สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓

กรณ์ จาติกวณิช พูดถึงการประชุมธนาคารโลกและกองทุนระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และเสนอแนะว่าควรช่วยเหลือผู้ส่งออกเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขออภัยต่อเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณา ตั้งกระทู้ถามสดในวันนี้ที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ถามของท่านได้ ก็พอดีอยู่ในช่วงจังหวะของการเดินทางไปร่วมประชุมกับทางธนาคารโลกและกองทุน ระหว่างประเทศ และประเด็นที่เปึนวาระสําคัญในการประชุมร่วมกันโดยทุก ๆ ประเทศ ที่เปึนสมาชิกก็คือเรื่องของประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนที่ท่านได้นํามาเปึนประเด็นคําถาม ในกระทู้ถามสดของท่านในวันนี้ ทีนี้ก่อนอื่นเลยผมคิดว่าเราควรที่จะต้องทําความเข้าใจ ระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังการถามและตอบกระทู้ถามนี้ด้วยว่า อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นมานั้นมันแข็งขึ้นมาด้วยเหตุใด หลังจากนั้นผมคิดว่า เราก็จะสามารถที่จะวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลได้ ถึงประเด็นผลดีผลเสียที่เกิดขึ้น จากการแข็งค่าและรวมไปถึงอํานาจในการกําหนดนโยบายและตัวนโยบายที่มีความเหมาะสม ในการที่จะแก้ส่วนที่เปึนปัญหาต่อไป

อันดับแรก ต้องขออนุญาตเรียนว่าโดยทั่ว ๆ ไปอัตราค่าเงินของประเทศ ใด ๆ ก็แล้วแต่ที่แข็งค่าขึ้น ความหมายก็คือเงินในกระเปิาของพี่น้องประชาชนมีค่ามากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเปึนเรื่องที่ดี และเงินจะแข็งค่าขึ้นได้เศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ ต้องมี ความเข้มแข็ง ณ ปัจจุบันเศรษฐกิจของเราเปึนหนึ่งในไม่กี่เศรษฐกิจในโลกที่มีอัตรา การขยายตัวในช่วงครึ่งป้แรกที่สูงกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันดุลการค้าของเรา ก็เปึนบวก ดุลบัญชีเดินสะพัดของเราก็เปึนบวก ทุนสํารองระหว่างประเทศของเราเพิ่มขึ้น อยู่เรื่อย ๆ ที่สําคัญก็คืออัตราการว่างงานอยู่ในระดับที่ต่ําถึงต่ําที่สุดในโลกนะครับ คือระดับเพียงแค่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ของแรงงานโดยรวมในประเทศ เรามาเปรียบเทียบดู กับเศรษฐกิจของประเทศที่เรามักจะเอาเงินของเรานั้นไปเปรียบเทียบในแง่ของค่าก็คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยส่วนใหญ่เวลาเรามองว่าค่าเงินบาทแข็ง ความหมายก็คือ แข็งเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ข้อเท็จจริงก็คือถ้าเราเปรียบอัตราแลกเปลี่ยนของเรา กับสกุลเงินสําคัญ ๆ สกุลเงินอื่น ก็จะเห็นว่าเปรียบเทียบกับบางสกุลเงิน ค่าเงินของเรา อ่อนค่าลงด้วยซ้ําไป อย่างเช่นถ้าเราเปรียบเทียบกับเงินเยนของประเทศญี่ปุ์น สาเหตุในการเปรียบเทียบกับค่าเงินดอลลาร์เสมือนว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น ก็เปึนเพราะ เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของไทยนั้นมีความอ่อนแอมาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอะไรเลยครับ เพียงแค่เรื่องของอัตราการว่างงานซึ่งมีผลต่อ พี่น้องประชาชนของทั้ง ๒ ประเทศ ของเราอยู่ที่ระดับเพียงแค่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑ ใน ๑๐๐ ของแรงงานที่หางานทํายังไม่ได้ ด้วยเหตุผลใด ๆ ก็แล้วแต่ ในส่วนของ สหรัฐอเมริกา ณ ปัจจุบันอัตราว่างงานของเขาสูงถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑๐ คนใน ๑๐๐ คน ที่ไม่มีงานทํา โครงสร้างเศรษฐกิจของเขาอ่อนแอ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเขา เกือบศูนย์ ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการค้าของเขาติดลบมหาศาล หนี้สาธารณะที่เปึน ประเด็นที่ท่านก็แสดงความเปึนห่วงเปึนใยมาโดยตลอดของเขาเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับจีดีพี (GDP) ในขณะที่ของเราถึงแม้เราได้กระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วก็ตามก็ยัง ยืนอยู่ที่ระดับเท่าเดิมคือประมาณ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เพราะฉะนั้นไม่ได้เปึนเรื่องที่ น่าแปลกใจที่ค่าเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินของ ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งกว่า ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ประเทศไทยเปรียบเทียบกับ ประเทศเกาหลี ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ทุก ๆ ประเทศ ประเทศสิงคโปร์ ในภูมิภาคเอเชียล้วนแล้วแต่มีอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นทั้งสิ้นเมื่อเทียบกับประเทศ สหรัฐอเมริกา อันนี้คือประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ คือพูดถึงเรื่องของแนวโน้มในอนาคต ก็ต้องขอเรียนว่า จากการที่ผมเดินทางไปร่วมประชุมที่กรุงวอชิงตัน แล้วก็ได้รับฟังนโยบายทางเศรษฐกิจ ของทางประเทศสหรัฐอเมริกา ผมเรียนได้เลยนะครับว่าแนวโน้มของเขาก็คือเขาจะต้อง กระตุ้นเศรษฐกิจของเขาต่อเนื่อง ที่ผ่านมากระตุ้นแล้วยังไม่ฟุ๋น เขาประกาศชัดว่าเขาจะ กระตุ้นด้วยนโยบายทางการเงิน คือเขาได้ลองใช้นโยบายทางการคลังแล้ว แต่ไม่ได้ ประสบความสําเร็จเหมือนกับการใช้นโยบายการคลังของรัฐบาลของเรา เขาจึงมี ความจําเปึนที่จะต้องใช้นโยบายทางการเงินต่อเนื่อง ความหมายของการใช้นโยบาย ทางการเงินคืออะไร ท่านอาจจะทราบ ความหมายก็คือเขาจะต้องกดอัตราดอกเบี้ย นโยบายของเขาให้ต่ําต่อเนื่อง และพูดง่าย ๆ ต้องมีการพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมา เพื่อหวังว่าจะมีเงินสะพัดในระบบของเขาเพียงพอที่จะทําให้เศรษฐกิจของเขากระเตื้อง ขึ้นมาบ้าง การที่เขาพิมพ์ดอลลาร์ออกมาเพิ่มเติม การที่เขากดอัตราดอกเบี้ยของเขา ให้ต่ําลง ความหมายมีได้ความหมายเดียวครับ ก็คือค่าเงินเขาจะต้องอ่อนค่าลงต่อเนื่องเมื่อเทียบทุกสกุลเงิน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เราต้องเอาเรื่องจริงมาพูดกันในสภาเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการ สามารถที่จะนําข้อมูลที่เราได้ใช้ในการอภิปรายแลกเปลี่ยนกันไปใช้ประโยชน์ในการกําหนด วางแผนการบริหารการเงินและการบริหารธุรกิจของเขา ข้อเท็จจริงก็คือเมื่อประเทศยักษ์ใหญ่ ต่อสู้กับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกด้วยการกดค่าเงินของตนเองให้ต่ําลง ความหมายก็คือ ตราบใดที่เรายังเปรียบเทียบสกุลเงินของเรากับเงินดอลลาร์ แนวโน้มที่เงินบาทของเรา จะแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ต้องมี ยังปฏิเสธไม่ได้ คําถามที่ตามมาก็คือ แล้วเราทําอะไรได้ไหม ก่อนอื่นผมก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าเวลาเงินในกระเปิาของเรามีค่า เพิ่มขึ้นนั้นมันมีผลทั้งในเชิงบวกและในเชิงลบก็แล้วแต่ทัศนะของคน คนที่ต้องซื้อสินค้าทุน จากต่างประเทศ คนที่ลงทุนในต่างประเทศ คนที่ใช้เงินซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ก็จะได้เปรียบ แต่ข้อเท็จจริงซึ่งเปึนประเด็นที่ผมคิดว่าเราเห็นตรงกันก็คือประเทศเรา เน้นอุตสาหกรรมการส่งออกเปึนตัวขับเคลื่อนสําคัญ ถ้าอุตสาหกรรมส่งออกประสบปัญหา การขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เราก็จะพบกับอุปสรรคปัญหาด้วย ดังนั้น ผมคิดว่าเราเห็นตรงกันว่าเรามีความจําเปึนที่จะต้องหาวิธีการที่จะช่วยผู้ส่งออกเพื่อไม่ให้ เขาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเกินไป จากความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคา ของเขาที่ลดลงสืบเนื่องมาจากอัตราแลกเปลี่ยนของพวกเราที่แข็งค่าเพิ่มขึ้น และนี่ก็คือ เปัาหมายของทางรัฐบาลนะครับที่เรามุ่งไปตอบโจทย์ให้กับผู้ส่งออกว่าเราจะช่วยเหลือ เขาได้อย่างไร แต่ผมก็ต้องขออนุญาตเอาความจริงอีกประเด็นหนึ่งมาพูดว่าในส่วนของ บทบาทหน้าที่ในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ท่านสมาชิกท่านสุรพงษ์ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน รู้ดีครับว่าภาระหน้าที่ และอํานาจทางกฎหมายนั้นอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ความจริงมันง่ายมากสําหรับผม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะลุกขึ้นมาแล้วก็โบ้ยความผิดทั้งหมด ความรับผิดชอบทั้งหมดไปที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติ แล้วลุกขึ้นเพียงแค่เห็นด้วยกับท่านว่า ผมเห็นด้วยครับ แบงก์ชาติน่าจะทําอะไรมากกว่านี้แล้วก็นั่งลง เพราะผมไม่มีอํานาจ