ไกร ดาบธรรม หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐ และเสนอแนวทางจัดสรรที่ดินเพื่อสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กระผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้มีการนําร่างพระราชบัญญัติการจัดการบริหาร ที่ดินสงวนหวงห้ามของทางภาครัฐหรืออีกฉบับหนึ่งที่เรียกว่าการยกเลิกที่ดินสงวนหวงห้าม ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการเข้ามาพิจารณาในสภาแห่งนี้ เพราะกฎหมายฉบับนี้ จะเปึนประโยชน์อย่างมากกับพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาค โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งมีที่ดิน สงวนหวงห้ามของทางภาครัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่เปึนจํานวนมาก และโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ทํากินจะได้มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทํากินของตัวเอง ที่ผ่านมาครับ ปัญหาเรื่องที่ดินทํากิน ราษฎรบุกรุกที่ของรัฐ หรือรัฐบาลบุกรุกที่ของราษฎร เปึนปัญหา คาราคาซังมาหลายสิบป้ ทั้ง ๆ ที่มีที่ดินของทางภาครัฐที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทํากินก็ไม่สามารถเข้าไปทําประโยชน์ในที่ดินเหล่านั้นได้ เพราะเปึน ที่สงวนหวงห้ามของทางราชการ ซึ่งทําให้ประชาชนและประเทศชาติขาดโอกาสในการที่จะ ทําประโยชน์กับที่ดินเหล่านั้นเปึนอย่างมาก อีกทั้งมีคดีความที่ทางภาครัฐฟัองร้องขับไล่ราษฎรให้ออกจากที่ดินที่เขาเคยทํากิน และอยู่อาศัยกันมาอย่างยาวนาน โดยอ้างว่าเปึนที่ดินของทางภาครัฐซึ่งที่ถูกต้องแล้ว ควรจะเปึนที่ดินของประชาชนคนไทยทุกคนในผืนแผ่นดินไทยนี้ กระผมเห็นว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านสภาและบังคับใช้เปึนกฎหมาย ปัญหาคาราคาซังต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างหลายสิบป้จะได้หมดสิ้นไป และประชาชนจะได้มีที่ดินทํากินเปึนของตัวเอง สามารถเข้าไปใช้ทําประโยชน์ในที่ดินสงวนหวงห้ามของทางภาครัฐ เพื่อให้เกิดประโยชน์ ต่อภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศและของครอบครัวเปึนอย่างมาก ผมขอยกตัวอย่าง การจัดสรรที่ดินทํากิน โดยเฉพาะเมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านสภาและบังคับใช้ เปึนกฎหมาย โดยเราสามารถนําที่ดินของป์าเศรษฐกิจขององค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ ที่ผ่านมายังใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่คุ้มค่าและนําที่ป์าเสื่อมโทรมของกรมป์าไม้มาจัดสรร เปึนแปลง ๆ โดยพัฒนาให้คน ๖๐๐ ครอบครัวเข้าไปอยู่อาศัย และนําที่ดินเหล่านั้นมาจัดสรร เปึนส่วน ๆ โดย ๓,๐๐๐ ไร่แรกนําไปปลูกป์าถาวร ป์าอนุรักษ์ดูแลโดยชุมชน อีก ๓,๐๐๐ ไร่ ต่อมาครับปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้โตเร็ว ยางพารา เพื่อเปึนรายได้ให้กับชุมชน อีก ๖๐๐ ไร่ นํามาพัฒนาเปึนที่อยู่อาศัยโดยแบ่งครอบครัวละ ๑ ไร่ อีกประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่นํามาทํานา ปลูกพืชผักผลไม้เพื่อเปึนอาหารเลี้ยงชุมชน