สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พูดเรื่องการเพิ่มเติมเงินทดแทนในพระราชบัญญัติเงินทดแทน โดยเรียกร้องให้เพิ่มเงินทดแทนให้กับผู้ที่เจ็บป่วยหรือคลอดบุตร และลดเงินทดแทนให้กับผู้ที่ตาย

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเห็นร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทนนี้เข้ามาสู่สภา ซึ่งเปึน ความดีใจของกลุ่มแรงงานทั้งสิ้น ดิฉันขอเรียนท่านประธานเพื่อผ่านถึงคณะกรรมาธิการ ว่ากลุ่มแรงงานนั้นได้วิ่งมาหาดิฉันเองอาทิตย์ที่แล้ว ก็เผอิญว่าอาทิตย์ที่แล้วนั้น ดิฉันไม่ได้อยู่ เขาคิดว่าอาทิตย์ที่แล้วจะมีการพิจารณา มาถึงอาทิตย์ก็ยังดีนะคะ ก็คือ ยังไม่ช้าเกินไปอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าพระราชบัญญัติเงินทดแทนนี้ก็มีมาแล้ว แล้วในส่วนที่จ่ายเงินค่าทดแทนนั้นคณะนายจ้างและลูกจ้างก็ได้ร่วมสมทบมาหลายป้แล้ว ดิฉันขอเรียนว่าตั้งแต่ที่มีกฎหมายว่าด้วยการเงินทดแทนนี้ทางรัฐบาลก็ให้ทดแทน โดยนายจ้างจ่ายไปครึ่งหนึ่ง ส่วนลูกจ้างจ่ายไปครึ่งหนึ่ง ในกรณีครั้งเริ่มแรกที่ให้จ่ายนั้น จ่ายแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ พอหลังจากนั้นมาก็จ่ายมา ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาอีกก็จ่ายมา ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่านายจ้างหรือลูกจ้างต้องจ่ายเท่ากัน มาปัจจุบันนี้เห็นลูกจ้างบอกว่า ได้จ่ายเข้าไปถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเศรษฐกิจที่มันย่ําแย่อยู่ขณะนี้นะคะ ถ้าท่านจะแบ่งแยกออกนั้นเราก็คงคิดว่ามันคงไม่ควรที่จะแยกออกว่าจะให้เฉพาะนายจ้างจ่าย ลูกจ้างไม่ต้องจ่ายก็คงจะไม่ใช่ เพียงแต่ขอว่าถ้าหากว่านายจ้างจ่ายและลูกจ้างจ่าย อัตรานั้นก็น่าจะคงที่อยู่ที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็อยู่ที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ว่าแค่ผ่านไปแค่ ๑ ป้ ก็เพิ่ม ๑ เปอร์เซ็นต์ ผ่านไป ๒ ป้ เพิ่มขึ้น ๑ เปอร์เซ็นต์ ผ่านมา ๕ ป้ เพิ่มขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผ่านไปเปึน ๑๐ ป้ไม่ขึ้นถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือคะ พอดีเงินทดแทนนี้ในกรณีการจ่ายนั้น กลุ่มค้าแรงงานก็พยายามกัดฟันที่จะต้องจ่ายให้ได้ เพื่อต้องการที่อยากจะได้เงินทดแทน เมื่อเวลาที่มีอาการเจ็บป์วยในช่วงระหว่างทํางาน แต่ในกรณีที่เขียนในกฎหมายนี้ ดิฉัน ได้ดูอัตราแล้วว่ารายได้ที่ของกรรมการทดแทนที่รับรายได้มานี้ดูแล้วแต่ละป้ ๆ นั้นสูง ในการที่ทดแทนเหลือเงินด้วยซ้ําไป จนได้เกิดมีเช็คช่วยชาติเกิดขึ้น ดิฉันอยากจะขอร้อง ว่าในส่วนที่ท่านให้การทดแทนนั้น อย่าไปให้ทดแทนในกรณีตายเท่านั้นเอง จากสถิติ ที่ได้เห็นในเล่มนี้ท่านจะให้เงินเพิ่มจากจํานวนการประสบอันตรายหรือเจ็บป์วยเนื่องจาก การทํางานมีตาย มีทุพพลภาพ มีสูญเสียอวัยวะบางส่วน มีหยุดงานเกิน ๓ วัน หยุดงาน ไม่เกิน ๓ วัน ท่านดูสถิติสิคะ สรุปสุดท้ายก็จะมีแค่คนตายนั้น ๓๓๒ คนจากทั่วประเทศแล้ว ก็มีทุพพลภาพนั้นแค่ ๑ คน มีสูญเสียอวัยวะบางส่วน ๔๔๓ คน แต่ในส่วนของหยุดงาน เกิน ๓ วัน ๒๐,๘๙๐ คน หยุดงานไม่เกิน ๓ วัน ๕๒,๘๐๗ คน ถ้าดูสัดส่วนต่างกันมากเลย แต่ในกรณีที่ท่านให้เงินทดแทนสําหรับผู้ที่เจ็บป์วยนั้นนะคะ มีการกําหนดกฎเกณฑ์ไว้ โดยที่แรงงานนั้นได้โทรศัพท์มาบอกดิฉันว่าอยากจะขอให้คณะกรรมาธิการเมื่อมีกฎหมายนี้ เพิ่มเติมก็ควรจะเพิ่มเติมในส่วนการทดแทนของด้านการเจ็บป์วย เพราะในกรณีที่ทดแทน ในด้านการเจ็บป์วยนี้ กลุ่มผู้ใช้แรงงานตอนนี้พอป์วยจะต้องมี ๑. ใบรับรองแพทย์ ของโรงพยาบาลหรือหมอที่รับผิดชอบ ๓๐ วัน คือจะต้องป์วย ๓๐ วัน ถ้าไม่ถึง ๓๐ วัน ไม่ได้อะไรเลย ไม่ได้เงินทดแทน แต่พอถึง ๓๐ วัน ท่านให้แค่ครึ่งเดียว แล้วอีกอย่างหนึ่ง การสงเคราะห์ให้เดือนละ ๓๐๐ บาท ในกรณีที่คลอดบุตร ซึ่งดิฉันได้รับโทรศัพท์ไม่ทราบว่า จะจริงหรือเท็จอย่างไร เพียงแต่ว่าในส่วนของผู้รับเงินทดแทนนี้ร้องขอว่าให้เรียน ท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าในกรณีที่คลอดบุตรลาได้ ๓ เดือน แต่ใน ๓ เดือนนี้ จ่ายเงินให้แค่ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ท่านคะในกรณีตอนนี้แต่ละโรงงานนั้น เขาจะมี เงินเดือนแล้วก็จะมีเบี้ยเกินเวลาอะไรอย่างนี้ ซึ่งไม่รวมอยู่ในเงินเดือน เปึนเบี้ยที่เกินเวลา ได้เงินทดแทนมาเปึนเงินเดือน แต่ไม่ใช่เปึนเงินเดือนประจําอย่างนี้นะคะ จะต้องทํา เกินเวลาเสียก่อนถึงได้เงิน แต่ในกรณีที่คลอดบุตรลา ๓ เดือน จ่ายให้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ยกตัวอย่างว่าบุคคลคนนี้เขาได้เงินเดือนเบ็ดเสร็จสิ้นเดือนนี้เขาได้อยู่ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่เงินเดือนของเขานั้นมีแค่ ๓,๕๐๐ บาท พอในกรณีจ่ายค่าคลอดบุตรให้ ๓ เดือน จ่ายไปแค่ ๑,๗๕๐ บาท คูณ ๓ เดือน แค่นี้แหละค่ะ ถ้าหากว่าจะทดแทนในกรณี คลอดบุตร จะให้กําลังใจหรือฟุ๋นฟูคนที่คลอดบุตรได้จะให้กําลังใจฟุ๋นฟูแล้วก็ดูแลเด็ก ที่เกิดขึ้นมาด้วย น่าจะให้เพิ่มกว่านี้ เพราะเขาต้องเลี้ยงดูลูก เขาต้องปัอนนมให้ลูก ถ้าเขามีเงินเดือนครึ่งหนึ่ง สามีไม่สามารถที่จะมีเงินมาทดแทนให้กับเขาในการที่ซื้ออาหารให้เขากินเพิ่มเติมขึ้นมา เลือดในร่างกายก็คงจะไม่เพิ่มขึ้น วิตามินในร่างกายก็ไม่สามารถที่จะส่งให้กับลูก ได้ดูดนมนั้นด้วย นมก็จะไม่มีวิตามินนะคะ ดิฉันจึงเห็นว่ากรณีนี้ถ้าหากว่ามีการเพิ่มเติม ในการทดแทนช่วยเหลือกลุ่มบุคคลที่จ่ายเงินทดแทน เขาจ่ายเงินไปทุกเดือน ๆ แต่เขาไม่ใช่ว่าเจ็บป์วยอยู่ทุกเดือน ๆ เขาจ่ายเงินไปทุกเดือนเขาเจ็บป์วยนั้น ๓ ป้ ๕ ป้ อาจจะครั้งเดียวเท่านั้นเอง แต่ส่วนที่ท่านทดแทนให้กับเขาไปนั้นคุ้มไหม คุ้มไหมที่เขา จะจ่ายเงินทดแทนให้กับราชการ จึงปรากฏว่าหลาย ๆ โรงงานนั้นลูกจ้างไม่ยอมจ่ายเงิน นายจ้างต้องไปจ่ายให้แทน ก็เปึนความเดือดร้อนให้เกิดแก่นายจ้าง ๑ ยกแล้ว ยกที่ ๒ ก็คือลูกจ้างไม่จ่ายลูกจ้างก็ไม่ได้ แล้วลูกจ้างก็ได้ทํางานโดยที่โดนตัดเงินเดือนไปอีกด้วย โดนตัดจากเงินเดือนนั่นละเพราะนายจ้างต้องตัดจากเงินเดือนไปจ่ายให้แทน ไม่อย่างนั้น ตัวเองจะต้องจ่าย นี่ละค่ะเปึน ๒ ทอดที่เกิดผลเสียหายในการที่ให้มีการจ่ายทดแทน ดิฉันอยากบอกอีกว่าที่เขาบอกมาว่าชดเชยลาป์วย ขับรถอยู่ดี ๆ นี่ละค่ะ ขับรถอยู่ดี ๆ วันนั้นเกิดมีการขับรถของชาวบ้านจังหวัดมุกดาหาร ๑ มือขับมอเตอร์ไซค์ จับแฮนด์ (Hand) มอเตอร์ไซค์ อีกมือหนึ่งนั้นอุ้มไก่ไข่นี่ละค่ะ เพิ่งซื้อจากตลาดที่จะเอาไปเลี้ยงในบ้าน เพื่อที่จะให้มันออกไข่ให้ได้กินไข่ แต่พอขับรถไปไม่รู้ไปสะดุดอย่างไร ล้ม ตัวเองนั้น ขาแพลง ข้อเท้านี้บิดไม่สามารถที่จะเดินได้และไม่สามารถจะทํางานได้ ไปถึงโรงพยาบาล ก็ไปให้หมอรักษา หมอรักษาไปได้แค่ ๘ วัน กลับมาบอกว่าจะมาขอเงินทดแทน ใบรับรองแพทย์เขียนมาแค่ ๘ วัน ทางสํานักงานประกันสังคมบอกว่ารับเงินค่าทดแทน ในการลาป์วยและในการรักษานี้ไม่ได้เพราะไม่ถึง ๓๐ วัน ทีนี้ในกรณีที่เขาเจอของ สํานักงานประกันสังคม ก็มาเจอที่เจ้าของร้าน เจ้าของร้านบอกว่าคุณลาป์วยโดยที่ คุณไม่บอกเพราะมันโดนอุบัติเหตุมันยังไม่ได้มาบอก มาบอกตอนที่รักษาเสร็จแล้ว ก็โดนปรับจากทางเจ้าของอีกด้วย นายจ้างน่ะค่ะ ก็โดนหักจากนายจ้างไปอีกว่าลาเกิน ๓ วันก็โดนหักไป ๕ วัน นี่ละค่ะดิฉันจึงขอบอกว่าในตารางที่ท่านกําหนดไว้ภายใต้ กฎหมายนี้ดิฉันได้อ่านในหน้า ๓๖ ที่ท่านให้ไว้ในเล่มสีเขียวนี้ ในหน้า ๓๖ นั้นท่านเขียนไว้ ข้อ ๕ สิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของผู้ประกันตนขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายเงินสมทบ ที่เปึนไปตามเงื่อนไขโดยไม่ต้องเปึนการตรวจสอบความจําเปึนหรือการตรวจสอบรายได้ แต่อย่างไร ตัวนี้ดีใจเพราะอาจจะรายได้น้อย รายได้มาก ถ้าท่านไปตรวจสอบเกิดคน รายได้น้อยก็คงจะเสียประโยชน์ของตัวเองไป พอมาถึงข้อ ๗ การประกันสังคมกรณี เจ็บป์วยจากการทํางาน นี่ก็คือว่าให้ค่าทดแทนจากกรณีการประกันสังคม กรณีเจ็บป์วย จากการทํางาน แต่ที่ท่านจัดให้ในตารางนั้นไม่ปรากฏที่มีสูตรคํานวณให้เลย ในกรณี สูตรคํานวณนี้ท่านให้แต่เฉพาะกรณีเสียชีวิตเนื่องจากการทํางาน กรณีเงินทดแทนนี้ ท่านจะให้เฉพาะคนตายเท่านั้นหรือคะ เขาตายแล้วเขาจะช่วยอะไรได้ เงินที่เขาจ่ายไป เขาก็ไม่ได้อะไร ลูกหลานของเขาจะได้เอาไปจ่าย แล้วในส่วนที่เขาทํางาน อย่างเช่น ท่าน ส.ส. สถาพรท่านพูด ตอนที่ทํางานน่ะแข็งแรง เจ็บป์วยเข้าหน่อยเดียวเปึนไข้หวัด หรือไอเรื้อรัง อย่างนี้เขาไอเรื้อรังเขาก็ยังมาทํางาน เพราะกลัวว่าถ้าไปรักษาแล้วขาดงาน ๑. ขาดงานไม่ได้เงินเดือน ๒. ไม่ถึง ๓๐ วันอีก รักษาไม่ถึง ๓๐ วัน เพราะหมอก็คงไม่ให้ นอนอยู่ที่โรงพยาบาลหรอกค่ะ ถ้าไอเรื้อรังหรือว่าเปึนไข้หวัดอย่างนี้ทางหมอก็คง ไม่ให้นอน ทางบริษัทประกันชีวิตนั้นบอกว่าจะต้องนอนโรงพยาบาล ๑ คืนถึงจะได้ นี่ละเปึนสิ่งที่เอารัดเอาเปรียบกลุ่มผู้ใช้แรงงานมากที่สุด ผู้ที่ใช้มันสมองนั้นคงไม่จําเปึน ที่จะต้องมาใช้เงินทดแทนนี้ แต่ก็ดีใจนะคะว่าทางนายจ้างได้จ่ายไปเพื่อต้องการ ที่จะทดแทนให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน แต่ในส่วนที่ท่านคํานวณค่าทดแทนนี้อยากจะ ขอฝากนะคะ ท่านประธานคะ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีหรือกรรมาธิการที่จะไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ในการที่จะให้มีการเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น ช่วยดูแลกลุ่มผู้ใช้แรงงานนะคะ ดิฉันได้ยกตัวอย่างไว้เมื่อสักครู่ ตายมันแค่ ๓๓๒ คน แต่คนที่เจ็บ ๕๒,๐๐๐ กว่าคน ที่เกิน ๓ วัน ๕๒,๐๐๐ กว่าคน ถ้าเกิดไปรวมกับกลุ่มที่เกิน ๓ วันขึ้นไป เกิน ๓ วันขึ้นไป หรือไม่ถึง ๓๐ วันนี้มันจะไม่เปึนแสนเปึนล้านหรือ แล้วกลุ่มเปึนแสนเปึนล้านนี้ ไม่เปึนประชาชนที่จะต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลที่ต้องดูแลหรือคะ ดิฉันจึงขอฝากว่าในส่วนนี้ ที่ดิฉันอ่านไว้ ในสูตรคํานวณของท่านน่าจะเพิ่มเติมไปด้วยเลยว่าในตอนที่กําหนด ท่านกําหนดไว้ ๓๐ วันนั้น ถ้าจะให้มาเข้าข้อ ๗ นี้ว่าการประกันสังคมกรณีเจ็บป์วย จากการทํางานไม่ต้องกําหนดระยะเวลาเลย