อภิรดี โพธิ์พร้อม ระบุว่า มาตรการเพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กมีหลักการสำคัญ 2 ประการ คือ การให้เด็กได้รับการพิจารณาให้ผ่านออกจากระบบและ การให้เด็กได้รับโอกาสในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูภายใต้มาตรการอื่น ๆ
กราบเรียนท่านประธาน อภิรดี โพธิ์พร้อม เลขานุการคณะกรรมาธิการ มาตรานี้ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะว่า ได้มีการพิจารณากันหลายครั้งมากในคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ มีการพิจารณากัน มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการไปพิจารณานํากลับมาสู่ การพิจารณาแล้ว มีการวนกลับมาพิจารณาถึง ๓ รอบ ดิฉันอยากกราบเรียน ทําความเข้าใจ ไหน ๆ มีโอกาสได้มาพูดให้ทุกท่านฟังแล้ว คือกฎหมายฉบับนี้ ลําดับขั้นตอนในการเขียนกฎหมายมันอาจจะดูแบบยุ่งยากแล้วทําให้ทําความเข้าใจยาก ว่ากระบวนการการทํางานในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมสําหรับเด็กมันหน้าตา เป็นอย่างไร เพราะว่ามันต้องไปใช้ประมวลกฎหมายอาญาประกอบด้วย แต่จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้เป็นการออกแบบระบบกระบวนพิจารณาให้มีความสมบูรณ์ในการแก้ไข เด็กมากที่สุด ในส่วนของการแก้ไขบําบัดฟื้นฟูอย่างที่ท่านรองวัลลภพูดเมื่อสักครู่ ก็ถูกต้องค่ะ เป็นหลักการในเรื่องการทํางานของศาล แต่ว่าเป็นคนละกรณีกับการใช้ ในมาตรการพิเศษนี้ค่ะ การแก้ไขบําบัดฟื้นฟูจะเป็ นเงื่อนไขที่ศาลใช้หลังจากที่ ศาลรับคดีไว้พิจารณาแล้ว เพราะฉะนั้นกระบวนการคือเมื่อเด็กถูกจับตัวมาศาล ประการแรกเลยที่จะถูกหันเหออกจากกระบวนการยุติธรรมโดยเรานําหลักการ เรากําลังออกแบบระบบโดยนําหลักตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในข้อ ๓ (ข) ที่เราจะ กําหนดมาตรการที่จะไม่เอาเด็กเข้าสู่กระบวนการทางตุลาการ ตรงนี้หมายความว่า กระบวนการที่จะต้องมีการพิจารณาพิพากษาและตัดสิน แต่เงื่อนไขอันนี้ที่อนุสัญญา สิทธิเด็กให้การรับรองแก่เด็กไว้ วางเงื่อนไขสําคัญประการหนึ่งว่าการจะเอาเด็กออกจาก ระบบไปต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า -------------- สิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองตามกฎหมายจะต้องได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ เมื่อกี้ ท่านผู้สงวนได้อภิปรายไปเยอะนะคะ ฟังดูเหมือนกับว่ากระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับเด็ก และเยาวชนมันถูกแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ ในความเป็นจริงแล้วการทํางานด้านเด็กและ เยาวชนไม่ว่าจะเริ่มต้นนํ้าที่ตํารวจ อัยการ มาที่ศาล ไปกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชน หรือเอ็นจีโอ (NGO) ต่าง ๆ ต้องเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ศาลก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม วันนี้ดิฉันกราบเรียนว่า สภาแห่งนี้กําลังจะ สร้างระบบกฎหมายที่สําคัญ แล้วก็เป็นหลักการใหม่ที่เราจะทํางานร่วมกันในกระบวนการ ยุติธรรมโดยไม่แปลกแยก ต่างคนต่างทําบทบาทของตัวเองค่ะ ในเรื่องของมาตรการ พิเศษทางการดําเนินคดีอาญาเป็นมาตรการก่อนที่จะมีการนํากระบวนการแก้ไขบําบัด ฟื้นฟู ถ้าเด็กกลุ่มนั้นอยู่ในเงื่อนไขที่จะสามารถผันออกไปจากระบบได้ตามที่วางกติกาไว้ ในมาตรา ๘๒ เด็กก็สามารถที่จะเข้าสู่แผนบําบัดฟื้นฟูได้ แต่ถ้าเด็กเขาไม่ผ่านขั้นตอนนี้ ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่เป็นไปได้ ไม่ได้แปลว่าเด็กคนนั้นจะไม่ได้รับโอกาสในการแก้ไขบําบัด ฟื้นฟูนะคะ เขาก็ยังคงได้รับโอกาสที่จะแก้ไขบําบัดฟื้นฟูภายใต้มาตรการอื่น ๆ อย่างเช่น ในมาตรา ๑๒๗ คือมีมาตรการต่าง ๆ อีกมากมาย ดิฉันอยากกราบเรียนว่า ถ้าท่าน ได้กรุณาอ่านในมาตรา ๘๒ ดี ๆ นะคะ หลักการในกฎหมายฉบับนี้เป็นหลักการที่ให้ สถานพินิจหรือสหวิชาชีพเข้ามาช่วยกันดูแลให้เด็กได้รับการพิจารณาว่าสมควรที่จะได้รับ การผ่านออกไปจากระบบโดยมาตรการพิเศษ ซึ่งจริง ๆ แล้วที่รู้กันคือเราเอาหลักเรื่อง กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ เป็นกระบวนการที่ให้โอกาสเด็ก ให้ผู้เสียหาย และเด็กได้มีโอกาสมาพบปะพูดจากัน ให้เด็กได้รับรู้ถึงปัญหาที่ตัวเองก่อให้คนอื่น เขาได้รับความเสียหายอย่างไร เพื่อฟื้นสํานึกของเด็กให้เขาสํานึกตัวว่าเขาได้ทําผิด