ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎหมายที่จะช่วยให้การบริหารจัดการที่ดินของรัฐมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และช่วยกันลงไปดูในชั้นกรรมาธิการเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะที่เปึนผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้แล้วก็ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ มายาวนานตั้งแต่ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาเรื่องที่ดิน ดิฉันก็คงต้อง กราบขอบพระคุณที่วันนี้สภาของเราได้พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ซึ่งเปึนกฎหมายสําคัญ ดิฉันคิดว่าร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐก็เปึนยาขนานหนึ่ง ที่จะใช้แก้ไขปัญหาที่ดินในประเทศไทยเรา กราบเรียนว่าปัญหาเรื่องที่ดินนั้นมีปัญหามาก และมีความซับซ้อนแก้ยาก มียาอยู่หลายขนานนะคะ แต่ที่หลายท่านพูดมาว่ามีกฎหมาย หลายฉบับทําไมต้องมาออกกฎหมายฉบับนี้อีก ดิฉันกราบเรียนว่าถ้าเราย้อนกลับไปดู เวลายาวนานเรียกว่า ๕๐-๖๐ ป้ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาที่ได้ผลที่เห็นมาจริงจังก็เริ่ม ในรัฐบาลชุดนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะคะ หลังจากที่ประกาศนโยบายแล้วก็เดินหน้า แต่ว่าวันนี้กฎหมายฉบับนี้ก็เปึนอีกแนวทางหนึ่งอาจจะไม่ได้แก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด ดิฉันกราบเรียนว่าการเสนอกฎหมายลักษณะนี้เปึนความใจกว้าง ต้องขอแสดงความชื่นชม รัฐบาลด้วย เพราะว่าไม่มีกฎหมายของรัฐบาลแต่ก็ยังสามารถพิจารณาในสภา เปึนผลงาน ของฝ์ายนิติบัญญัติโดยแท้ ดิฉันเองก็เสนอตั้งแต่ ๘ ฉบับแรก แต่ก็มีข้อที่ทักท้วง เพื่อนสมาชิก ได้ตั้งข้อสังเกตว่าถ้าการออกกฎหมายไม่รอบคอบก็อาจจะทําให้เป่ดช่องให้มีการบุกรุกที่ดิน เพิ่มเติม แล้วก็การแก้ไขปัญหาไม่ได้ผล จึงได้ไปปรึกษาผู้รู้แล้วก็หาแนวทางว่าแล้วร่างกฎหมาย อย่างไรถึงจะทําให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพแล้วก็ชัดเจน มีกลไกในการทํางานได้ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็ได้ให้คําแนะนํา ดังนั้นถ้าหากว่าเราจะไปรอให้รัฐบาลร่างมาอีกก็คงจะ ใช้เวลาไม่รู้ว่าอีกกี่สมัยประชุมนะคะ ดังนั้นเมื่อสมาชิกของเราเรียกร้องให้รีบเร่งพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ แล้ววันนี้สภาก็ได้พิจารณา ดิฉันถือว่าเปึนความใจกว้างของรัฐบาลนะคะ ก็อยากจะขอให้เพื่อนสมาชิกแล้วก็ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสียหรือว่า ผู้จะมีส่วนพิจารณาได้ให้การสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยนะคะ ดิฉันอยากจะให้เหตุผล นิดหนึ่งนะคะ ดิฉันได้ตรวจสอบว่ากฎหมายที่เปึนพระราชกฤษฎีกาที่ได้มีการประกาศ เขตหวงห้ามที่ดินในประเทศไทยเรา จากการสํารวจเบื้องต้นตั้งแต่ป้ ๒๔๗๖-๒๔๙๗ ที่มีการออกพระราชกฤษฎีกากําหนด เขตหวงห้ามอย่างมากในยุคนั้นก็คือยุคที่ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เปึนนายกรัฐมนตรี จนถึง จอมพล ป. พิบูลสงคราม จะมีกฎหมายกําหนดเขตหวงห้ามอยู่ประมาณ ๕๓ ฉบับ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๓๔ จังหวัด เพราะฉะนั้นกฎหมายนี้อาจจะมีมากกว่านี้เท่าที่ดิฉัน รวบรวมได้นะคะ กฎหมายฉบับนี้ก็จะสามารถไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ๓๔ จังหวัดทั่วประเทศ ทีนี้ถามว่าเจตนารมณ์ดิฉันก็เห็นใจว่าท่านผู้นําในยุคนั้นที่ได้ ออกประกาศเขตหวงห้ามท่านก็มองการณ์ไกลว่าขณะนั้นประเทศไทยเรามีประชากร อยู่ประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน แต่ว่าพื้นที่ก็มีอยู่จํากัด พื้นที่ดินนี้เปึนทรัพยากรที่ไม่สามารถ เพิ่มขึ้นได้ยังอยู่เท่าเดิมแต่คนมากขึ้นเหมือนกับป์าไม้ แต่ว่าน้ํานี่มากตอนนี้ทรัพยากรน้ํา ก็มากขึ้น แต่ว่าวันนี้เราพูดเรื่องที่ดิน ที่ดินมันมีจํากัด ท่านผู้นําก็มองการณ์ไกลว่า ถ้าไม่ได้มีการประกาศหวงห้ามไว้ต่อไปราษฎรก็คงจะมีการใช้กันอย่างไม่มีขีดจํากัด วันนี้ก็ต้องขอบคุณด้วยเพราะว่าพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามนั้นก็มีคุณเพราะว่า หลายพื้นที่ทําให้มีพื้นที่ที่เปึนของรัฐเหลืออยู่ก็เปึนเพราะว่ามีการประกาศหวงห้ามไว้ อย่างไรก็ดีเมื่อได้มีการประกาศหวงห้ามในยุคนั้นมันก็คลุมพื้นที่มากมาย เรียกว่ามีผล เพราะว่าเทคโนโลยีสมัยนั้นก็ยังไม่ล้ําสมัย เวลากําหนดเขตพื้นที่ก็ขีดวงไปว่าแนวเขตภูเขา หรือว่าแม่น้ําหรือว่ากําหนดเขต เหมือนบางคนพูดบอกว่ากําหนดเขตบนโต๊ะก็คือชี้ ๆ ลงไปว่าตรงไหนบ้างหวงห้าม ทําให้ไม่สามารถกําหนดพิกัดได้ว่าตรงไหนที่มีที่ตั้งถิ่นฐาน บ้านเรือนราษฎรมาก่อน อันนี้ก็เปึนการประกาศทับในพื้นที่ที่มีราษฎรได้ครอบครอง แล้วก็ถือถิ่นฐานบ้านเรือนมาก่อน ต่อมาได้มีชุมชนขยายตัว เขตหวงห้ามทั้งหลายที่ประกาศ เอาไว้มากมายก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จนกลายสภาพเปึนชุมชน ดังนั้นมันจึงก่อให้เกิดปัญหา แต่ดิฉันก็ได้ดูกลับไปที่พระราชกฤษฎีกาประกาศเขตหวงห้ามทุกฉบับ มาตรา ๔ ของทุกฉบับ ดิฉันเคยพูดแล้วก็จะขอพูดอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เห็นภาพถึงความจําเปึนที่เราจะต้อง ออกกฎหมายบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ มาตรา ๔ ของกฎหมายหวงห้าม เกือบทุกฉบับจะระบุว่า ที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งอยู่ภายในเขตหวงห้ามตามแผนที่แนบท้าย พระราชกฤษฎีกานี้ ห้ามมิให้ผู้ใดจับจองเข้าหักร้าง เข้าจัดทําหรือปลูกสร้างด้วยประการใด ๆ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตเปึนลายลักษณ์อักษรจากเจ้าหน้าที่ อันนี้ตีความกฎหมายในยุคนั้น เจตนารมณ์ชัดเจนว่าคําว่า ที่หวงห้าม นั้นก็คือที่รกร้างว่างเปล่า