สุวโรช พะลัง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐที่ถูกบุกรุกโดยประชาชน โดยเสนอร่างพระราชบัญญัติ 2 ร่าง และร่างบริหารจัดการที่ดินของรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐที่มีปัญหา และขอให้รัฐมีความชัดเจนในการกำกับดูแล และไม่ให้มีการบุกรุกหรือการเข้าครอบครองที่ไม่ได้รับอนุญาต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ก็คง เช่นเดียวกันนะครับชื่นใจที่ฟังคําปรารภของท่านประธานเกริ่นนําเมื่อสักครู่นี้ว่าเรื่องที่ดิน มันเปึนทุกข์ของประชาชน มันเปึนปัญหาที่หมักหมมมานาน และประชาชนนี่ตกเปึนเหยื่อ มาตลอด ผมกราบเรียนอย่างนี้เพื่อที่จะบอกกับท่านประธานในเบื้องต้นว่าเมื่อทั้งสภา เราเห็นด้วย เรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาหลายคณะ สรุปผลไปในทางเดียวกันทั้งหมด ปัญหาวันนี้ที่ต้องถามก็คือแล้วรัฐบาลซึ่งเปึนฝ์ายบริหารคิดอย่างไร อันนี้ในเบื้องต้น ต้องกราบขอบพระคุณ ต้องชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมถือว่าเปึน นายกรัฐมนตรีที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากจน ที่ไม่มีที่ดินทํากินหรือมีแต่ไม่เพียงพอในการดํารงชีพ ประวัติศาสตร์อันนี้ต้องบันทึกเอาไว้ ในรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรครับ ที่กราบเรียนอย่างนี้ก็เพื่อจะบอกกับ ท่านประธานว่าคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วก็รับรองร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ท่านประธานเองก็ทราบว่ากระบวนการ วิธีการต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการรับรอง มันต้องมี การสอบถามความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมานั้นใน ๘ ฉบับที่ผม ซึ่งเปึนเจ้าของร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับ ร่วมกับสมาชิกรวมทั้งหมด ๘ ฉบับเสนอ ต่อท่านประธานสภา แล้วก็มีการอภิปรายในสมัยประชุมที่ผ่านมา แล้วรัฐบาลโดย ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็รับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วัน แล้วก็ส่ง กลับคืนมาปูัยี้ปูัยํากัน จนกระทั่งเราเจ็บปวดมาก ตรงนี้ต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลว่า ถึงแม้ความเห็นของส่วนราชการตรงนั้นที่กลับเข้ามานั้นนั่นก็เปึนความเห็นของส่วนราชการ ที่เขามีหน้าที่ตามกฎหมาย แต่พวกเราซึ่งเปึนฝ์ายการเมือง ทุกข์ของประชาชนก็คือทุกข์ ของพวกเราร่วมกันทั้งสภา วันนี้ครับรัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็เลยทบทวนในเรื่องดังกล่าว แล้วก็มอบหมายท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เรียกเจ้าของ ร่างพระราชบัญญัติทั้งหมดทั้ง ๘ ฉบับนี้พร้อมกับเชิญทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเปึนมือกฎหมายของรัฐบาลมาร่วมสร้างความเข้าใจกันอีกครั้งหนึ่งว่า ๘ ฉบับของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่รัฐบาลรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วันแล้วก็ยําจนเละ ตรงนั้นเจ้าของร่างพระราชบัญญัติมีเจตนารมณ์อย่างไร เมื่อฟังแล้วก็เข้าใจร่วมกันครับ ทางผู้แทนของทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมถือโอกาสตรงนี้กราบขอบพระคุณด้วย ท่านเข้าใจว่านี่คือทุกข์ของประชาชน ทุกข์ที่สภารับมา ท่านก็ได้กรุณาเอามุมมองต่าง ๆ เอาข้อสังเกตต่าง ๆ แล้วก็ไปยกร่างพระราชบัญญัติเปึนร่างกฎหมายขึ้นมาใช้ชื่อคําว่า ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... เปึนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติที่ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ และคณะ แล้วก็ ร่างพระราชบัญญัติของสมาชิกอีก ๒ ฉบับ รวมเปึน ๓ ฉบับที่ยื่นเข้ามาใหม่นั้น บวกกับ ๘ ฉบับเดิมก็เข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ซึ่งถ้าฟังชื่อดูแล้วนะครับ ๘ ฉบับเดิมก็คือ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกที่ดินที่ทางราชการไม่ได้ใช้ประโยชน์ พ.