สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องนโยบายการเงินของรัฐบาลที่ไม่เหมาะสม โดยกล่าวถึงมาตรการ ๕ ข้อที่รัฐบาลประกาศในปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งล้มเหลวในการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน และทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและน้ำมัน
ครับท่านประธาน จากมาตรการ ๕ ข้อที่รัฐบาลได้ประกาศเมื่อปลายเดือนกันยายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ผมยืนยันได้ว่ามาตรการนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง คือกรณีที่รัฐบาลพยายามจะบอกว่า ให้นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาสามารถซื้อเงินตราต่างประเทศฝากไว้กับสถาบันการเงิน ในประเทศให้มียอดคงค้างมากขึ้น ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์ หรือมาตรการอื่น ๆ อีก ๔ มาตรการ มาตรการนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคยตอบให้สังคมได้ยินหลังจากที่ ท่านประเกียรติได้ยื่นกระทู้ถามสด ตอนนั้นท่านมีความภูมิใจมาก แต่พอท่านประกาศปุ็บ เงินบาทแข็งค่าขึ้นทุกวันครับ แข็งขึ้นจน ๒๙ บาท นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ท่านรู้สึกผิดหวังครับ การแก้ปัญหาเงินบาทของรัฐบาลจนท่านตั้งข้อสังเกตว่ามีคนได้ ประโยชน์จากการปล่อยบาทแข็ง เพราะว่าการเกร็งกําไรในอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมันเกิดขึ้น ท่านประธาน ตัวเลขที่นายกสมาคมอุตสาหกรรมที่ผมต้องอ้างถึงนั้นท่านบอกว่า เดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายน ๒ เดือนแข็งค่าขึ้น ๑ บาท ๘๐ กว่าสตางค์ เพิ่มขึ้น ๕.๖๔ เปอร์เซ็นต์ในช่วงระยะเวลาแค่ ๒ เดือน แข็งเปึนอันดับ ๑ ของภูมิภาค วันนี้ ประเทศอื่นอาจจะแข็งเปึนอันดับ ๑ เราก็เปึนอันดับ ๒ นอกจากนั้นแล้วครับท่านประธาน มันก็เกิดการเกร็งกําไรในตลาดหุ้น นอกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นแล้ว มันมากําไร ในตลาดหุ้นอย่างไร ผมจะยกตัวอย่าง สมมุติว่าเดือนสิงหาคมผมไปซื้อหุ้น ๑ เหรียญ ๓๐ บาท ๕๐ สตางค์ หุ้นนี้ไม่ต้องวิ่งหรอกครับ เอามาขายวันนี้ สมมุติว่าหุ้นตัวนี้ผมขายได้ ๓๐ บาท ๕๐ สตางค์เท่าเดิมแล้วไปซื้อเปึนเงินเหรียญกลับ ผมซื้อในราคา ๒๙ บาท ผมกําไรแล้วครับ อันนี้เห็นง่าย ๆ เลยว่ากําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยมาซื้อหุ้น ถ้าเกิดหุ้นวิ่งขึ้นอีก ๒ เดือน หุ้นวิ่งขึ้นตัวนี้ขึ้นอีกสัก ๒ บาท ผมกําไรเพิ่มขึ้นอีก อันนี้ จะเปึนตัวอย่างให้พี่น้องประชาชนได้ฟังการถามกระทู้ถามของผมได้เข้าใจ นายกสมาคม สิ่งทอไทยเขาก็ถามว่ารัฐบาลทําอะไรอยู่ ตอนนั้นตอนที่ท่านรัฐมนตรีไปต่างประเทศ อาทิตย์ที่แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาต่อว่าครับ ต่อว่ารัฐบาล ต่อว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง มัวแต่จุ้นเรื่องค่าต๋งหรือค่าธรรมเนียมแบงก์ เก่งแต่เรื่องคนอื่น เรื่องตนเองกลับไม่แก้ พูดง่าย ๆ ว่ามัวแต่จุ้นเรื่องค่าธรรมเนียมแบงก์ แต่ค่าเงินบาทแข็ง แก้ไม่เปึน วันนี้ท่านประธาน เงินบาทแข็งมันกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร ผมสรุป ง่าย ๆ สภาอุตสาหกรรมยืนยันครับว่าวงเงินค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้นในช่วง ๘ เดือนที่ผ่านมา รายได้การส่งออกหายไป ๙๘,๐๐๐ ล้านบาท หลายอุตสาหกรรมเริ่มประสบปัญหาครับ ท่านประธาน ขาดทุน อาจจะลดขนาดการประกอบธุรกิจในเร็ว ๆ นี้หมายความว่าอย่างไร ถ้าไม่แก้ไขแรงงานตกงานแน่นอน สินค้าเกษตรที่ส่งออกเช่นข้าว ท่านประธาน วันนี้ เราขายข้าวเปึนเงินเหรียญแลกกลับมาเปึนบาทได้เงินน้อยลง ผู้ส่งออกก็คอยมา กดราคารับซื้อกับเกษตรกรในประเทศอย่างนี้แย่ครับท่านประธาน เกษตรกรวิบากกรรม วันนี้น้ําท่วม ไร่นาเสียหาย ข้าวของราคาแพงก็โดนกดขี่ข่มเหงโดยตลอด ทําไมเรา ไม่ตั้งราคาขายข้าวเปึนเงินบาทเหมือนราคายาง วันนี้โชคดีนะครับที่ยางขายเปึน ๑๐๐ กว่าบาทต่อกิโลกรัม