สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการ และเรียกร้องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับที่เสนอ โดยเสนอตัวอย่างร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ..... และถามว่าคณะรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างไรในประเด็นนี้ พร้อมสนับสนุนญัตติของสภาในการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการ พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกเสนอ ๘ ฉบับ ครม. รับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วัน แล้วตอบกลับเข้ามา อีกส่วนหนึ่งเปึนร่างพระราชบัญญัติที่ท่านประธานได้กรุณาอ่านชื่อไปก็คือร่างพระราชบัญญัติ การบริการจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยเพื่อนสมาชิกเข้ามาอีก ๓ ฉบับ รวมเปึน ๑๑ ฉบับ แต่มีการเสนอให้สภาพิจารณา ๑๐ ฉบับ เพราะเจ้าของ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการ พ.ศ. .... ท่านไม่อยู่ในที่สภา แต่ก็มีร่างทํานองเดียวกันอีก ๗ ฉบับ

ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียด ประการแรกสุดที่ผม อยากจะมีคําถามผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบที่นํามาฟัง ในการเสนอกฎหมายของเพื่อนสมาชิกเพราะท่านเองไม่ได้เสนอกฎหมาย คําถามแรกสุด ก็คือคําตอบของคณะรัฐมนตรีที่เสนอต่อสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเอาคําตอบ ที่สํานักงานเลขาธิการคณะนายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึงท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ มานําเรียนท่านประธานเพื่อเปึนคําถามไปยังคณะรัฐมนตรี แล้วก็ผลสืบเนื่องถึงคําถามข้อที่ ๒ ของผมเอง ที่จะถามเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการ ที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ด้วย ท่านประธานครับ คําตอบของคณะรัฐมนตรี ที่ตอบให้กับทางท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็นําเรียนท่านประธานได้บรรจุ ได้นําเสนอประกอบกับการเสนอร่างไม่ได้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระ ผมก็ไม่แน่ใจว่า ท่านประธานไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระแจ้งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ แต่มีหนังสือนี้ ปรากฏอยู่กับร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการ ความในที่คณะรัฐมนตรีได้ตอบ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา ขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธาน คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว ลงมติให้ส่งคืน ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการ พ.ศ. .... (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนผู้เสนอ) รวม ๘ ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีรับมาพิจารณา ก่อนรับหลักการไปยังสภาผู้แทนราษฎรภายในกําหนดเวลา พร้อมแจ้งข้อสังเกตของ คณะรัฐมนตรีไปด้วยว่า ข้อสังเกตนะครับท่านประธาน บทบัญญัติที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอรวม ๘ ฉบับดังกล่าว เปึนหลักการเดียวกันกับกรณีที่มีกําหนดไว้ในประมวลกฎหมาย ที่ดินหรือกฎหมายเฉพาะอื่นซึ่งสามารถดําเนินการได้อยู่แล้ว จึงเปึนการตรากฎหมายที่มี ความซ้ําซ้อนกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ และเปึนการตรากฎหมายที่ให้อํานาจเหนือกว่าบรรดากฎหมายอื่นที่มีบทบัญญัติ ในเรื่องเดียวกัน