ศ. .... คือที่ดินของรัฐ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการสงวนหวงห้าม แล้วก็มีประชาชนเข้าไปถือครอง ทํากินจนกระทั่งมีหลักฐานมั่นคงเปึนชุมชนขึ้นมานะครับ เมื่อยกเลิกไปเสร็จแล้ว เราจะ บริหารจัดการที่ดินนั้นอย่างไร เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติ ๘ ฉบับ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่รัฐบาลรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วันทั้ง ๘ ฉบับนั้น เปึนร่างพระราชบัญญัติที่ยกเลิก แล้วของรัฐบาลก็เปึนร่างพระราชบัญญัติในการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ซึ่งส่วนตัวผม ผมมองว่าในเบื้องต้นก็คือทั้ง ๘ ร่างพระราชบัญญัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบวกกับอีก ๓ ร่างพระราชบัญญัตินะครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการ รวมแล้วเปึน ๑๑ ร่างพระราชบัญญัติ ผมคิดว่าสภาชุดนี้น่าที่จะรับหลักการทั้ง ๑๑ ร่างพระราชบัญญัติ ผมมีเหตุผลที่อยากจะกราบเรียนประกอบในส่วนตรงนี้ครับท่านประธาน ว่าทั้ง ๑๑ ร่างพระราชบัญญัติมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเปึน ๘ ร่างพระราชบัญญัติของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร อีกส่วนหนึ่งก็เปึนร่างพระราชบัญญัติในการบริหารจัดการ ทั้ง ๒ ส่วน ตรงนี้ล้วนแล้วแต่มีเจตนาที่ตรงกัน ก็คือเจตนาในการที่ยอมรับความเปึนจริงเสียก่อนว่า ที่ดินของรัฐเหล่านั้นมันมี ๒ ลักษณะ ลักษณะที่ ๑ ก็คือในหลายกรณีครับ รัฐไปประกาศ เปึนเขตที่ดินของรัฐทับที่ของประชาชน ประชาชนไม่มีอํานาจใด ๆ ที่จะต่อรองกับหน่วยราชการ ของรัฐที่ดูแลที่ดินเหล่านั้นได้เลย สู้กันมาเปึน ๑๐ ป้ บางแปลงเปึน ๒๐ ป้ จนกระทั่ง หน่วยราชการยอมรับว่าบุคคลเหล่านี้อยู่มาก่อนความเปึนที่ดินของรัฐ แต่ท่านประธานครับ ที่เราศึกษามาแล้วก็ยอมรับความเปึนจริงก็คือมาถึง ณ ปัจจุบันนี้ คนเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ กรรมสิทธิ์ใด ๆ เลย ทั้ง ๆ ที่หน่วยราชการยอมรับว่าคนเหล่านี้คือคนที่ครอบครองทําประโยชน์ ในที่ดินเหล่านั้นมาก่อนความเปึนที่ดินของรัฐ นั่นคือประเภทหนึ่ง
อีกประเภทหนึ่ง ก็คือในกรณีที่รัฐได้สงวนหวงห้าม มีพระราชกฤษฎีกา สงวนหวงห้ามความเปึนที่ดินของรัฐ เจตนา วัตถุประสงค์ในการสงวนหวงห้ามไว้ใช้ เพื่อประโยชน์อะไร บอกไว้ครบถ้วน แต่ว่าปล่อยปละละเลยจนกระทั่งพี่น้องประชาชน เข้าไปถือครองทํากิน มีผลอาสินเปึนที่ประจักษ์ กลายเปึนชุมชน มีส่วนราชการขึ้นมา กรณีเหล่านี้ถือว่าเปึนกรณีที่ราษฎรหรือประชาชนเข้าไปบุกรุกที่ดินของรัฐจนหมดสภาพ ไม่สามารถใช้ที่ดินเหล่านั้นตามวัตถุประสงค์ในการสงวนหวงห้ามได้อีกต่อไป
ทั้ง ๒ กรณีวันนี้ท่านประธานครับ เปึนกรณีที่เปึนทุกข์ที่พวกเราซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งประเทศรับปัญหาเหล่านี้มาแล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ศึกษาในคณะกรรมาธิการส่งไปที่รัฐบาล เงียบ เฉย มารัฐบาลชุดนี้เริ่มต้นเอาจริงเอาจัง แล้วก็นําเสนอร่างกฎหมายเข้ามาในสภาวันนี้ ผมถือโอกาสในส่วนนี้ขออนุญาตที่จะตั้ง ข้อสังเกตในเรื่องของการเสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว โดยผมจะขออภิปรายทั้งในส่วน ที่ผมเปึนเจ้าของร่างพระราชบัญญัติ ๒ ร่างพระราชบัญญัติ และในส่วนที่เปึน ร่างพระราชบัญญัติของอาจารย์ผ่องศรีก็คือร่างบริหารจัดการที่ดินของรัฐ พ.ศ. .... ไปพร้อม ๆ กัน ท่านประธานครับ