ก็อยากจะฝากรัฐมนตรีไว้อย่าดันทะลึ่งไปเปลี่ยนเปึนเงินเหรียญ ต่อกิโลกรัมเดี๋ยวจะขาดทุนอีก เพราะไปขายแล้วได้เงินไทยน้อยลง ท่านประธาน ที่สําคัญที่สุดน้ํามันครับ น้ํามันดีเซล ผมได้เช็ก (Check) ตลอดเวลาให้หลังมา จากอดีต ถึงปัจจุบันท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ไม่ว่าน้ํามันจะอยู่ในราคา ๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มไปจนถึงรัฐบาลสมัคร ๑๔๐ เหรียญ ต่อบาร์เรล น้ํามันดีเซลโดยเฉลี่ยท่านประธาน จะไม่เคยเกิน ตอน ๑๔๐ เหรียญนั้น น้ํามันดีเซล ๓๒ บาทต่อลิตรนะครับ แต่พอมารัฐบาลนี้น้ํามันดีเซล น้ํามันในตลาดโลก ๗๐ เหรียญ ๒๔ บาทต่อลิตร เพราะว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นควรจะซื้อน้ํามันได้ถูกลง แต่ประชาชนก็ใช้น้ํามันดีเซลในราคาแพง และที่สําคัญที่สุดเกษตรกรท่านประธาน จะต้อง ประสบปัญหาปุิยราคาแพง ปัจจัยการผลิตแพง พี่น้องเกษตรกรจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร อันนี้เปึนปัญหาสําคัญที่สุด ราคาทองคําท่านประธานฝรั่งเขาฉลาดครับ เขาขายทองคํา เปึนเหรียญ เวลาเงินเหรียญราคาถูกลง เขาต้องการให้ได้ยอดเงินเท่าเดิมเขาก็เพิ่มราคา ทองคําจาก ๑,๒๐๐ เหรียญ กระโดดมาเปึน ๑,๓๐๐ เหรียญ น้ํามันก็เช่นกันพอเขาขาย เปึนเงินเหรียญเขาได้เงินน้อย เขาก็เพิ่มจาก ๗๐ เหรียญต่อบาร์เรลเปึน ๘๐ กว่าเหรียญ ต่อบาร์เรล เขาก็จะได้เงินเท่าเดิม เรานี้มันคิดไม่เปึนท่านประธาน แทนที่จะขายข้าว ปรับราคาขึ้น กลับเปึนเหยื่อผู้ส่งออกรายใหญ่ให้รัฐบาลช่วยลดโน่นลดนี่ วันนี้ท่านประธาน การท่องเที่ยวซึ่งเปึนรายได้ส่วนหนึ่งของประเทศประสบปัญหาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ วันนี้เมื่อค่าเงินเหรียญมันลดค่าลง เขาจะมาเที่ยวเมืองไทยเขาต้องใช้เงินมากขึ้น ฝรั่งโดยธรรมชาติเขาขี้เหนียวนะครับ เขาจะใช้เงินเขาคิด ช่วงที่ผ่านมาเมื่อเงินบาท อยู่ ๔๐ บาทบ้าง ๓๗ บาทบ้าง เขามาเที่ยวประเทศไทยเขาใช้เงินน้อยเขาก็กล้าที่จะมาเที่ยว วันนี้เขาต้องใช้เงินมากขึ้น เขาจะมาหรือไม่ รัฐบาลทําไม่เปึนหรอกครับ แทนที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยว วันนี้เงียบฉี่ครับ โดยเฉพาะการคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แค่สนามบินสุวรรณภูมิ อยู่จังหวัดสมุทรปราการมีพระราชกําหนดฉุกเฉิน ฝรั่งเขาไม่มาหรอกครับเขากลัว แล้วกรุงเทพฯ เปึนเมืองท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของโลกก็มี พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เปึนการซ้ําเติมไหม ท่านประธาน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คิดอะไรไม่เปึน วันนี้บอกว่าอัตราดอกเบี้ย นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ต้องการที่จะมีการเพิ่มต้องลดลงหรือคงไว้ รัฐบาลดูเหมือนจะเห็นด้วยเพราะเอาใจไม่กี่คน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอัตราเงินเฟัอ ท่านประธาน นี่ครับท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ให้ตัวเลขมาว่าเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๓ ๙ เดือนอัตราเงินเฟัอเพิ่มขึ้น ๓.๔ เปอร์เซ็นต์ เอาง่าย ๆ ว่าเฉลี่ย ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเงิน ๑๐๐ บาทที่ประชาชนมีอยู่ตั้งแต่ต้นป้ ปลายป้นี้ จะมีค่าแค่ ๙๗ บาท ในขณะที่สินค้าราคาเท่าเดิมประชาชนมีเงินน้อยลงเพราะอัตราเงินเฟัอ ๓ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนอยู่ไม่ได้ครับ รัฐบาลไม่เข้าใจสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประชาชน เขาเดือดร้อน เขาไม่รู้จะไปพูดที่ไหน และวันนี้มาตรการ ๓ มาตรการหลังสุดที่ออกมา ดูเหมือนว่าผู้ส่งออกรายใหญ่ ๆ จะยิ้ม แต่ผู้ส่งออกรายย่อยอย่างเอสเอ็มอี (SMEs) เขาตายหมดครับ ๓ มาตรการ ในที่สุดเงินบาทแข็งขึ้นอีกแก้อย่างไร ท่านแก้ไม่เปึน ดอกเตอร์ โกร่ง ต้องขอประทานอภัยท่านประธาน ดอกเตอร์โกร่งเคยให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อเห็นว่า ประเทศกําลังเดิน