รวมทั้งเปึนการตรากฎหมายที่ขัดต่อหลักการการตรากฎหมายที่ต้องมีผล ใช้บังคับเปึนการทั่วไป ความหมายคือ ครม. บอกว่าร่างของเพื่อนสมาชิก ๘ ฉบับ เปึนการตรากฎหมายมีหลักการเฉพาะสําหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่เปึนหลักการโดยทั่วไป ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้ตอบมา เพื่อนสมาชิกได้เสนอกฎหมายขึ้นมา อีกร่างหนึ่ง รวมทั้งหมด ๓ ร่าง แต่เนื้อหาสาระหลักการเดียวกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... เพื่อนสมาชิกที่เสนอก็คือเพื่อน สมาชิกที่ผิดหวังจากการเสนอกฎหมายเดิมคือร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก การสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... และ ครม. ตอบมาอย่างนั้น เขาก็เลยมีทางออกเสนอกฎหมายใหม่เข้ามาครับ ผมก็เลยมีคําถามว่าความเห็นของ คณะรัฐมนตรีต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... เปึนเสมือนความเห็นที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็น มีข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการ พ.ศ. .... หรือไม่ เพราะว่า มีลักษณะทํานองเดียวคล้ายกันท่าน มีความต่างกันบ้าง แต่ว่าโดยหลักการของการยกเลิก ที่ดินสงวนหวงห้ามที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการกับการบริหารจัดการที่ดินซึ่งเปึนที่ดิน สงวนหวงห้ามของรัฐมีหลักการคล้ายกันทํานองเดียวกันครับ ท่านมีความเห็นอย่างไร ในประเด็นนี้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบช่วยตอบให้ กระผมทราบด้วย

ประการที่ ๒ ที่เปึนคําถาม ผมเห็นด้วยกับการที่จะมีกฎหมายมาจัดการ ที่ที่มันเปึนปัญหา เพราะผมเองก็เปึนหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องของ การบุกรุกที่ดินหรือการใช้ประโยชน์ที่ดิน การมีปัญหาไม่มีสิทธิทํากินของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนญัตติของสภาเราหลายญัตติครับ แล้วก็รวบรวมตั้งเปึนคณะกรรมาธิการมาศึกษา

สุดท้ายทางสภาได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ไปยกร่าง กฎหมายขึ้นมาและนําเสนอต่อสภา เพื่อนสมาชิกทํางานด้วยความขยันขันแข็งนะครับ ได้ร่างกฎหมายมาฉบับหนึ่งก็คือฉบับที่ผมพูดถึงนี่แหละครับ ร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิก การสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ของทางราชการ ปรากฏว่าทาง ครม. บอกว่า เปึนกฎหมายที่มีหลักการที่มีกฎหมายใช้อยู่แล้ว และเปึนกฎหมายตราขึ้นมาเฉพาะ สรุปง่าย ๆ คือรัฐบาลไม่เอา ครม. ไม่เห็นด้วยกับการที่มีกฎหมายฉบับนั้น การที่เพื่อน สมาชิกเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ สังเกตว่ากฎหมายที่เสนอวันนี้เปึนร่างของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ไม่มีร่างของคณะรัฐมนตรีเข้ามานําเสนอในรัฐสภา ก็เปึนคําถามของผมว่าทําไมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเห็นดีเห็นงามกับการที่พี่น้องประชาชน จะมีสิทธิทํากิน การที่จะมีกระบวนการการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินทําไมคณะรัฐมนตรี ไม่เสนอกฎหมายเข้ามา เพราะอะไร ทําไม่ทัน หรือว่าเจตนาจะไม่ทํา หรือต้องการที่จะ หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อสภาแห่งนี้ ต่อสังคมภาพรวม กลัวอะไรท่านประธานครับ ผมต้องพูดตรง ๆ ผมไม่อ้อมค้อมถามว่าคณะรัฐมนตรีกลัวอะไรกับการที่เสนอกฎหมาย เปึนของคณะรัฐมนตรี ผมฝากไปยังเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานอย่าได้กล่าวอ้างว่า