ในเรื่องแรกที่อยากจะกราบเรียน ก็คือผมบอกไปแล้วว่าอยากจะให้สภา รับหลักการทั้ง ๑๑ ร่างพระราชบัญญัติไปพร้อมกัน โดยยึดร่างพระราชบัญญัติของ ท่านผ่องศรีเปึนร่างพระราชบัญญัติหลัก แล้วก็เอารายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติ ต่าง ๆ ซึ่งมีมุมมอง มีเกร็ด ที่ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่เปึนประโยชน์ ไหน ๆ เราทําเรื่องที่ดิน ของรัฐกันแล้วก็ควรจะศึกษาเอาจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดต่าง ๆ ได้ศึกษามาแล้ว เอาสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดมาใส่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่นั่นละครับร่างพระราชบัญญัติ บริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ฉบับนี้ไม่ใช่ยาวิเศษที่สามารถแก้ไขปัญหา ในเรื่องที่ดินของรัฐที่มีปัญหานี้ได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในช่วงเวลาหนึ่งเวลาใด ยังมี หน่วยงานของรัฐ ที่ขออนุญาตพูดในประเด็นที่ ๒ ก็คือยังมีหน่วยงานของรัฐที่เปึนเจ้าภาพ ตามกฎหมายเฉพาะอีกหลายส่วนราชการที่ดูแลที่ดินของรัฐ และในที่ดินของรัฐเหล่านั้น วันนี้ก็มีประชาชนเข้าไปทําประโยชน์มีหลักฐานเปึนที่ประจักษ์ เปึนชุมชนขึ้นมาก็เช่นเดียวกัน ตรงนี้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ก็มีมุมมองในบางส่วนว่าห้ามไม่ให้ออกกรรมสิทธิ์ให้กับ ประชาชน ถึงแม้คนเหล่านั้นจะอยู่ในที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืชก็ดี ยกตัวอย่างนะครับ หรืออยู่ในเขตของกรมป์าไม้ก็ดี แต่ท่านประธานครับ ถ้ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชไปประกาศทับที่ที่ประชาชนเขาถือครองทํากินมาอยู่ก่อนล่ะ ถ้ากรมป์าไม้ไปประกาศเขตของกรมป์าไม้ไม่ว่าจะเปึนป์าไม้อะไรภายหลังจากที่ประชาชน เขาทําประโยชน์อยู่ก่อนล่ะ เขาคัดค้านแล้ว เขาบอกแล้ว แต่มาวันนี้เขาก็ยังถูกตราหน้าว่า บุกรุกที่ดินของรัฐอยู่ ตรงนี้จะทําอย่างไร เพราะมันมีกฎหมายเฉพาะอยู่ กฎหมายเฉพาะ เหล่านี้กับร่างกฎหมายที่เรากําลังนําเข้าสู่การพิจารณาของสภามันมีบางส่วนที่ละม้าย คล้ายคลึงกัน ซึ่งตรงนี้ในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในเรื่องนี้ ผมเข้าใจว่า คงจะต้องหยิบยกหรือรื้อค้นที่มาที่ไปของร่างกฎหมายเฉพาะในที่ดินของรัฐเหล่านั้นกับ ร่างกฎหมายฉบับนี้มาเทียบเคียงกันให้ถ่องแท้และต้องมีคําตอบ เพราะถ้าเราไม่มีคําตอบ ในเรื่องเหล่านี้ ผมก็เปึนห่วงว่าต่อไปคนที่ดูแลกฎหมายเฉพาะเหล่านั้นกับประชาชน ที่อ้างว่าจะได้รับใบบุญจากกฎหมายฉบับนี้ทะเลาะกันอีก ผมไม่อยากจะเห็นหน่วยงาน ของรัฐที่ดูแลกฎหมายเฉพาะกับพี่น้องประชาชนที่ได้อานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ มีปัญหากันในวันข้างหน้า นี่คือประการที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธาน เพื่อเปึนข้อสังเกตในชั้นคณะกรรมาธิการครับ
