บรรพต ต้นธีรวงศ์ อภิปรายเรื่องการแก้ไขมาตรา 82 และ 83 โดยมีความเห็นว่าควรให้ผู้แทนของศาลเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน และเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 83 เพื่อให้ชัดเจนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้แทนศาลด้วย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนมีความยุติธรรมและเป็นกลาง
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิในฐานะสมาชิก อภิปรายในมาตราและประเด็นที่มีการแก้ไขเท่านั้นนะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะให้ขึ้นมาครั้งเดียวผมก็จะขออภิปรายมาตรา ๘๒ ต่อเนื่อง มาตรา ๘๓ เสียเลยนะครับ
เหตุผลประการที่ ๑ ในมาตรา ๘๒ วรรคแรก กรรมาธิการเสียงข้างมาก แก้ไขการใช้มาตรการพิเศษแทนการดําเนินคดีอาญาจากโทษจําคุก ๓ ปีเป็น ๕ ปี อันนี้ตรงประเด็นเลยนะครับ ผมเห็นว่าไม่ควรแก้ไข เหตุผลเพราะว่าโทษจําคุก ๕ ปี นี่มันโทษหนัก ควรที่สังคมจะส่งเด็กเข้ากระบวนการดําเนินคดีอาญาตามปกตินะครับ
เหตุผลประการที่ ๒ ก็คือว่าควรที่จะให้เด็กที่กระทําผิดอาญาโทษจําคุก ๓ ปีขึ้นไปได้รู้สํานึกก่อนว่าทําผิดร้ายแรงแล้วจะให้มีกระบวนการหรือให้โอกาสที่จะเข้า กระบวนการมาตรการพิเศษหรือไม่ มิฉะนั้นจะทําให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟู ก็ดี หรือเด็กที่กระทําผิดมีอํานาจหรือมีโอกาสต่อการขยายเป็น ๕ ปีมากเกินไป อันนี้คือ เหตุผลที่ผมคิดว่าไม่ควรแก้ไขจาก ๓ ปีเป็น ๕ ปีนะครับ
ทีนี้ต่อกรณีมาตรา ๘๒ วรรคสอง ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากและ เสียงข้างน้อยก็เห็นไม่ตรงกัน แล้วกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็เห็นว่าควรจะตัดมาตรา ๘๒ วรรคสาม ออกไปเสียด้วย ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ ผมมีความคิดเห็นอย่างนี้นะครับ แผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟูได้มีการตัดอํานาจของศาลออกเหลือเพียงรับทราบในวรรคแรก ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แล้วถ้าเป็นความเห็นของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เพิ่ม วรรคสามและวรรคสี่เข้ามาเสมือนหนึ่งว่าให้ศาลมีอํานาจเข้ามาเกี่ยวข้องในขั้นทุติยภูมิ ของแผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟู ไม่ใช่ตั้งแต่แรกของการทําแผนนะครับ ซึ่งอันนี้โดยหลักน่าจะ เข้าใจได้ว่าไม่อยากให้ศาลนั้นเข้ามามีอํานาจมากเกินไปในความผิดของเด็กที่ยังไม่มี การฟ้ องเป็นคดีนะครับ ความเห็นของผมก็คือว่าหากมีการขยายโทษอาญาจาก ๓ ปี เป็น ๕ ปี จริง ก็ควรที่จะให้ผู้แทนของศาลเข้ามามีส่วนร่วมรับรู้แต่แรกไม่ใช่เข้ามา มีอํานาจเหนือนะครับ แต่ว่าให้มีผู้แทนของศาลเข้ามามีส่วนรับรู้ตั้งแต่แรก ซึ่งจะโยงสู่ มาตรา ๘๓ วรรคแรก ที่บอกว่า ให้ผู้อํานวยการสถานพินิจเชิญบุคคลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมามีส่วนร่วมในการจัดทําแผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟู ข้อที่ยังไม่ชัดเจนก็คือว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นครอบคลุมถึงตัวแทนของศาลด้วยหรือไม่ อันนี้ก็คงต้อง ขอคําอธิบายจากกรรมาธิการนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่า ทางศาลยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลคดีเด็กและเยาวชนนี่ตัวแทนของศาลที่ทําหน้าที่นี้ได้ดี มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเด็กและเยาวชนก็มีอยู่นะครับที่อาสาสมัครเข้ามาทํางาน ให้ศาล ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษาสมทบก็ดี หรือว่าจะเป็ นผู้ประนอมข้อพิพาทของศาลก็ดี ไม่จําเป็นต้องมีผู้พิพากษาหรอกครับที่จะเข้ามาสู่กระบวนการในเรื่องของพิจารณา วางแผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟูก่อนที่จะมีการฟ้ อง ไม่จําเป็ นที่จะต้องเป็ นผู้พิพากษา เพราะฉะนั้นบุคคลเหล่านี้ก็มีประสบการณ์ทํางานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้มันก็จะเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (๕) ที่กล่าวว่า หากพิจารณาได้ว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายอาญา อันนี้หมายถึงว่าเด็กฝ่าฝืนกฎหมายอาญา ก็ให้การวินิจฉัยหรือมาตรการที่กําหนดโดยผลของการวินิจฉัยนั้นได้รับการทบทวน โดยหน่วยงาน หรือองค์การทางตุลาการที่มีอํานาจอิสระและเป็นกลางในระดับสูงขึ้นไป เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ามันก็จะเป็นไปตามอนุสัญญาสิทธิเด็กใน (๕) นี้ด้วย เพราะฉะนั้นผมก็เลย มีความเห็นอย่างนี้นะครับว่าอยากให้พิจารณาในประเด็นที่ ๑ คือว่า ๓ ปี เป็น ๕ ปี มีเหตุผลกลใดถึงเป็นเช่นนั้นนะครับ
ประเด็นที่ ๒ คือว่าอยากให้กรรมาธิการอธิบายให้ชัดเจนว่าในมาตรา ๘๓ วรรคแรก คําว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมายถึงผู้แทนของศาลด้วยหรือไม่ หากไม่ก็ควร กําหนดให้ชัดเจน เพราะเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องของการที่จะให้ศาลมาก้าวก่ายในงานบริหาร เพราะคิดว่าเมื่อมีการกระทําผิดของเด็กและเยาวชนมันก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องของการบริหารแต่ประการใด เพราะฉะนั้นเพื่อให้เป็นไปตาม อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (๕) ก็ชอบที่จะให้มีผู้แทนของศาลเข้ามามีส่วนร่วม ในการวางแผนแก้ไขบําบัดฟื้นฟูเสียตั้งแต่แรก ถ้าไม่เอาวรรคสามเข้ามาก็น่าจะเป็น เช่นนั้น เพราะฉะนั้นผมก็ขอเสนออย่างนี้ แล้วก็อยากจะกราบเรียนที่ประชุมว่า ขอให้มอง ทุกองค์กรว่ามีความตั้งใจในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับเด็กและเยาวชน ไม่อยากให้มอง ว่าอยากจะหวงอํานาจไว้ หรืออยากจะมีอํานาจเหนือ ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรมก็ดี ศาลคดีเด็กและเยาวชนก็ดี พนักงานอัยการก็ดี หรือแม้แต่กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนของกระทรวงยุติธรรมก็ดี ผมก็ฝากเป็นประเด็นสองสามประเด็นไว้ครับ ขอบพระคุณครับ