คณะรัฐมนตรีได้ให้ความสนใจกับพี่น้องประชาชน เห็นความสําคัญของประโยชน์ของ ประเทศชาติบ้านเมือง แม้แต่เสนอกฎหมายยังไม่กล้าทําเลย นี่จะกล่าวอ้างได้อย่างไรว่า เปึนคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ตราเปึนกฎหมาย รัฐมนตรีสมอ้างทันทีครับ เปึนผู้ลงนามอนุญาตให้เสนอกฎหมายในฐานะ เปึนกฎหมายการเงินเปึนหน้าที่ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่เซ็นสิครับมีปัญหาแน่ สมาชิกเสนอ ผ่านท่านประธาน ท่านประธานเสนอให้นายกรัฐมนตรี ถ้านายกรัฐมนตรีไม่เซ็นต่อไป มีปัญหาแน่นอนครับ อย่าได้สมอ้างว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ให้ความสําคัญและความสนใจ กับพี่น้องประชาชน ผมทวงถามแล้วทําไมไม่เสนอร่างกฎหมายประกอบเข้ามา ใช้ร่าง เพื่อนสมาชิกเปึนตัวเสนอ แล้วสมอ้างว่าให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนจนที่ไม่มีสิทธิถือครองที่ดิน กลัวอะไรท่านประธานครับ หรือเปึนการกลัว คําบอกเล่า คํานิยาม คํากล่าวอ้างว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีชุดไหนเสนอกฎหมายเกี่ยวกับป์าไม้ ที่ดิน เข้ามาสภาจะยุบ หรืออย่างนั้นหรือครับท่านประธาน กลัวถึงขนาดนั้นเลยหรือ คําถาม ๒ ข้อ ก่อนที่ผมจะอภิปรายในรายละเอียดของหลักการและเหตุผล

ท่านประธานครับ ผมดูหลักการทั้ง ๗ ฉบับที่เสนอของเพื่อนสมาชิกต่อกรณี ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ทางราชการ พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... หลักการผมเองเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกครับว่าเปึนหลักการทํานองเดียวกัน คล้ายกัน อาจจะแตกต่างในเรื่องของรายละเอียด วิธีการจัดการ องค์กรจัดการจัดการเท่านั้นเอง วิธีการจําแนกที่ดิน ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติของเพื่อนสมาชิกที่เสนอ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ หลักการโดยรวม ก็ให้มีกฎหมายฉบับนี้เข้ามา แล้วอ้างว่าการบริหารจัดการที่ดินของรัฐมันเปึนไปอย่าง ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ครอบคลุมครับ ไม่ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน สร้างปัญหาให้กับรัฐมาตลอด รัฐเองก็มีความลําบากใจ ในการที่เข้าไปควบคุมดูแล พี่น้องประชาชนเองก็มีความลําบากในการที่จะอยู่อาศัย หรือใช้ทํามาหากิน ต่างฝ์ายต่างกล่าวหากันมาตลอด โดยเฉพาะประเด็นการบุกรุก รัฐเอง บอกว่าพี่น้องประชาชนบุกรุกที่ของรัฐ ที่ของหลวง ในทํานองเดียวกันพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งนะครับ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็กล่าวหารัฐบอกว่ารัฐนั่นแหละบุกรุก ที่อยู่ที่อาศัยที่ทํากินของพี่น้องประชาชนที่เขาครอบครองถือครองมาก่อน ก่อนที่จะมี การประกาศเขตเปึนเขตสงวนหวงห้ามที่ดิน กล่าวหากันมาตลอดครับ สิ่งที่รัฐเองดําเนินการ แก้ไขปัญหามา ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยได้ยินคณะกรรมการชุดหนึ่งไหมครับ เขาเรียก กบร. คณะกรรมการบริหารจัดการกรณีบุกรุกที่ทํากินหรือที่ดินของรัฐ กบร. ประชาชนฟังแล้วเขาไม่ยอมครับ เขาบอกว่าคณะกรรมการชุดนี้มาควบคุมไม่ให้เขาบุกรุกที่ดิน ของรัฐ ความหมายก็คือว่าอะไรที่รัฐประกาศไปแล้วเปึนที่สงวนหวงห้าม ถ้ามีพี่น้องประชาชน เข้าไปอยู่อาศัยมีทั้งที่ทํากินอยู่ถือเปึนการบุกรุกทั้งหมด คณะกรรมการชุดนี้ทํางานค่อนข้าง ยากลําบากมากครับท่านประธาน ผลการพิสูจน์สิทธิ ผลการดําเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ ก็ไม่เปึนผล จริง ๆ ผมเห็นด้วยกับคณะรัฐมนตรีที่ตอบมาบอกว่ากฎหมายฉบับนี้มีกฎหมายเฉพาะ มีกฎหมายอื่นอยู่แล้วในการที่จะดําเนินการ แต่ว่ากฎหมายเหล่านั้นดําเนินการไม่ได้ ผมยกตัวอย่าง พี่น้องประชาชนร้องขอพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดิน เพื่อขอรับกรรมสิทธิ์ กระบวนการการพิสูจน์สิทธิของ กบร. เอง ของคณะกรรมการที่รับผิดชอบไม่เคยเปึนไป ตามที่เขาร้องขอ คือพิสูจน์ไม่ได้ อันนี้คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... มีการตั้งองค์กรขึ้นมา องค์กรมีทั้งองค์กรระดับชาติซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเปึนประธานอยู่ และมีองค์กรระดับจังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็มีคณะกรรมการที่คัดเลือก ทั้งมีตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ และส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าไปเปึนคณะกรรมการดําเนินการอยู่ แต่กระบวนการของการทํางาน ของคณะกรรมการชุดนี้ทั้งหลายทั้งปวงนะครับ อํานาจเปึนไปตามกฎหมายฉบับนี้เช่น จะต้องไปจําแนกที่ดิน การจําแนกที่ดินตรงนี้ความหมายคืออะไร ท่านประธานครับ จําแนกที่ดินที่เปึนที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ให้จําแนกประเภทที่ดินออกมาก่อน ก่อนที่เขา เอาไปจัดการ กรณีถ้าเปึนที่ดินที่มีความสมบูรณ์ธรรมชาติใช้ประโยชน์ให้เปึนไปอย่างยั่งยืน ตามวัตถุประสงค์ในการสงวนหวงห้าม ที่ดินเหล่านั้นนํามาจัดการจัดสรรให้พี่น้องประชาชน ไม่ได้ เขาจําแนกอย่างนั้น ไปดูที่ดินที่เปึนสงวนหวงห้ามของรัฐ กรณีไปดูแล้วถึงแม้จะ ประกาศเปึนที่สงวนหวงห้ามแต่ไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์มานาน และถ้ามีประชาชน ถือครองอยู่ อยู่อาศัย เช่น เปึนชุมชนมามากกว่า ๑๐ ป้ ที่เหล่านั้นจะถูกนํามาเสนอให้คณะกรรมการชุดนี้ไปจัดการนํามาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนที่อยู่อาศัยหรือที่ทํากิน แตกต่างจากฉบับแรกตรงนี้เองครับท่านประธาน ฉบับแรกเขาไปดูที่ดินเลย ถ้าเข้าข่ายว่าพี่น้องประชาชนอยู่อาศัยมานาน ถึงแม้จะเปึน ที่สงวนหวงห้ามของรัฐ แต่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย ให้เอาที่ดินตรงนั้นเข้ามาสู่คณะกรรมการ คณะกรรมการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกเพิกถอนแล้วนําไปจัดสรร ฉบับแรก ตั้งต้นจากของจริงนะครับ แล้วเข้าสู่กระบวนการ ฉบับที่ ๒ ประกาศเปึนหลักการทั่วไป ลงครอบลงไป ถึงแม้ว่าไม่ได้ประกาศเปึนที่สงวนหวงห้าม แต่มีราษฎรถือครองอยู่ก็เข้าสู่ กระบวนการคล้ายกัน สุดท้ายครับ คณะกรรมการจะเปึนผู้ออกกติกาตามมติคณะรัฐมนตรี ในการยกเลิกเพิกถอนแล้วนําไปจัดสรร โดยเฉพาะที่ดินที่สามารถนําไปจัดการจัดสรรให้กับ พี่น้องประชาชนได้นี่คือกระบวนการที่เกิดขึ้นตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อห่วงใย จะไม่ลงรายละเอียดในมาตราครับ ข้อห่วงใยประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการวิสามัญ

เรื่องแรก เรื่องคณะกรรมการ อํานาจของคณะกรรมการชุดนี้ถามว่า จะมีผลไปดําเนินการในการดําเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ ถ้าตราออกมาเสร็จเรียบร้อย แล้วจะมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ อะไรเปึนหลักประกันครับ ตัวอย่างที่ผมพยายามยก ให้ท่านประธานฟังเมื่อสักครู่ก็คือชุดเดิมที่มีอยู่ก็ทํางานไม่ได้ ท่านอาจจะบอกว่าชุดเดิม อาจจะมีความสับสนกรณีหน่วยงานปฏิบัติขึ้นกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่ว่าผู้ที่เปึนประธานผู้ปฎิบัติขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย อาจจะมี ความลักลั่นในการสั่งการ ท่านประธานทราบไหมครับ คณะกรรมการบริหารจัดการที่ดิน ของรัฐระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานครับ เขาขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ส่วนคณะกรรมการที่ดําเนินการโดยตรงเปึนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาลักลั่นตรงนี้มาก ท่านอาจบอกว่าเมื่อจัดองค์กรอย่างนี้น่าจะเปึนหนึ่งเปึนเอกภาพ ในการจัดการ ผมก็เพียงถามว่าถ้าท่านต้องการปรับองค์กรตรงนี้ครับ แล้วองค์กรเดิม ท่านไปไว้ตรงไหน อย่างไร กฎหมายเดิมที่เกี่ยวเนื่องอยู่นี่จะไปยุบจะไปยกเลิกเขาหรือไม่ แต่ผมตรวจดูในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีครับ เพียงแต่เขียนเชื่อมโยงออกไปเท่านั้นเอง เขียนกฎหมายฉบับนี้ไปเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่น มีอํานาจตามกฎหมายอื่นก็ให้ปฏิบัติตาม กฎหมายอื่นไป ผมก็เกรงว่าการทํางานลักษณะอย่างนี้จะมีความลักลั่นถือกฎหมายคนละฉบับ ต่างฝ์ายต่างจ้องมองดูกัน มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ในเรื่องขององค์กร

เรื่องที่ ๒ ที่ผมเปึนห่วงท่านประธานครับ การที่จะนําเอาที่ดินที่เข้าข่าย เมื่อจําแนกเสร็จแล้วจะนําไปจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนครับ มี ๒ กรณีเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ก็คือที่ดินที่ประกาศเปึนที่สงวนหวงห้ามแล้วไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ หรือสภาพไม่เหมาะกับการใช้ตามวัตถุประสงค์ นั่นเปึนกรณีที่ ๑ กรณีที่ ๒ คือเปึนที่ ที่ราษฎรได้เข้าไปทํามาหากิน ไปอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เขาใช้อย่างนั้น ถ้อยคําเปึนอย่างนั้น ท่านประธานครับ ซึ่งผมก็ฝากไปด้วยว่าการเขียนถ้อยคําอย่างนี้จะมีลักษณะนําไปสู่ การปฏิบัติได้หรือไม่ และมีสภาพเปึนชุมชน ความหมายคืออะไรท่านประธาน ถ้าไม่มีสภาพ เปึนชุมชน หมายความว่านํามาจัดสรร นํามาจัดการให้พี่น้องประชาชนไม่ได้ใช่หรือไม่ เพราะท่านใช้คําว่า และ ประชาชนเข้าไปทํามาหากินได้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและมีสภาพ เปึนชุมชน ถ้าท่านจะกรุณาเขียนตรง ๆ ก็บอกไปได้นะครับว่า ต้องเปึนที่ดินที่มีสภาพ เปึนชุมชนเท่านั้น

ฉะนั้นการแปลความตรงนี้ก็จะเปึนข้อคําถามอันที่ ๓ ของผมก็คือว่า ผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือใคร จริงอยู่ครับในกฎหมายฉบับนี้บอกว่าหลักเกณฑ์ วิธีการ การจัดสรรกรณีไปจัดสรรให้สิทธิกับพี่น้องประชาชนหรือกรรมสิทธิ์นะครับ เปึนไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด คณะกรรมการชุดนี้คือคณะกรรมการที่มี นายกรัฐมนตรีเปึนประธานนั่นแหละครับ แต่ว่าการที่จะไปกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการอย่างนี้ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน ในการที่จะยกเลิกเพิกถอนที่หวงห้ามเหล่านั้น แล้วเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการ ประโยชน์ที่ได้ที่แท้จริงกับผู้ใดเปึนคําถามที่ผมมีข้อสงสัย ท่านจะมีหลักประกันอย่างไรว่า ราษฎรที่เขาถือครองมาโดยชอบ หรือบุคคลที่ใช้สิทธิราษฎรถือครองมาโดยชอบ ใครจะเปึน เจ้าของกันแน่ เพราะมีตัวอย่างที่ค่อนข้างชัดเจนครับ มีที่ของผู้บุกรุกที่เปึนนายทุนโดยยืมมือ ราษฎรเข้ามาแล้วเตรียมที่รอที่จะประกาศ กฎหมายฉบับนี้ประกาศปุ็บเขาจะทวงสิทธิ แล้วเขาจะได้สิทธิเหล่านั้นทันทีครับ เพราะพิสูจน์แล้วเปึนสิทธิที่ครอบครองของเขา จะมีข้อจํากัดไหมว่าการเอาที่เหล่านี้ไปเปึนที่ทํากิน เปึนที่อยู่อาศัย จะต้องมีการจํากัดไหม ว่าผู้ถือครองคนนั้นควรเปึนผู้ใด มีคุณสมบัติอย่างไร ถ้าผมพูดอย่างนี้ท่านก็บอกว่า มีกฎหมายอื่น มีกฎหมายเฉพาะเขากําหนดอยู่แล้ว แต่กฎหมายอื่น กฎหมายเฉพาะ ท่านไม่เขียนยึดโยงไปมันก็ปฏิบัติไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือท่านปัองกันนายทุนจะได้ประโยชน์ จากกฎหมายฉบับนี้อย่างไร ผมไม่ห่วงหรอกครับถ้าเปึนราษฎร ยกตัวอย่างบ้านผมที่ จังหวัดน่านครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานเลย บ้านที่ผมเกิดนี่อยู่มาเปึน ๑๐๐ ป้ เปึนเขตป์าสงวนแห่งชาติ ไม่สามารถที่จะนําไปเสนอเปึนกรรมสิทธิ์ได้ ถึงแม้กฎหมาย ฉบับนี้ออกมาก็ไม่ได้ เพราะท่านเขียนไว้ในวรรคหนึ่งใน มาตรา ๒๐ เขตป์าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตป์าไม้ถาวร ห้ามมิให้นําไปจัดกรรมสิทธิ์แก่ประชาชน ถึงแม้จะเข้า หลักเกณฑ์ที่ผมพูดเมื่อสักครู่อยู่อาศัยมานาน อย่าว่าแต่ ๑๐ ป้ เปึน ๑๐๐ ป้ก็จัดไม่ได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ออกมาถามว่ามันจะเปึนประโยชน์ที่แท้จริงหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่ง ต้องยอมรับนะครับว่าบรรดากฎหมายที่มีอยู่เดิมไม่ว่าเปึนกฎหมายป์าไม้ที่ออกมาตั้งแต่ ป้ ๒๔๐๐ กว่า ๆ นี่นะครับ กฎหมายป์าสงวนแห่งชาติ กฎหมายอุทยานแห่งชาติที่ออกมา กฎหมายเหล่านี้ล้วนเปึนกฎหมายเฉพาะ ออกมาจํากัดเปึนที่สงวนหวงห้ามของรัฐทั้งหมด บางทีไม่มีกฎหมายเฉพาะ กฎหมายป์าไม้ก็เขียนไว้ให้เปึนป์าไม้ ผมก็เลยถามว่ากรณี ยกตัวอย่างอย่างบ้านผมที่อยู่ที่จังหวัดน่านนี่เขาประกาศเปึนเขตป์าสงวน ลักษณะอย่างนี้ เขาอยู่มาร้อย ๆ ป้เขาจะได้กรรมสิทธิ์หรือไม่ หรือจะได้สิทธิในการถือครองหรือไม่ จริงอยู่ครับ กฎหมายเป่ดอยู่นิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ข้อดีของกฎหมายฉบับนี้ก็มีครับผมก็ยอมรับ เป่ดอยู่นิดหนึ่งว่ากรณีถ้าไม่เข้าเกณฑ์ เช่น เปึนป์าสงวนแห่งชาติ เปึนอุทยานแห่งชาติ เปึนเขตป์าไม้ถาวร เมื่อคณะกรรมการเสนอมาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วคณะรัฐมนตรี มิได้เพิกถอน ไม่มีญัตติให้เพิกถอน แต่มีมติให้สิทธิถือครอง สิทธิในการครอบครองได้ คณะรัฐมนตรีมีมติอย่างนั้นได้ แต่ก็เปึนการให้สิทธิครับ ไม่แตกต่างจากสิทธิที่มีปัจจุบัน เช่น สทก. สิทธิที่ทํากินที่ทางกฎหมายป์าไม้เขาให้ ส.ป.ก. ตัวอย่างหนึ่งครับ ก็ให้สิทธิที่ทํากิน เหมือนกันไม่ใช่กรรมสิทธิ์ สิ่งที่ราษฎรที่เขาบอกต้องการที่สุดคือกรรมสิทธิ์ท่านประธานครับ ความหมายคือโฉนดกรรมสิทธิ์คือโฉนดครับ ประเด็นเหล่านี้เองที่ผมเปึนห่วงและฝาก ท่านประธานไปว่าผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้แท้จริงที่เราตั้งใจให้เปึนก็คือ พี่น้องประชาชนคนเดือดร้อนที่ไม่มีที่ทํากิน ไม่มีที่อยู่อาศัย เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสนําเอา ทรัพยากรของชาติไปใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่อยากให้ตกเปึนกรรมสิทธิ์ ของคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะที่พวกเราเรียกว่านายทุน