ในเรื่องต่อมาที่อยากจะกราบเรียนก็คือ ผมเกริ่นไปแล้วว่าที่ดินของรัฐ มีอยู่หลายประเภทเหลือเกิน มากจริง ๆ ท่านประธานครับ รัฐมีที่ดินทั้งประเทศอยู่ ๓๒๐ ล้านไร่ โดยประมาณ ซึ่งทั้งหมดก็มีความหลากหลายของหน่วยงานของรัฐที่เข้ามากํากับ มาดูแล แล้วก็มีกฎหมายรองรับไว้ทั้งสิ้น ถามท่านประธานว่าในสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดวันนี้กฎหมาย แต่ละฉบับมีสภาพบังคับใช้มาอย่างน้อย ๆ ไม่น้อยกว่า ๒๐ ป้แทบทั้งสิ้น ถามว่าสภาพ ของที่ดินเมื่อ ๒๐ ป้เปึนอย่างน้อยที่ผ่านมา กลับมา ณ วันนี้ความแตกต่างของข้อมูล ทางด้านกายภาพมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเปึนกรณีที่รัฐไปรุกราษฎร์ หรือกรณี ที่ราษฎร์ไปรุกรัฐก็ตาม แต่สภาพที่เห็นเปึนที่ประจักษ์ในวันนี้มันหมดสภาพจากความเปึนที่ดิน ของรัฐอีกแล้ว วัตถุประสงค์ในการสงวนหวงห้ามนั้นมันแทบจะไม่เหลือหลออะไรอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานของรัฐที่ดูแลกฎหมายเฉพาะ เช่น ที่ดินของกรมป์าไม้ก็ดี ที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชก็ตาม เหล่านี้เปึนต้น รวมทั้งที่ดินของรัฐ ประเภทอื่น ๆ เช่นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ วันนี้ก็ไม่มีสัตว์อะไรให้เลี้ยงแล้ว เพราะมันเปึนชุมชน เพราะมันเปึนเรือกสวนไร่นาที่ประชาชนได้ก่นปลูกสร้างเปึนผลอาสินแล้วทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานของรัฐที่ดูแลที่ดินของรัฐเหล่านี้จะมาสังคายนาตั้งวง เสวนากันครั้งยิ่งใหญ่แล้วก็เอาความจริงมาพูด ว่าที่ดินที่ท่านกํากับภายใต้กรอบกฎหมาย ของท่านในวันนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีการปรับมีการแก้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของ ความเปึนจริงที่มีอยู่ ณ วันนี้
ประการต่อมาที่อยากจะกราบเรียนก็คือในส่วนของพี่น้องประชาชน ก็เช่นเดียวกันครับ วันนี้ท่านถือครอง ท่านทํากิน ท่านทําประโยชน์ มีผลอาสินให้เห็นเปึนที่ ประจักษ์ มีหลักฐานมั่นคง วันนี้อย่างน้อย ๆ ต้องมีอายุในการทํากินด้วย ไม่ใช่ระหว่าง ที่เราพูดกันในสภารุกกันเข้าไปอีก กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เปึนกฎหมายที่เป่ดป์าให้ใคร เข้ามาถือครองทํากินหรือบุกป์าที่สมบูรณ์ให้เสียหายไป แต่เราต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่มีหลักฐานที่มั่นคงเปึนที่ประจักษ์ มีผลอาสินให้เห็น มีผลผลิตออกมาให้เห็นอย่างน้อย ๆ ก็กว่าสิบป้ ก็อาศัยมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ มาเปึนหลักเหล่านี้เปึนต้น รัฐต้องกํากับในเรื่องดังกล่าวให้มีความชัดเจน แล้วก็ขีดเส้นเลยครับ ถ้าถึงขนาดที่ขอข้อมูลจากส่วนราชการทั้งหมดมาเก็บไว้ที่ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ทั้งหมดเลยในที่ดินของรัฐทุกประเภทได้ก็จะเปึนพระคุณยิ่ง หรือถ้าถึงขนาดที่บอกว่าออกเปึนพระราชกําหนดตรึงพื้นที่ไว้ให้ได้ พื้นที่ที่เสียไปแล้ว ที่ประชาชนเข้าไปถือครองทํากินแล้ว มีผลอาสินเปึนหลักฐานที่มั่นคง เปึนชุมชนแล้ว ตรึงพื้นที่ตรงนั้นไว้ให้ได้ไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่ม ตรึงจํานวนคนที่เข้าไปถือครองในที่ดิน ดังกล่าวนั้นไว้ให้ได้ หยุดตรงนั้นไว้ให้ได้ครับ เพื่อไม่ให้มีการขยับ ไม่ให้การบุกรุกเพิ่ม นี่ก็คือ ส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมในร่างกฎหมายฉบับนี้ว่าน่าที่จะมีการดําเนินการ แบบเร่งรีบรีบด่วน แล้วก็เปึนปัญหาที่ต้องรีบทําในทันทีถ้ามีโอกาส เพื่อไม่ให้สูญเสีย ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์อยู่