ถ้าหากว่าเขามีใบรับรองจากแพทย์มา ก็ควรจะให้เขา ถ้าท่านไม่ให้เขาเท่ากับว่าท่านลบหลู่การรับรองของแพทย์บุคคลคนนั้น แพทย์ก็ระบุลงมาแล้วว่าเขาป์วย เขาเจ็บ เขาไม่ได้ทํางานอย่างนี้ แต่พอท่านไม่ให้ ค่าทดแทนถ้าคิดกลับอีกอย่างหนึ่งก็คือท่านลบหลู่การทํางานของแพทย์ผู้ให้หนังสือ รับรองออกมาว่าใบรับรองนี้เปึนหนังสือรับรองปลอมหรือไม่ ไปจ้างเขียนหรือไม่ มันคิดได้ ต่าง ๆ นานา ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีในส่วนดิฉันว่าเห็นใจ และดีใจว่ามีร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทนนี้กลับเข้ามาเพิ่มเติม แต่ในส่วนเพิ่มเติมนั้น อย่างที่ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่ได้อภิปรายว่าเพิ่มเติมไปเฉพาะแค่นายจ้าง ลดค่าดอกเบี้ย ๓ บาท ให้เปึน ๒ บาท แต่ถ้าจะลดจริง ๆ ๓ บาทต่อเดือนนี้เท่ากับ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือ ขูดเลือดขูดเนื้อ แล้วถ้าจะลดจริง ๆ ก็เปึน ๒ บาทต่อป้นะคะ ดิฉันไม่ทราบว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ ๒ บาทต่อเดือนหรือว่า ๒ บาทที่ท่านเขียนนี้คือ ๒ บาทต่อเดือน หรือ ๒ บาทต่อป้ แต่ถ้าหากว่าเปึน ๒ ต่อเดือนเท่ากับ ๒๔ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ ถ้าหากว่า ๒ บาทต่อป้นั้น ก็จะดี จาก ๓ บาทต่อป้มาเปึน ๒ บาทต่อป้ ถ้าจะให้ชัดเจนที่สุดก็ไม่ต้องไปเพิ่มเลย ๐ เปอร์เซ็นต์ไปเสีย เพราะเงินทดรองอยู่ภายใต้งบดุลที่ท่านเขียนเอาไว้นี้ ที่ท่านเขียน เอาไว้นี้เงินคงเหลือนั้นเยอะจริง ๆ เยอะจริงๆ ท่านคะ ป้ ๒๕๕๑ เหลือเงินรายได้สูงกว่า ค่าใช้จ่าย ต้องนับเลข ๐ ต้องดู ๒,๕๐๙ ล้านบาทในป้ ๒๕๕๑ พอในป้ ๒๕๕๒ เงินที่จัดเก็บได้สูงกว่านั้น ๒,๖๙๑ ล้านบาท ท่านคิดดูสิคะ ถ้ามาคูณดอกเบี้ย ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้เปึนเงินเท่าไรสามารถช่วยเหลือผู้ที่จะลาป์วย ลาพักร้อน อะไรต่าง ๆ นั้นสามารถช่วยได้ ไม่จําเปึนที่จะต้องเอามาให้เปึนเช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท ให้กับผู้ใช้แรงงาน เขาเหล่านั้นไม่ทราบด้วยซ้ําว่าที่เขาได้มา ๒,๐๐๐ บาทนั้นได้มา เพราะอะไร เอาไปเอามา ๒,๐๐๐ บาทนั้นไปโดนโจมตีว่าจ่ายเงินให้เฉพาะคนรวย คนที่มีงานทํา คนที่ไม่มีงานทําท่านไม่จ่ายให้ ดิฉันถึงบอกว่าในกรณีที่เงินเหลือในส่วนนี้ ท่านจัดไปในกฎหมายร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้เปึนการเพิ่มเติม จะเจียดจากเงิน ๒,๖๙๑ ล้านบาทนี้ให้เปึนการรักษานะคะ