ถ้าหากว่ามีการทํากินอยู่ แล้วตั้งบ้านเรือนราษฎรย่อมไม่ใช่ที่หวงห้ามตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนป้ ๒๔๗๙ หรือว่า ป้ ๒๔๘๓ ป้ ๒๔๘๔ อะไรก็แล้วแต่ ทีนี้เมื่อไปดูในแผนที่แนบท้ายของกฎหมายหวงห้ามทุกฉบับ ก็จะปรากฏชื่อมีแผนที่แนบท้ายระบุแล้วก็มีที่ตั้งหมู่บ้านบ้านเรือน ดิฉันขออนุญาตค่ะ ยกตัวอย่างฉบับเดียวสั้น ๆ อย่างเช่นจังหวัดลพบุรีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้าม ไว้ใช้ในราชการ ที่ดินอําเภอเมืองลพบุรี อําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ประกาศฉบับเดียวกันนี้ คลุม ๒ จังหวัด ป้ ๒๔๗๙ จํานวนทั้งหมดประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่นี้ ก็มีระบุอยู่ มีชื่อหมู่บ้าน ยกตัวอย่างเปึนบางหมู่บ้าน บ้านท่ากระยาง บ้านหินสองก้อน บ้านหนองแขม บ้านดงสวอง บ้านโคกพุทรา บ้านหนองบัวขาว เหล่านี้ละค่ะ ถ้าเราไปย้อนดู กฎหมายของกระทรวงมหาดไทยในยุคนั้นยังไม่เรียกกระทรวงมหาดไทย การที่จะจัดตั้ง หมู่บ้านได้ก็ต้องมีครัวเรือนว่ามีอย่างน้อยกี่ครัวเรือน ๕๐ ครัวเรือนขึ้นไปก็เปึนหมู่บ้าน มีวัด มีโรงเรียน ย่อมเปึนหลักฐานชัดเจนว่าชาวบ้านเขาอยู่มาก่อน แล้วก็ประกาศ เขตหวงห้ามเมื่อ ป้ ๒๔๗๙ ก็ระบุที่ตั้งหมู่บ้านชัดเจน เหล่านี้ดิฉันคิดว่ากฎหมาย ที่เราจะได้ผลักดันกันในวันนี้แล้วก็สนับสนุนมันก็จะไปช่วยให้มีการจําแนกพูดง่าย ๆ มีการเอกซเรย์พื้นที่ที่ประกาศเขตหวงห้ามทั้งหมดว่าที่ได้ประกาศเอาไว้อันไหน ที่ไปทับพื้นที่ที่ราษฎรอยู่มาก่อน หรือว่าปัจจุบันได้มีราษฎรได้ขยายเปึนชุมชนขนาดใหญ่ แล้วก็มีการขีดวงให้ชัดเจน กําหนดเขตที่ใดที่ราชการยังใช้ประโยชน์ ก็ต้องกําหนดเขตและหวงห้ามต่อไป อะไรที่เปึนป์าต้นน้ําเปึนเขตอนุรักษ์ก็จะได้มีการดูแล แล้วก็ปัองกันการบุกรุก อะไรที่มันกลายสภาพไปแล้วก็มีการบริหารจัดการเพื่อให้เขามีสิทธิ หรือว่ามีกรรมสิทธิ์ตามคุณสมบัติของแต่ละคน ดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ก็จะทําให้ มีคณะทํางาน มีกลไกที่จะมาดูแลให้ความเที่ยงธรรม แล้วก็มีประสิทธิภาพไม่ล่าช้า ดิฉันขอยกตัวอย่างว่าที่ผ่านมาเรามี กบร. ก็จริง มีอะไรก็จริง หลายท่านอภิปรายไป ความล่าช้านี่ดิฉันขอยกตัวอย่างกรณีเดียวนะคะ เพราะเห็นชัดเลยว่าเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่อง ที่น่าสนใจ ทุกจังหวัดก็คงเหมือนกันนะคะ แต่ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างที่จังหวัดลพบุรี เพราะว่าดิฉันได้ตามเรื่องนี้มา การประกาศเขตหวงห้ามที่ดินในจังหวัดลพบุรีมีมากมาย หลายฉบับ มีอยู่ ๒ ฉบับที่ประกาศทับซ้อนกันเองหมายความว่ากฎหมายของทางราชการ ประกาศไปแล้ว ฉบับแรกดิฉันอ่านไปแล้วก็คือป้ ๒๔๗๙ กินพื้นที่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ก็คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่ดินอําเภอเมืองลพบุรี