ในเรื่องต่อมาที่อยากจะกราบเรียนครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเปึน ร่างกฎหมายที่พิเศษกว่าร่างกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ กฎหมาย มีสภาพบังคับใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ รัฐบาล ได้ตระหนัก ได้ให้ความสําคัญว่าร่างกฎหมายลักษณะอย่างนี้มันเหมือนดาบสองคม ถ้าใช้กฎหมายในทางที่ถูกต้องมีประโยชน์ก็ไม่มีปัญหา แต่ท่ามกลางของคนที่ได้ประโยชน์ ก็ยังมีคนอีกพวกหนึ่งที่เอาช่องว่างช่องโหว่ตรงนี้ไปทําลายความเปึนธรรมชาติ แล้วถือโอกาส รุกทรัพยากรธรรมชาติ ทําลายทรัพยากรธรรมชาติ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงได้มี การตราเอาไว้ในมาตรา ๒ วรรคสอง ว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีสภาพบังคับใช้เพียงแค่สิบป้ นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็คือสมมุติว่าประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันไหนก็นับไปอีก ๑๐ ป้ กฎหมายฉบับนี้ถือว่ายกเลิก ในช่วงตรงนี้ผมก็มีความเปึนห่วงว่า การที่เขียนกฎหมายแล้วยกเลิกซึ่งน้อยมาก ใช้คําพูดว่าหาไม่ได้เลยก็ว่าได้เปึนกฎหมาย ฉบับแรกที่มีการยกเลิกกฎหมายไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ชัดเจนว่ากฎหมายฉบับนี้มี สภาพบังคับเพียงแค่ ๑๐ ป้ ประเด็นของปัญหาก็คือว่าถ้าครบ ๑๐ ป้ไปแล้วแล้วปัญหา มันยังไม่จบมันยังค้างอยู่ ถามว่าเมื่อกฎหมายดี ๆ อย่างนี้ถูกยกเลิกไปแล้วกฎหมายที่จะ มารองรับมันไม่มี เพราะฉะนั้นผมก็ขอตั้งข้อสังเกตเพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นหลังจากรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ลองไปพิจารณาดูสิว่าในมาตรา ๒ วรรคสอง อย่างนี้ครับ ที่บอกว่า ๑๐ ป้แล้วยกเลิกไป ตรงนี้ยืดหยุ่นหน่อยได้ไหม แล้วแต่คณะรัฐมนตรี จะพิจารณาในการที่จะขยายการยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ออกไปตามวันครับ เวลาที่ทาง คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร เพราะผมถือว่าคณะรัฐมนตรีก็คือตัวแทนที่ไปจากสภารู้ปัญหา รู้ทุกข์ของประชาชนได้เปึนอย่างดี นี่ก็คืออีกประการหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนเพื่อตั้ง เปึนข้อสังเกตเอาไว้ ท่านประธานครับ กฎหมายลักษณะอย่างนี้เปึนกฎหมายที่ออกจาก สภาไป ผมก็เสียดายครับ มีรัฐบาลดี ๆ มีท่านนายกรัฐมนตรีดี ๆ มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล แบบนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมก็ไม่ทราบว่าต่อไปจะมีนายกรัฐมนตรีลักษณะอย่างนี้ที่มา เปรียบเทียบกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้อีกบ้างหรือไม่ผมไม่ทราบ ดีทั้งนั้นนะครับ แต่มัน อาจจะดีกันคนละแบบ มุมมองคนละอย่างกัน เพราะฉะนั้นผมก็เปึนห่วงครับ เปึนไปได้ หรือไม่ป้หนึ่งให้รายงานผลการปฏิบัติงานของกฎหมายฉบับนี้ต่อสภาอย่างน้อย ๆ ป้ละ ๑ ครั้ง เพราะผมตรวจดูแล้วในร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นผมไม่อยากที่จะให้ แยกฝ์ายนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหารออกจากกัน พอออกจากสภาไปแล้วไปอยู่ในฝ์ายบริหาร ทําอะไรไปบ้าง อย่างไร เรารู้แต่ในสื่อ เรารู้แต่เห็นในทีวี เรารู้แต่ในหนังสือพิมพ์ ผมไม่อยากจะ เห็นอย่างนั้น แต่ถ้าเอาผลปฏิบัติงานภายใน ๑ ป้ที่มาจากกฎหมายฉบับนี้ครับ กลับเข้ามาในสภา เปึนการรายงานให้ผู้แทนของประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับทราบ อย่างน้อยจะได้ วิพากษ์วิจารณ์ อย่างน้อยจะได้เติมในส่วนที่ขาดในเวลาที่มีอยู่ในช่วง ๑๐ ป้ของกฎหมาย ฉบับนี้ที่มีผลบังคับใช้ นี่ก็คือข้อสังเกตที่เปึนหลักการในเบื้องต้นที่อยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาของท่านประธานอีกไม่มาก เปึนข้อสังเกตที่ลงในรายละเอียดเพื่อประโยชน์ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะแต่งตั้ง
