลายเหล่านั้นก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมเหล่านี้ จึงเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศต้องการ ออกจากเขตพื้นที่การศึกษาเดียวกับระดับประถมศึกษา พออย่างนั้นแล้วกฎหมายฉบับนี้ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗ วรรคสาม ไม่ควรจะเขียนอย่างนี้ด้วยซํ้าไป ต้องยอมรับว่าวันนี้ โรงเรียนประถมศึกษาที่มีชั้นในการขยายโอกาสการศึกษานี่มันไม่ใช่อยู่เพียงแค่ ตั้งแต่อนุบาล ป. ๑ ถึง ป. ๖ เท่านั้นถึง ม. ๓ และบางโรงเรียนถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้ว ยกตัวอย่างอย่างโรงเรียนบ้านหมากแข้ง จังหวัดอุดรธานีจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึง ม. ๖ แล้ว เพราะฉะนั้นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗ วรรคสามนั้นตัดคําว่า ในกรณีที่สถานศึกษาใด จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาแต่ไม่เกิน มัธยมศึกษาปีที่สาม ออก ตัดคําว่า แต่ไม่เกินระดับมัธยมศึกษาปีที่สาม ออกถูกต้อง เพราะโรงเรียนประถมศึกษาบางโรงเรียนได้จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้วมีทุกจังหวัด ถ้าสมมุติว่าไม่ตัดข้อความนี้ออก โรงเรียนที่จัด การศึกษาระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จะไม่อยู่ในกฎหมายใดเลย กฎหมาย ประถมศึกษาก็ไม่อยู่ กฎหมายมัธยมศึกษาก็ไม่อยู่ เพราะฉะนั้นการตัดข้อความนี้ออก ถูกต้อง แต่ว่าการเขียนใหม่นี่มันสลับซับซ้อน ต้องยอมรับว่าวันนี้โรงเรียนมัธยมศึกษา คือโรงเรียนอะไร แล้วพูดอย่าพูดแต่ขั้นสูง โรงเรียนมัธยมศึกษาคือโรงเรียนที่จัดการศึกษา ตั้งแต่มัธยมศึกษาปี ที่ ๑ จนกระทั่งถึงมัธยมศึกษาปี ที่ ๖ บางโรงเรียนที่ตั้งใหม่ บางโรงเรียนยัง ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ หรือ ม. ๕ แต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๖ อยู่แล้ว โรงเรียนประถมศึกษาคืออะไร โรงเรียนประถมศึกษาคือโรงเรียนที่จัดการศึกษาตั้งแต่ ระดับก่อนประถมศึกษาหรือประถมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นไป ถ้าเป็นโรงเรียนขยายโอกาส วันนี้บางโรงเรียนส่วนใหญ่ก็ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แต่มีบางโรงเรียนที่จัดการศึกษา เลยถึงขั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้ว เพราะฉะนั้นความเหมือนความต่างนี่เราจะไปบอกว่า เอา ม. ๓ ม. ๖ คงไม่ได้ การแยกประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเราต้องแยกการศึกษาขั้นตํ่า ของสถานศึกษานั้น ๆ นั่นคือองค์กรเดิมที่มีอยู่และเจตนารมณ์ของผู้บริหารโรงเรียน และบุคลากรของมัธยมศึกษา เราเขียนเสียเลยไม่ต้องมาเขียนสลับซับซ้อนอย่างวรรคสาม ที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างนี้ เราเขียนใหม่ว่าสถานศึกษาใดที่จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นไปแต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ให้อยู่ในเขตมัธยมศึกษา แค่นี้มันก็ ตอบคําถามได้หมดแล้ว โรงเรียนไหนที่จัดตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ม. ๖ นั่นก็ยังอยู่ในเขตพื้นที่ การศึกษาของประถมศึกษา อย่างนี้มันจะได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่า บางท่านบอกว่าให้คงคําว่า แต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ไว้ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ตัดออก แต่ไม่เห็นด้วยกับข้อความที่เพิ่มเติม เห็นด้วยกับการที่ตัดออก ยํ้าอีกทีว่า โรงเรียนประถมศึกษาเดี๋ยวนี้ส่วนหนึ่งจัดการศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้ว เช่น โรงเรียนบ้านหมากแข้ง โรงเรียนท่าบ่อ โรงเรียนอื่น ๆ ทุกจังหวัดมีหมดแล้ว ถ้าเราไม่ตัด คําว่า มัธยมศึกษาปีที่ ๓ นี้ออก โรงเรียนเหล่านั้นจะหลุดออกจากกฎหมายทุกฉบับ ไม่มีอยู่ในกฎหมายฉบับใดเลย ฉะนั้นจึงกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ขอให้ท่านประธาน และคณะกรรมาธิการเขียนใหม่เสีย เอาคําว่า มัธยมศึกษาปีที่ ๑ เป็นตัวตั้ง โรงเรียนไหน จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาก็อยู่ในเขตประถมศึกษา โรงเรียนไหนจัดระดับ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นไป นั่นก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาเราก็ให้อยู่ในเขต มัธยมศึกษาเสีย ต่อไปถ้าการศึกษาของประเทศไทยเปลี่ยนว่ามีมัธยมศึกษาปีที่ ๘ ปีที่ ๙ เราก็มาแก้กฎหมาย แต่ว่าตัวร่างนี้ล็อกไว้ ล็อกว่าโรงเรียนใดที่จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับ มัธยมศึกษาปี ที่ ๑ ขึ้นไปแต่ไม่เกินมัธยมศึกษาปี ที่ ๖ ให้อยู่ในเขตมัธยมศึกษา แค่นี้ก็จบแล้วครับ ตรงอื่นไม่ต้องไปแก้เลยครับ ขอบคุณครับ