อําเภอชัยบาดาล แล้วก็อําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ประกาศเมื่อป้ ๒๔๗๙ อีกฉบับหนึ่งประกาศต่อมา ป้ ๒๔๘๓ ดิฉันก็ยังไม่เกิดนะคะ ก็มีการประกาศเขตหวงห้ามที่ดิน อําเภอเมืองสระบุรี อําเภอเสาไห้ อําเภอแก่งคอย แล้วก็อําเภอเมืองลพบุรี อําเภอโคกสําโรง อําเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ป้ ๒๔๘๓ ๒,๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ทับลงไปในพระราชกฤษฎีกา ฉบับเดิมแล้วในประกาศฉบับหลังนี้เปึนประกาศเพื่อให้ใช้ประโยชน์ในการประชาสงเคราะห์ หมายความว่ามีการประกาศให้มีการจัดตั้งเปึนนิคมสร้างตนเอง ซึ่งขณะนั้นสมัยยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ให้สมาชิกเข้าไปตั้งนิคม แล้วถ้าเข้าคุณสมบัติมีที่ทํากิน มีการตั้ง ชุมชนและเปึนสมาชิกครบก็สามารถไปออกเอกสารสิทธิได้ ต่อมาในส่วนที่ทับซ้อนระหว่าง ฉบับแรกกับฉบับที่ ๒ ทับซ้อนกันอยู่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ เมื่อป้ ๒๕๐๒ ดิฉัน เพิ่งเกิดนะคะ เพิ่งจะเกิด กระทรวงกลาโหมได้ส่งมอบที่ดินในบริเวณที่ทับซ้อนให้กับ กรมประชาสงเคราะห์ บอกว่าส่วนที่ทหารประกาศไว้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ทับซ้อนกับ กรมประชาสงเคราะห์ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ขอโอนให้กรมประชาสงเคราะห์ดูแล คิดดูป้ ๒๕๐๒ ๕๐ ป้มาแล้ว พอป้ ๒๕๐๕ ส่งมอบมา กรมประชาสงเคราะห์ก็รับไว้ ก็ไปออกเอกสารสิทธิ ให้สมาชิกที่อยู่ตามระเบียบตามเกณฑ์ว่าต้องอยู่มากี่ป้ เปึนสมาชิกต้องทําอะไรบ้าง ทุกประการค่ะ ปรากฏว่าออกเอกสารสิทธิไปได้ประมาณ ๑,๓๗๑ แปลง เมื่อป้ ๒๕๒๘ มณฑลทหารบกที่ ๑๓ ก็มีหนังสือบอกว่าขอให้ระงับการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ทับซ้อนนี้ก่อน แล้วก็ค้างเรื่อยมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๘ จะเห็นได้ว่าความล่าช้าทําไมกฎหมายที่มีอยู่มันถึง ทํางานไม่ได้ แล้วเราจะต้องมามีกฎหมายฉบับนี้นะคะ ต่อมาป้ ๒๕๓๗ ก็มีการหารือกัน ระหว่างกองทัพบก กรมธนารักษ์ กรมประชาสงเคราะห์ กรมที่ดิน บอกว่าทําอย่างไรถึงจะ แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตรงนี้ให้ได้นะคะ กองทัพบกก็มีหนังสือตอบกลับมาเมื่อป้ ๒๕๓๗ บอกว่ากองทัพบกก็พิจารณาแล้วเห็นว่าที่ดินตรงนี้ปัจจุบันกองทัพบกก็ไม่สามารถ ใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง จะหวงห้ามไว้ก็ไม่ได้ ราษฎรก็อยู่กันเต็มหมดแล้วก็อยู่เปึนนิคม คนที่อยู่มาบางคนก็ได้เอกสารสิทธิ ได้โฉนดไปแล้ว บางคนก็ถูกระงับ จึงขอยกเลิก ตอนนี้ ทหารก็ยอมว่าจะขอยกเลิกการหวงห้ามแล้วก็ขอส่งมอบให้กับทางกรมธนารักษ์เพื่อไป ส่งมอบให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตก็คือกรมประชาสงเคราะห์ คิดดูนะคะตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ มาถึงป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๑ ก็มีการประชุมหารือกันอีก กรมธนารักษ์ กรมประชาสงเคราะห์ เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว จากนั้นป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ เรื่องหายไป ๑๐ ป้เลย ดิฉันยังไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎรนะคะ ดิฉันก็จะกล่าวตรงนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเรื่องที่ดินนั้นต้องมีการเกาะติด ติดตาม แล้วก็กลไกของรัฐนั้นถ้าไม่มีใครกระตุ้น มันไม่เดินจริง ๆ นะคะ ป้ ๒๕๔๒ ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ดิฉันมาเปึน ส.ส. เมื่อป้ ๒๕๕๑ ก็เริ่ม ติดตามเรื่องนี้หยิบขึ้นมา ทําให้เกิดความขยับขึ้นมานิดหนึ่ง วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ กรมธนารักษ์ก็เริ่มบอกว่าเรื่องเดิม ๑๐ ป้ที่แล้ว มันน่าจะไปจนสุดปลายทางแก้ปัญหาให้ ได้แล้วทําไมยังค้างอยู่ ปรากฏว่าคําตอบที่ได้รับก็คือบอกว่าขาดงบประมาณว่าส่วนที่จะ เพิกถอนมันยังไปทับซ้อนกับเขตที่ทหารยังใช้ประโยชน์อยู่ ขาดงบอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ดิฉันก็บอก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนี้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องไม่ได้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ดิฉันก็ประสานงานป้ที่แล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านสุวโรช พะลัง ก็ติดตามขอใช้งบประมาณของกรมธนารักษ์ได้มา ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วที่พื้นที่ก็ช่วยกันหา ในที่สุดก็สามารถอาจทําแนวเขตได้อีก พอทําแนวเขตได้ เรื่องก็นิ่งอีก พอคณะกรรมาธิการวิสามัญของเราสิ้นสุดอายุลงก็นิ่งอีกไม่มีใครตามนะคะ ดิฉันหวังว่าวันนี้กฎหมายนี้เข้ามาแล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ดิฉันก็เจอกับฝ์ายทหาร ทหารก็บอกว่าก็พร้อมขอเซ็นนิดเดียวก็จะส่งมาให้กรมธนารักษ์ แล้วก็เพิกถอน ถ้าเราใช้กลไกแบบนี้ ๕๐ ป้ยังเพิกถอนไม่ได้ ดิฉันก็เลยคิดว่ากฎหมาย ที่เราจะทํากันวันนี้มันจะทําให้กลไกทํางานแล้วเอาจริงเอาจังไม่ต้องคอยให้ต้องมีคนไป กระตุ้นนะคะ ก็ขอกราบเรียนว่าเจตนารมณ์ของการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้มี กลไกการทํางานอย่างเปึนระบบมีประสิทธิภาพ แล้วก็ปัองกันกฎหมายมีอายุจํากัด ก็คือให้มีเวลาในการสะสางเวลาทํางานอยู่ประมาณ ๑๐ ป้ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าไม่ประสงค์ จะให้ราษฎรไปบุกรุกพื้นที่ใหม่นะคะ แล้วก็เปึนการแยกปลาออกจากน้ํา ใครที่อยู่มาก่อน จะต้องได้รับการดูแลแล้วก็ได้รับสิทธิ เราสามารถใช้ภาพถ่ายทางอากาศยุคแรก ๆ ตั้งแต่ ประมาณป้ ๒๔๙๔ ลองมาพิสูจน์เลยว่าถ้าช่วงป้ ๒๔๙๔ ป้ ๒๔๙๗ ถ้ามีร่องรอยที่ดินทํากิน มีชาวบ้านตั้งบ้านเรือนอยู่นี่เหล่านี้สามารถขีดไปก่อนได้ไหมว่าไม่ใช่พื้นที่สงวนหวงห้าม ตามกฎหมายสงวนหวงห้าม แล้วจากนั้นใครมาหลังมาก่อนก็จะได้พิสูจน์ไปตามกระบวนการ ที่จะมีสาระสําคัญอยู่นะคะ