ประการต่อไปท่านประธานที่เคารพครับ ข้อห่วงใยของกระบวนการ ของการจัดการในการพิสูจน์สิทธิ เพราะว่าในบทมาตราได้เขียนไว้ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ กรณีถ้ามีการร้องว่าเขาได้ถือครอง เขาได้อยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการประกาศเขตหวงห้าม กระบวนการการพิสูจน์สิทธิตรงนี้ การดําเนินการที่ผ่านมามีปัญหาตลอดโดยเฉพาะการใช้แผนที่ ท่านจะใช้อะไรครับ ๑:๕๐,๐๐๐ ๑:๔๐๐,๐๐๐ ๑:๔,๐๐๐ ท่านจะใช้กระบวนการอะไร หลักฐานบุคคล และกรณีคาบเกี่ยวกับกฎหมายอื่น ถึงแม้ท่านจะยึดโยงไปว่าให้เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ดําเนินการ แต่ว่าเขาติดกฎหมายของเขาอยู่ ตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานครับ ในเขตที่ประกาศ เปึนพื้นที่ ส.ป.ก. เขตปฏิรูปที่ดิน ถึงแม้จะมี ส.ค. ๑ น.ส. ๒ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก อยู่ก็ไม่สามารถ นําไปร้องขอโฉนดได้ นี่คือปัญหา เพราะอะไรท่านประธานครับ เพราะไม่มีผู้ไปรับรอง แนวเขตให้ โดยเฉพาะ ส.ป.ก. เขาไม่รับรองให้ นี่คือปัญหากฎหมายฉบับนี้ตราออกมา จะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้หรือไม่ ผมพยายามดูในบทมาตรา แล้วก็ยังไม่เห็นทางว่าจะแก้ได้ เพราะฉะนั้นประเด็นการพิสูจน์สิทธิ การพิสูจน์การถือครอง นี่ถ้ามันเกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย ฉบับอื่นก็ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านจะมีวิธีการที่จะแก้ไขอย่างไร ในบทมาตราให้รองรับเปึนประโยชน์มากที่สุดกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองยินดีที่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ถ้าพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ที่แท้จริง ถ้าการบริหาร จัดการที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตไว้อีกสักนิดหนึ่ง ท่านเขียนกฎหมายค่อนข้างเป่ดโอกาสค่อนข้างเยอะ ใช้คําว่า นําไปใช้เพื่อประโยชน์ตาม นโยบายของรัฐบาล กรณีเข้าข่ายสามารถนําไปจัดสรรได้ตามนโยบายของรัฐบาล ฝากไปยัง กรรมาธิการครับ ถ้อยคําคํานี้ไม่น่าจะใช้ในข้อความในฐานะที่เปึนกฎหมายรายมาตรา เป่ดเหมือนกับเขียนเช็คไว้ให้มาเติมตัวเงินเติมเลขเอาทีหลัง กฎหมายไม่ควรจะเปึนอย่างนั้น ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ อะไรที่พยายามจะเขียนเอื้อ ไม่ได้ปฏิเสธครับว่า นโยบายของรัฐบาลที่ออกมาแต่ละอย่างนี่ก็เปึนนโยบายเฉพาะ ถ้าเปึนนโยบายเฉพาะจําเปึน ต้องตรากฎหมายสภาแห่งนี้ก็ต้องตรากฎหมายให้ท่านรองรับนโยบายเหล่านั้น แต่ไม่ได้เขียน เปึนลักษณะของการเป่ดกว้างลักษณะนี้บอกว่าให้นโยบายรัฐบาลอะไรก็ได้มาใช้กฎหมาย ฉบับนี้เสมือนรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ขนาดรัฐธรรมนูญยังเขียนนโยบายรัฐบาลนี่ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่กําหนดชัดเจนเลย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม เขียนชัด เมื่อเปรียบเทียบอย่างนั้นแล้วผมไม่เห็นด้วยที่จะใช้ถ้อยคําอย่างนั้น ผมไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลชุดนี้หรือชุดไหนครับ แต่เขียนเป่ดกว้างอย่างนั้นมันไม่ยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยินดีให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้อย่างที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้ว ก็ฝากประเด็นที่ผมได้อภิปรายไว้ถือว่าเปึนประโยชน์สูงสุดกับการพิจารณาในชั้น กรรมาธิการหรือวาระที่สองนะครับ ก็สงวนสิทธิท่านประธานครับ ที่ผมจะแปรญัตติเผื่อว่า ได้มีโอกาสได้แก้ไขในรายมาตราต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