เขาจะได้ไม่กลับมากระทําความผิดอีก แล้วก็ให้โอกาสผู้เสียหายได้รับรู้ปัญหาของเด็ก และเยาวชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายให้อภัยแก่เด็ก อันนี้เป็นกระบวนการที่ใน หลายประเทศได้นํามาใช้ ในประเทศไทยก็คิดว่าเป็นกระบวนการที่เหมาะสมกับสภาพ สังคมไทยอยู่เหมือนกัน เราก็ได้มีการนํามาออกแบบบัญญัติไว้ในกฎหมายให้มี กระบวนการชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าท่านอ่านในบทบัญญัติก็จะเห็นว่ากระบวนการนี้ เป็นกระบวนการก่อนฟ้ อง กระทําโดยหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมในเบื้องต้น ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาลเป็นคนดําเนินการ แต่บทบาทในตอนที่ศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ศาลจะทําหน้าที่ในส่วนท้ายตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ก็คือไปคุ้มครองดูแลว่า เด็กได้รับหลักประกันในเรื่องสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายภายใต้ ๒ เงื่อนไขเท่านั้นเอง คือถ้าปล่อยให้มีการดําเนินการตามแผนไปแล้วเกิดผลเสียหาย กับเด็ก อย่างในอนุมาตราแรก คือดิฉันอยากกราบเรียนอย่างนี้ว่า การทํางานของ ทุกองค์กรไม่มีอะไรสมบูรณ์ไปหมดนะคะ อาจจะเกิดกรณีที่ผิดพลาด เกิดการเออร์เรอร์ (Error) ในระบบได้ ศาลก็เพียงแต่ทําหน้าที่เป็นตัวช้อนรับเมื่อกรณีที่อาจจะเกิดกรณี ผิดพลาดได้ ศาลเข้ามาช่วยเหลือคุ้มครองดูแล ดิฉันเชื่อค่ะ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทางศาล ไม่ได้เชื่อในความสุจริตหรือความสามารถของผู้เกี่ยวข้อง แต่วันนี้เรากําลังสร้างระบบ กฎหมายขึ้นมาใหม่ให้มีความสมบูรณ์ในตัวของมันเองว่ากลไกที่เราถูกสร้างขึ้นถ้ามีกรณี ผิดพลาดแล้วเกิดกรณีที่มีการดําเนินการออกมาจากแผนแล้วเกิดผลเสียหายร้ายแรง ที่เกิดขึ้นกับตัวเด็ก ก็จะมีช่องทางที่ศาลจะเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ แก้ไข บรรเทา ปัญหาที่เกิดขึ้น ดิฉันว่าวันนี้อยู่ที่ว่าเรามองปัญหาเรื่องนี้กันอย่างไร ถ้าสภาแห่งนี้มอง ปัญหาเรื่องนี้โดยมองเด็กเป็นศูนย์กลางที่ต้องได้รับการปกป้ องคุ้มครอง ก็คงไม่ใช่ เป็นเรื่องว่าเป็นอํานาจของหน่วยงานไหน แล้วหน่วยงานไหนจะไปก้าวก่าย อํานาจของหน่วยงานไหน ดิฉันหวังแล้วก็เชื่ออย่างยิ่งว่าสภาแห่งนี้มีความห่วงใย ในเรื่องของสิทธิของเด็กที่จําเป็นได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างดีจากทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ร่วมกันทํางานอย่างเป็นองค์รวม ไม่มีการแปลกแยก กระบวนการยุติธรรม เด็กและเยาวชนจะแยกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่มีวันทํางานสําเร็จ ศาลเยาวชน ศาลเองไม่ได้ บอกว่าศาลเก่งกาจหรือว่ามีความสามารถมากกว่าใคร แต่วันนี้ศาลเสนอตัวว่า กระบวนการที่ถูกออกแบบสร้างขึ้นมานี่ก็ช่วยกันดูอีกชั้นหนึ่งค่ะ ศาลไม่เข้าไปก้าวล่วงค่ะ ถ้าท่านอ่านบทบัญญัตินี้ดี ๆ กระบวนการนี้เด็กถูกผันออกจากระบบ โดยการทํางาน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนอาจจะเป็นภาคเอกชน หรือนักจิตวิทยา และสังคมสงเคราะห์ที่เข้ามาช่วยกันดูแล โดยผ่านความเห็นชอบของอัยการ ถ้าไม่มีอะไร เออร์เรอร์ในระบบ ไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นเฉพาะ ๒ เงื่อนไขที่วางไว้ เด็กก็ถูกผัน ออกจากระบบไปได้เลย โดยที่ศาลไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่บังเอิญถ้าเกิดว่ามันมี ข้อผิดพลาด ซึ่งจะเกิดโดยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ซึ่งมันย่อมเกิดขึ้นได้แน่นอน ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ศาลก็ยังสามารถเข้ามาช่วยเหลือดูแลให้กลไก ในการปกป้ องคุ้มครองเด็ก เด็กที่ได้รับการปฏิบัติมันมีความสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน คงจะได้ให้ความกรุณากับเด็กและเยาวชนของไทยที่จะได้รับการดูแลกันอย่างดีช่วยกันดู หลาย ๆ ตา ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ศาลจะไปก้าวล่วงในอํานาจของใคร ขออนุญาตได้เรียน อธิบายอย่างนี้ แต่ถ้ากรณีที่มันเกิดผิดพลาดโดยกระบวนการอาจจะเป็นไปไม่ได้ถูกต้อง เด็กคนนี้ก็ยังได้รับการแก้ไขบําบัดฟื้นฟูภายใต้กระบวนการอื่น ๆ ที่มีต่อมาค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