สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มกราคม ๒๕๕๓

บุญเลิศ ครุฑขุนทด แปรญัตติว่า ศาลที่พิจารณาคดีควรพิจารณาในเรื่องอายุของผู้บรรลุนิติภาวะที่เกิดจากการสมรส และให้การพิจารณาที่ผ่านมาถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ยังติดใจครับ ในมาตรา ๑๔ เกี่ยวกับถ้อยคําในการที่บัญญัติลงในมาตรานี้ ซึ่งผมมีความเห็นด้วยความเคารพว่า การใช้ภาษาโดยเฉพาะบทบัญญัติของกฎหมาย ที่จะใช้บังคับกับพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบจะต้องใช้บทที่มีความกระชับและ มีความยืดหยุ่น เพราะฉะนั้นผมจึงขอสงวนสิทธิในการแปรญัตติทั้งมาตรา ซึ่งมาตรา ๑๔ นี้บัญญัติเดิมไว้ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าข้อเท็จจริงเรื่องอายุหรือ การบรรลุนิติภาวะด้วยการสมรสของบุคคลที่เกี่ยวข้องผิดไป อันนี้ไปเน้นในเรื่องของ อายุในการบรรลุนิติภาวะเนื่องจากการสมรส ต้องเข้าใจว่าคําว่า เยาวชน หรือว่า ผู้ที่ไม่บรรลุนิติภาวะนั้นปกติกฎหมายจะกําหนดไว้ที่อายุไม่ถึง ๒๐ ปีบริบูรณ์ แต่คนทั่วไป ที่อายุไม่ครบ ๒๐ ปี นั้นจะบรรลุนิติภาวะได้ด้วยการสมรส ไม่ว่าโดยการศาลสั่ง ตามการร้องขอ หรือผู้ปกครองให้ความยินยอมในการสมรสก็ถือว่าบรรลุนิติภาวะ แต่ในกรณีของกฎหมายนี้ ท่านครับ ในมาตรานี้ผมดูแล้ว อาจจะเป็นเจตนารมณ์ในเรื่องของการที่ศาลที่จะมีอํานาจในการพิจารณาคดี เพราะเป็น เรื่องสําคัญครับ นี่เป็นหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นเรื่องของการที่ศาลจะมีอํานาจ พิจารณาคดีหรือไม่นี่เราต้องดูไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของแพ่งหรืออาญา โดยเฉพาะ ในคดีความที่เป็นคดีอาญานี่เป็นเรื่องสําคัญที่สุดเลย ถ้าเราไปเน้นถึงผู้ประทําความผิดนี่ ถ้าอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ขึ้นศาลเยาวชนหรือศาลเด็ก แต่ถ้าเขาบรรลุนิติภาวะแล้วนี่ เขาต้องไปขึ้นสู่ศาลผู้ใหญ่ แต่หากการบรรลุนิติภาวะนี่ไม่ใช่เป็นการบรรลุนิติภาวะ เพราะ ๒๐ ปีบริบูรณ์ แต่บรรลุนิติภาวะเพราะว่าด้วยการสมรสอย่างที่เรียนมาแล้วนี่ มันจะเป็นประเด็นที่ทําให้เกิดความขัดข้องในการพิจารณาของศาลในการพิจารณาต่อไป เพราะหมายความว่าการพิจารณาของศาลนั้นจะเป็ นการพิจารณาโดยไม่ชอบ จะทําให้ผลทางคดีนี้เสียหาย ทําให้คดีนั้นต้องย้อนกลับ อาจจะมีผลกระทบด้วยเรื่องของ อายุความ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับท่านครับ สําหรับในคดีบางคดีนี่ อย่างในกรณี คดีอาญาที่ผู้กระทําความผิดอายุไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ พนักงานสอบสวนรับคดีไว้ แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ได้แจ้งว่าตัวเองเคยสมรสหรือได้มีการสมรสก่อนอายุ ๒๐ ปี บริบูรณ์นี่ แล้วก็หย่าร้างกันไป พนักงานสอบสวนสอบสวนคดีไปโดยเข้าใจว่าเด็กนั้น อายุไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ต้องขึ้นศาลเด็ก ศาลเยาวชน ไม่ต้องขึ้นศาลผู้ใหญ่ แต่ภายหลัง คดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้วนี่ไปพบภายหลังว่าจําเลยนั้นเคยสมรสมาแล้ว โดยบิดา มารดาให้การยินยอมหรือศาลให้ความยินยอมในการสมรสก็ตามแต่ ถามว่าคดีที่พิจารณามาแล้ว ศาลที่พิจารณาไปแล้วนั้นเป็นการพิจารณาโดยไม่มีอํานาจ แล้วผลจะเป็นอย่างไรครับ ก็หมายถึงว่าคดีนั้นเสียหายทั้งหมด ก็ต้องย้อนกลับหรือไป เริ่มต้นใหม่ แต่บางคดีที่มีอายุความกําหนดไว้นี่การไปเริ่มต้นใหม่นั้นก็หมายความว่า ผู้เสียหายเสียสิทธิ ผู้กระทําความผิดหลุดไป เพราะฉะนั้นผมจึงต้องขออนุญาตว่าผมต้อง ขอสงวนสิทธิในการที่จะแปรญัตติว่าในกรณีอย่างนี้มันต้องเขียนถ้อยคําให้ชัดเจนในเรื่อง ของศาลที่มีอํานาจในการวินิจฉัยคดี ในเรื่องของอายุอานามไม่ใช่เฉพาะแค่นั้นนะครับ ในตรงนี้ผมขอแปรญัตติและสงวนสิทธิในกรณีว่า หากศาลใดได้รับคดีไว้พิจารณา คําว่า ศาลใด ไม่ได้หมายความว่าเฉพาะศาลเด็ก ศาลเยาวชน หรือศาลอะไรก็ตามแต่ หมายถึงว่าศาลทั้งหมดที่รับคดีไว้ในการพิจารณาในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด แล้วข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังซึ่งเป็นข้อสําคัญ มันต้องเป็นข้อสําคัญในเรื่องของอํานาจ ศาลด้วยนะครับว่าคดีมิได้อยู่ในอํานาจของศาลนั้น ก็อย่างที่เรียนมาครับว่าไม่ได้อยู่ ในอํานาจ แต่ได้พิจารณาไปด้วยความพลั้งเผลอหรือเหตุเพราะการพิจารณามาโดยการที่ ไม่ได้มีการพิจารณาให้ถึงในเนื้อหาสาระของคดีนะครับ เช่น คําว่าเช่นนี้ ต้องบอกเป็น หมายเหตุว่าในกรณีเรื่องของอายุของผู้บรรลุนิติภาวะในเรื่องของการสมรส ในเรื่องของ อํานาจศาล ในกรณีอย่างนี้ถ้าหากศาลพิจารณาเป็นความพลั้งเผลอแล้วปรากฏภายหลัง ถ้าจะให้คดีที่พิจารณาไปแล้วมันเสียไปนี่ผลเสียหายมันก็จะเกิด เพราะฉะนั้นจึงขมวดมา ว่าการพิจารณาของศาลที่ได้ดําเนินไปแล้วนั้น มีการพิจารณาพิพากษาดังกล่าว ให้ถือว่าเป็ นการดําเนินการไปโดยชอบด้วยกฎหมาย หมายความว่าไม่เสียไป เป็นการรองรับกระบวนการที่ได้ดําเนินไปแล้วในสาเหตุที่ว่าอาจจะเป็นการพลั้งเผลอ หรืออาจจะดําเนินไปโดยความหลงผิดหรือเขตอํานาจศาลก็ตามแต่ ให้ถือว่ากระบวนการ ที่ดําเนินไปแล้วนั้นชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องมาเริ่มต้นใหม่ ไม่ต้องเป็นภาระในเรื่อง จะต้องมาร้องทุกข์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือจะต้องให้ศาลที่มีอํานาจมารับใหม่ ในเรื่องของเขตอํานาจศาล เขตจังหวัด เขตภาคก็ตามแต่