โครงสร้างในเรื่องแรก ก็คือในเรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมการบริหาร จัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐหรือในส่วนกลาง ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน มีปลัดกระทรวง มีอธิบดี มีตัวแทนของรัฐตามกฎหมายมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับ ท่านนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีจะมอบหมาย ให้ดูแลในเรื่องเหล่านี้ เช่นรัฐบาลชุดนี้ก็ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็หน้าดําคร่ําเครียด ท่านก็ลงพื้นที่แก้ปัญหาตลอดมา ผมทราบว่าแม้กระทั่งวันนี้ขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้เข้า ก็มีการแก้ปัญหาเรื่อง ๑๓ นิคม ๑๔ ป์าอยู่ที่ตึกวุฒิสภาแทบไม่มีเวลาที่จะหายใจเลย ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอแสดงความชื่นชมกับท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ได้เอาทุกวินาที ที่มีค่าตรงนี้แก้ปัญหาทุกข์ให้กับประชาชน แต่ว่าในโครงสร้างของคณะกรรมการบริหาร จัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ ซึ่งเปึนส่วนกลางที่มีท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นว่า โครงสร้างดูแล้วทั้งหมดมาจากอธิบดีและปลัดกระทรวงรวมแล้วเปึนอธิบดี ๘ ท่าน ท่านปลัดกระทรวง ๕ ท่าน รวมแล้วเปึน ๑๓ ท่าน แต่พอมาดูตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมาจาก ภาคประชาชน ปรากฏผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชํานาญ เรื่องที่ดินทํากินเรื่องที่ดินของรัฐที่มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลที่ ครม. จะเห็นสมควรในการแต่งตั้ง ปรากฏมีเพียงแค่ ๗ ท่านนะครับ ผมเลยฝากข้อสังเกตผ่านท่านประธานตรงนี้ไปในชั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญ อย่างน้อย ๆ จากประสบการณ์ในการทํางานในเรื่องดังกล่าวนี้ ของผมตลอดมา เวลามีปัญหาขึ้นมาในส่วนต่างจังหวัดเราพึ่งใบบุญจากประธาน สภาทนายความประจําศาลจังหวัดต่าง ๆ วันนี้เรามีสภาทนายความ ทําไมในส่วนตรงนี้ นอกเหนือจากผู้แทนผู้ทรงคุณวุฒิที่มีทั้งหมด ๗ ท่าน แล้วทําไมเราไม่เสนอ ทําไมเราไม่เติม ผมฝากเปึนข้อสังเกตว่าในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญลองไปพิจารณาดู เอาท่านนายก สภาทนายความใส่เข้าไปอีกสักคนหนึ่ง
อีกส่วนราชการหนึ่งที่ผมมองว่าขาด นั่นก็คือทําไมไม่เอาอัยการสูงสุดเข้ามา ผู้แทนอัยการสูงสุด ผมขออภัย ผมขออนุญาตท่านประธานเอ่ยนามเลย ท่านไม่ได้เสียหาย ท่านปารเมศอย่างนี้ครับ แก้ปัญหาที่เกาะเสม็ด ท่านลงไปต่อสู้ ท่านลงไปดูปัญหา ท่านลงไป ค้นคว้าหาประวัติศาสตร์ต่าง ๆ จนกระทั่ง ๗๐๐ ไร่วันนี้ท่านชี้ออกมาเลยว่าที่ดินของ เกาะเสม็ดตรงนั้นเปึนที่ดินที่ได้มาก่อนเปึนที่ดินราชพัสดุ วันนี้ในคณะกรรมการส่วนตรงนี้ ยังขาดผู้แทนของสํานักงานอัยการสูงสุด ทําไมไม่ใส่เข้ามาครับ ตัวแทนภาคประชาชน ผมกราบเรียนไปแล้วนะครับ
อีกส่วนราชการหนึ่งที่ผมมองว่าขาดไป นั่นก็คือผู้แทนของอธิบดีกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝัืงหรือป์าชายเลน ไม่มีครับ ใส่ป์าไม้ ใส่อุทยานไป แต่กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝัืงตรงนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นก็น่าจะใส่ เพราะท่านก็ดูแลที่ดินของรัฐที่อยู่ที่ ชายฝัืง คณะกรรมการในส่วนตรงนี้ก็น่าจะใส่มา
ส่วนภาคประชาชนที่อยากจะเสนอต่อไปก็คือ ท่านประธานครับ วันนี้ท้องถิ่น ในจังหวัดก็จะมีนายก อบจ. อบจ. ก็มีอยู่ทั้งหมด ๗๕ แห่งบวกกรุงเทพฯ เปึน ๗๖ แห่ง ๗๕ แห่งเขาก็มีผู้แทนของนายก อบจ. ผมเรียกชื่อไม่ถูก ไม่ทราบชื่ออะไรก็น่าที่จะเอาตัว ของนายก อบจ. ทั่วประเทศมาร่วมเปึนกรรมการด้วยได้หรือไม่