นอกจากนั้นแล้วดิฉันคิดว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่มันจะช่วยให้เราสามารถ ทําแนวเขตได้ดียิ่งขึ้น ทําให้การดําเนินงานเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายที่ออกมา ครั้งนี้มีอยู่ ๓๓ มาตรา ก็มีสาระสําคัญที่คิดว่าเปึนหัวใจก็คือคณะกรรมการที่จะมาเปึน ดูแลบริหารจัดการระดับชาติ มีบทบาทหน้าที่ตามที่กําหนด องค์ประกอบก็สามารถไป แปรญัตติหรือว่าไปให้ความเห็นแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็หน้าที่สําคัญหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ช่วยกันพิจารณาให้รอบคอบ ดิฉันเองก็ห่วงว่าถ้าเราไม่ทํากฎหมายให้รอบคอบ ก็จะเป่ดช่องให้คนที่มาแสวงหาประโยชน์ได้มาบุกรุกที่ดินของทางราชการ ดิฉันไม่มี ผลประโยชน์เกี่ยวข้องก็พูดเรื่องนี้ด้วยความสบายใจ เพราะว่าได้รับเรื่องของพี่น้อง แล้วที่จังหวัดลพบุรีเยอะมากชุมชนอยู่มาหลายร้อยป้ ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนมีเอกสาร ตั้งแต่แผนที่เดิมทับ ตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาก็มีหมู่บ้านอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น มันควรจะได้เวลาแล้วที่เราจะได้สังคายนากัน แต่ว่ากลไกระดับจังหวัดก็จะต้องมี นอกจากนั้นแล้วมันยังมีหมวดสําคัญก็คือ ถ้าหากพรรคหรือว่ารัฐไม่เริ่มต้นก่อนเขาจะเป่ดช่อง ส่วนที่ ๒ คือการร้องขอให้ราษฎร หมายความว่ารัฐอาจจะไม่ได้ไปจับพื้นที่นี้ก่อน แต่เขาคิดว่าเขาอยู่ในข่ายที่จะขอใช้สิทธิได้เขาก็เป่ดช่องเข้ามาอยู่ในส่วนที่ ๒ เหล่านี้ แล้วยังมีบทลงโทษ ถ้าหากว่าใครมาขอโดยไม่มีสิทธิ มาอ้างสิทธิโดยแจ้งเท็จตัวเอง ไม่ควรจะมีสิทธิแต่มาขอใช้สิทธิเดี๋ยวนี้ก็มีบทลงโทษ แล้วในที่ดินที่ได้รับการบริหารจัดการ แล้วก็จะมีมาตรการทําอย่างไรจะให้รักษาที่ดินนั้นไว้ให้เปึนมรดกของลูกหลานไม่ให้มีการขาย หรือว่าหลุดมือไป เพราะว่าขณะนี้จะเห็นได้ว่าถ้าหากเราไม่ดูแลที่ดินให้ดีก็จะหลุดมือ จากพี่น้องเกษตรกรไปอยู่ในมือของนายทุนนะคะ แล้วก็ไปบุกรุกที่ใหม่ เพราะฉะนั้น ดิฉันขอให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ช่วยกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็ ขอให้รัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดอย่าได้ห่วงว่าถ้ามีกฎหมายฉบับนี้แล้ว จะทําให้การบุกรุกปัญหาที่ดินมากขึ้น ดิฉันยืนยันว่ามันเปึนยาขนานหนึ่งที่จะช่วยให้ แก้ปัญหาเรื่องของความซับซ้อนนี่ได้ในหลาย ๆ ขนานที่รัฐบาลกําลังทําอยู่นะคะ ก็ขอกราบเรียนเบื้องต้นแล้วก็จะได้ช่วยกันลงไปดูในชั้นกรรมาธิการเพื่อการให้กฎหมายฉบับนี้ ได้ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