โดยเฉพาะเราเน้นเรื่องเกษตรอินทรีย์ เพื่อไม่ให้ มีสารพิษสารเคมีตกค้างเปึนอันตรายต่อสุขภาพของคนในชุมชน และอีกประมาณ ๕๐๐ ไร่ นํามาเลี้ยงสัตว์ หมูเปึดไก่วัวควายเพื่อใช้เปึนอาหารและใช้งาน โดยเน้นปศุสัตว์อินทรีย์ เพื่อไม่มีสารพิษสารเคมีตกค้างในเนื้อสัตว์เช่นกัน เว้นที่ไว้ประมาณ ๕๐๐-๑,๐๐๐ ไร่ ขุดเปึนสระขนาดใหญ่ไว้เก็บกักน้ําไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค ใช้ในการเลี้ยงสัตว์และการเกษตร รวมทั้งสามารถเลี้ยงกุ้งหอยปูปลาเพื่อเปึนรายได้เสริมให้กับชุมชน รอบ ๆ สระสักประมาณ ๑๐๐ ไร่ทําเปึนรีสอร์ทเพื่อให้คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ คนที่อยู่ในเมืองใหญ่หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติวิถีชีวิตของชุมชน ต้องการอากาศบริสุทธิ์ ต้องการมีอาหาร ที่ปลอดจากสารพิษสารเคมีตกค้างที่ผลิตโดยชุมชน เพื่อให้เปึนรายได้เสริมของชุมชน อีกทางหนึ่งเช่นกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือว่าเราสามารถนําที่ ๑๐,๐๐๐ ไร่ มาเลี้ยงดูคนไทย ๖๐๐ ครอบครัวให้อยู่ดีกินดี มีความสุขตามอัตภาพ เรามีป์าไม้มากขึ้นดูแลโดยชุมชน ทําให้ระบบนิเวศสมบูรณ์มากขึ้น และยังสามารถทําให้เศรษฐกิจของประเทศไทยมีความยั่งยืน ครอบครัว สังคมดีขึ้น ไม่ต้องแตกแยกแตกกระสานซ่านเซ็นไปหางานทําในเมืองหลวง และในเมืองใหญ่ ๆ และในชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องไปสนใจ หรอกครับว่าวันนี้ค่าเงินบาทจะแข็งขึ้นอีกเท่าไรหรือจะอ่อนลงไปเท่าไร น้ํามันจะขึ้นไปถึง บาเรลล์ละ ๑๐๐ ดอลลาร์หรือ ๒๐๐ ดอลลาร์ต่อบาเรลล์ ตลาดหุ้นจะขึ้นจะลงการเมือง บ้านเราจะวุ่นวายขนาดไหน หรือเศรษฐกิจโลกจะปัืนป์วนอย่างไร ถ้าถามผมว่ามีที่ที่ผมว่า ไว้อีกเท่าไร มีที่ดินที่ผมว่าไว้อีกประมาณ ๕,๐๐๐ เท่า ก็คือประมาณ ๕๐ ล้านไร่ครับ ซึ่งเราสามารถนําที่ดินเหล่านี้มาเลี้ยงดูคนไทยได้ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ถ้าคิดว่า ครอบครัวละประมาณ ๕ คน ก็จะได้ประมาณ ๑๕ ล้านคนคิดเปึน ๑ ใน ๔ ของประเทศ แล้วผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าเมื่อใดที่เกิดวิกฤติเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น คน ๑ ใน ๔ นี่แหละครับ จะเปึนที่พักพิงให้คนอีก ๓ ส่วน ก็คือคนไทยทั้งประเทศนั่นเอง ดังนั้นกระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านให้ร่วมกัน รับร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... หรือคือร่าง พระราชบัญญัติการยกเลิกที่สงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... และฝากไปยังคณะกรรมาธิการซึ่งจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ว่าให้ช่วยกันพิจารณา ให้รอบคอบ โดยให้ที่ดินเหล่านี้ตกอยู่ในมือของเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในชนบท ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ดินทํากิน อย่าให้ที่ดินเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของนายทุนหรือผู้ที่ มากด้วยอํานาจแต่ไร้คุณธรรมทั้งหลาย ขอบคุณครับท่านประธาน