อีกส่วนหนึ่งครับ นายกสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย แล้วก็นายก สมาพันธ์องค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งเขาจะอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีปัญหา เพราะในร่างกฎหมายฉบับนี้จะเปึนร่างกฎหมายที่ให้ อํานาจของประชาชนเดินออกมาบอกกับหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการที่อยู่ในระดับ จังหวัดว่าเขาเดือดร้อนในเรื่องของที่ดินทํากิน เขาถือครองมาก่อนความเปึนที่ดินของรัฐ หรือเขาถือครองมาหลังจากที่รัฐปล่อยปละละเลย มีผลอาสินเปึนที่ประจักษ์ มีหลักฐาน เปึนที่มั่นคง เพราะฉะนั้นถ้าเราเอานายกสมาพันธ์องค์การบริหารส่วนตําบลเข้ามาเปึน คณะกรรมการในส่วนกลางนั่งร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ผมคิดว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่จะ ได้มีการระดมกันให้เห็นว่าความเปึนที่ดินของรัฐในขณะนี้ในที่ดินประเภทนั้น มันยังมี วัตถุประสงค์ตามที่ได้สงวนหวงห้ามไว้ต่อไปอีกหรือไม่ เหล่านี้ก็จะได้ประโยชน์ นี่ก็คือ ในเรื่องที่อยากจะกราบเรียนเปึนข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการ ในร่างพระราชบัญญัติของอาจารย์ผ่องศรี
ต่อมาที่อยากจะกราบเรียนในมาตรา ๑๑ ก็คือในร่างพระราชบัญญัติของ คณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐประจําจังหวัด ตรงนี้ผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ผู้แทนที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปเลือกกันเอง ๓ คน มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาอีก ๗ คน รวมเปึน ๑๐ คนในส่วนตรงนี้ แต่อีกส่วนหนึ่งที่ผมมองว่า ยังขาดอยู่แล้วก็ถือโอกาสตรงนี้เสริมเพิ่มเติมในชั้นเพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ผมเชื่อว่ารับหลักการวาระที่หนึ่งแล้ว เขาจะได้ไปเสริม ไปเติมกันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก็คือ เอานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในพื้นที่นั้นมาร่วมเปึนกรรมการในระดับจังหวัดด้วย ได้ไหม เอานายกเขาเรียกอะไรครับ นายกของเทศบาลในจังหวัดที่เปึนหัวหน้ามาร่วมเปึน กรรมการด้วยได้ไหม เอานายกสมาพันธ์ขององค์การบริหารส่วนตําบลในจังหวัดมาร่วม เปึนกรรมการด้วยได้ไหม แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือถ้าประชาชนในองค์การบริหารส่วนตําบล หรือในตําบลใดมายื่นคําร้องรับรองสิทธิต่อคณะกรรมการดูแลที่ดินของรัฐในระดับจังหวัด แล้วให้นายกองค์การบริหารส่วนตําบลในพื้นที่ที่คนเหล่านั้นมายื่นคําร้องขอรับรองสิทธิ ได้เข้ามาร่วมเปึนกรรมการในระดับจังหวัดด้วยได้หรือไม่ เพราะคณะกรรมการจัดการ ที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐประจําจังหวัดเปึนคณะกรรมการที่มีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เพราะอํานาจของคณะกรรมการชุดนี้มีอํานาจในการที่จะไปเก็บหาข้อมูล และที่สําคัญที่สุด ก็คือมีอํานาจใจการพิสูจน์สิทธิ การถือครอง การทํากินของผู้ร้องขอความเปึนธรรมว่า เขาอยู่มาในที่ดินแปลงนั้นก่อนความเปึนที่ดินของรัฐหรืออยู่มาหลัง นี่ก็คือบทบาทความสําคัญ ของคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐประจําจังหวัด ซึ่งผมขออนุญาต ตั้งเปึนข้อสังเกตเพื่อที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานครับ ขอใช้เวลาอีกไม่นานครับ
เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือในมาตรา ๑๒ คณะกรรมการบริหาร จัดการที่สงวนหวงห้ามประจําจังหวัดนี้ครับ สามารถที่จะให้หน่วยงานของรัฐที่ดูแลที่ดิน ของรัฐประเภทนั้น ๆ ไปพิจารณาอีก ซึ่งตรงนี้ผมกลัวว่าถ้าเกิดคณะกรรมการประจําจังหวัด ที่มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน และมีกรรมการต่าง ๆ อยู่แล้ว ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขต ป์าสงวนก็ให้ป์าไม้จังหวัดไปพิจารณาอีกนะครับ ก็เข้าสู่อีหรอบเดิม ก็เข้าสู่วงจรเดิม ก็คือ ไม่ได้แก้ปัญหา มา ณ วันนี้ทั้งหมดสิ่งที่เปึนกฎหมายเฉพาะที่เขาให้อํานาจอยู่แล้วไม่สามารถ ที่จะปลดแอกทุกข์ของประชาชนในสิ่งเหล่านี้ได้เลย ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นได้เลย ที่ป์าสลุย-รับร่อ ทําเสร็จไปหมดแล้วลงในพื้นที่ ๒๓ หมู่บ้าน ที่อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ลงพื้นที่หมดแล้ว มา ณ วันนี้ยังเซ็น สทก. สิทธิทํากินให้กับเขาไม่ได้แม้กระทั่งแปลงเดียว นี่ก็คือทุกข์ที่พี่น้องประชาชนเขาได้รับ เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีคณะกรรมการชุดนี้ประจําจังหวัด ขึ้นมา เห็นไหมครับ อํานาจมันก็จะทับซ้อนกัน จริงอยู่ครับ คณะกรรมการประจําจังหวัด มีตัวแทนของกรมป์าไม้อยู่ ถ้าเกิดคณะกรรมการของจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึน ประธานบอกให้ป์าไม้ไปจัดการ ก็เหมือนเดิมอีก ก็แก้ไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นทุกข์ของประชาชนก็ยังมีอยู่ ผมต้องการความสําเร็จในกฎหมายที่ฝ์ายนิติบัญญัติ เราได้ตรากฎหมายกันออกมา เพราะฉะนั้นก็ตั้งเปึนข้อสังเกตว่าถ้าคณะกรรมการประจําจังหวัด ตรงนี้จะส่งไปให้กับหน่วยงานที่ดูแลที่ดินประเภทนั้นโดยเฉพาะไปรับผิดชอบไปดําเนินการ ผมขอความเห็นใจก็คือขอความยินยอมจากประชาชนที่เข้ามายื่นคําร้องขอรับรองสิทธิ ให้เขาได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ว่าทุกข์ของเขาวันนี้จังหวัด กฎหมายได้รับรู้แล้ว แต่ว่าเขา จะส่งไปให้กับหน่วยงานของรัฐที่ดูแลที่ดินประเภทนี้คุณเห็นด้วยไหม ถ้าคุณเห็นด้วย ก็โอเคจัดการไปเลย แต่ถ้าเขาไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าตรงนี้คงเปึนเรื่องของทางจังหวัดที่จะต้อง ช่วยดูแลเพื่อปลดแอกทุกข์ของคนเหล่านั้น
ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อท่านประธาน เนื่องจากยังมีเพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นในสิ่งเหล่านี้ ผมขออนุญาตอีกนิดเดียว เรื่องเดียวเท่านั้นเองครับ นั่นก็คือผมเคยกราบเรียนต่อท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ว่า คนที่อยู่ในที่ดินของรัฐในเบื้องต้นมันผิดกฎหมาย ทําอย่างไรก็ผิด แต่ระหว่างที่เขากําลัง เดินออกมาขอพิสูจน์สิทธิ ตรงนี้กราบขอบพระคุณทางผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ฟังความเห็นของพวกเราในวันนั้นผมเปึนผู้เสนอเองว่าระหว่างที่มีการพิสูจน์สิทธิ อย่าไปจับกุม อย่าไปดําเนินคดีกับเขาได้ไหม ซึ่งท่านก็ได้ให้ความกรุณา ก็ได้มีการบัญญัติ เอาไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ว่าระหว่างที่มีการดําเนินการตรงนี้ ห้ามไม่ให้มีการดําเนินคดี ใด ๆ คือให้ผู้ที่ทําประโยชน์สามารถทําประโยชน์ในที่ดินของรัฐนั้นได้ตลอดไปในระยะเวลา ที่มีการรับรองสิทธิ เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ผมก็มีประเด็นที่อยากจะถาม อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานว่ายกตัวอย่างเช่นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมของจังหวัดตรังอย่างนี้ พิสูจน์มาแล้วว่าเขาอยู่มาก่อนความเปึนที่ดินของรัฐ มาวันนี้ยังเหลือกระบวนการขั้นตอน ที่จะปลดแอกจนกระทั่งจบขั้นตอนถามในชั้นคณะกรรมาธิการเหลืออีก ๑๐ ขั้นตอน ๑๐ ป้ ไม่รู้จะจบหรือเปล่า แต่ถ้าเกิดมีร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ขึ้นมาแล้ว