สามารถ แก้วมีชัย หารือเรื่องการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเยาวชน โดยไม่ต้องการให้ศาลมีหน้าที่ควบคุมมาตรฐานขององค์กรเอกชนที่ทำงานด้านการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และเรียกร้องให้หน่วยงานราชการรองรับหน้าที่ของสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้สอดคล้องกับคํานิยามที่ได้เปลี่ยนแปลงไป
ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ หรือว่าจะยืนยันตามมติ ของท่าน ถ้ายืนยันผมก็จะได้ขอมติที่ประชุมใหญ่ว่าจะเอาตามเสียงข้างน้อย หรือเสียงข้างมาก เชิญท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจง ทํางานในด้านแก้ไขบําบัดฟื้นฟูหรือไม่ ก็มีกรรมาธิการบางท่านให้ข้อโต้แย้งว่า ในกฎหมายเขาไม่เขียนกันถ้าแจ้งเพื่อทราบ ถ้ามาเขียนในกฎหมายมันจะกลายเป็นว่า ศาลไปทําหน้าที่เป็ นฝ่ำยบริหาร คือมันจะมีประเด็นในเรื่องของจดแจ้งปุ๊ บ ศาลในฐานะเป็ นผู้บริหารจะต้องไปตรวจสอบมาตรฐานขององค์กรเอกชนที่เขา ทํางานด้านการแก้ไขบําบัดฟื้นฟูขึ้นมา เป็นการเพิ่มหน้าที่ซึ่งไม่ใช่บทบาทของศาล เพราะฉะนั้นเพื่อตัดปัญหาในส่วนนี้ คือเราไม่ติดใจ จริง ๆ ที่ร่างครั้งแรกก็อย่างที่ได้ กราบเรียนมีวัตถุประสงค์แค่นี้ เพราะว่าในขั้นตอนของการปฏิบัติงานเรามีปัญหาข้อจํากัด ว่าจริง ๆ แล้วมีหน่วยงานองค์การด้านเด็กและเยาวชนที่ทํางานอยู่ในสังคมไทย จํานวนมากแต่ศาลขาดข้อมูล เขียนก็เพื่อต้องการ วัตถุประสงค์ก็คือต้องการรับทราบ ข้อมูลเท่านั้นเอง แต่ศาลคงไปทําหน้าที่ในการควบคุมมาตรฐานอย่างนี้ก็คงไม่ใช่ บทบาทของศาลเยาวชนแล้วนะคะ
แล้วก็อีกประการหนึ่งที่ได้กราบเรียนในที่ประชุมหลายครั้งว่า การที่เรา ส่งเด็กไปรับการแก้ไขบําบัดฟื้นฟูจะเป็นกรณีที่เด็กและเยาวชนนั้นมีปัญหาไม่มาก มีแนวโน้ มที่สามารถแก้ ไขปรับปรุงตัวเองได้ โดยง่ายก็ใช้ตัวยาอย่างอ่อน โดยการที่ยังคงอยู่กับครอบครัว ชุมชน แต่ว่าได้ไปรับการบําบัด ถ้าสมมุติว่าเรากําหนด ให้มีการจดแจ้งมันจะเป็นการปิดช่องทางเดินบางช่องทางที่เขาไม่เต็มใจที่เขาต้องมา ขึ้นทะเบียนกับศาล ช่องทางนั้นเราก็จะไม่สามารถส่งเด็กไปรับการแก้ไขบําบัดฟื้นฟูเลย ยกตัวอย่าง เช่น มีโรงเรียนเอกชนดี ๆ ที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันเราอาจจะทํางานกับโรงเรียน เหล่านั้นอยู่ แต่เมื่อศาลบอกว่าจะส่งได้ก็ต่อเมื่อต้องมาจดแจ้งกับศาล โรงเรียนเหล่านั้น ไม่ยอมมาจดแจ้ง ไม่มาบอกให้ศาลทราบ คือไม่อยากมีชื่อมาจดแจ้งว่าต้องทํางานร่วมกับ ผู้กระทําความผิดด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามอาจจะเป็นเชิงธุรกิจของเขา อันนี้สถานที่ที่เรา เคยได้รับการช่วยเหลือหรืออนุเคราะห์กันในการทํางานแก้ไขเด็กและเยาวชนก็จะถูก ตัดทอนออกไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวเอง ในการทํางานเราพยายามที่จะแสวงหาทางเลือก ช่องทางให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในการที่จะให้ทางภาคเอกชนเข้ามามีส่วนในการช่วยกันขัดเกลาแก้ไขเด็กให้กลับตัว เป็นคนดีได้ เพราะฉะนั้นก็มี ๒ คําตอบที่อยากจะกราบเรียนว่าการจดแจ้งก็เป็นการปิด ช่องทางประการหนึ่ง เพราะว่าในเรื่องของมาตรฐานที่ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ห่วงใย ก็กราบเรียนว่า ทุกหน่วยงานที่เราส่งไปใช้หรือองค์การเหล่านั้นก็จะได้รับ การควบคุมมาตรฐานในทางกฎหมายที่เขาได้รับการจัดตั้งอยู่แล้ว ซึ่งเป็ นเรื่องที่ ไม่ต้องเป็นข้อห่วงกังวล แล้วเราก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขแบบการเอาเด็กมาฝึกอบรม มาจํากัดอิสรภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะพิจารณาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ แต่ควรจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่รองรับ ก็ไปเขียนมาตรา ๕๗ เมื่อเขียน มาตรา ๕๗ ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมอภิปราย ในมาตรา ๓๓ เลยครับ เพราะมีถ้อยคําคําว่า สังคมสงเคราะห์ อยู่ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ มี แต่ว่ากรรมาธิการไม่ได้แก้ไข ผมเกรงว่าผมจะไม่มีสิทธิพูดเลยพูดโยง ให้ครับ เพราะว่าท่านได้เปลี่ยนแปลงในมาตรา ๔ ท่านเปลี่ยนแปลงแก้ไขในมาตรา ๔ ถ้ำเปลี่ยนแปลงแก้ ไขในมาตรา ๔ ผมอยากจะให้ ท่านยึดโยงด้ วยว่า มันเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร จําเป็นมีนักสังคมสงเคราะห์อยู่ในกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนอีกหรือไม่ จําเป็ นไหมครับ เปลี่ยนชื่อได้ไหมครับ ถ้าจําเป็ นต้องมี คณะกรรมการชุดนี้ เพราะท่านให้สิทธิเขาไปแล้วตามรัฐธรรมนูญ ผมไม่ติดใจว่าจะให้ชื่อ อะไร แต่ว่าคณะกรรมการสังคมสงเคราะห์เด็กและเยาวชน เมื่อท่านเปลี่ยนในคํานิยาม คํานี้ก็น่าจะไม่ปรากฏในกฎหมายฉบับนี้ ยกเว้นนักสังคมสงเคราะห์ครับ ที่ท่านเขียนเพิ่มเติมเข้ามา ตรงนั้นมันเป็นตามกฎหมายอื่นที่มีอยู่ ผมไม่อาจจะก้าวล่วงไป เพราะมันเป็นกฎหมายที่มีอยู่แล้วเอามาเขียนได้ แต่กฎหมายใหม่ที่ท่านเขียนนี่ท่านจะ กรุณาแก้ก็แก้ไปนะครับ เพื่อให้มันสอดรับกับ คํานิยามที่ท่านเขียน ท่านเขียนคํานิยาม แล้วนี่เปลี่ยนคํานิยามไป แต่ตัวในเนื้อบทไม่เปลี่ยนนี่ ผมก็คิดว่ามันน่าจะสอดคล้อง ในการตรากฎหมาย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังยืนยันนะครับ เชิญครับ