เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดหางานและคุ้มครองคนหางานให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาคนหางานในประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันการหลอกลวงและข่มขืนคนงาน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอโอกาสและเวลาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อพูดแทนพี่น้องประชาชนผู้เปึน เจ้าของอธิปไตยว่าร่างพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. .... ฉบับนี้ มีความสําคัญกับพี่น้องประชาชนคนไทยเปึนอย่างมาก ซึ่งด้วยหลักการและเหตุผล ของกฎหมายทุกฉบับอยู่แล้วที่จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องออกกฎหมายเพื่อที่จะให้พี่น้อง ประชาชนได้มีชีวิตความเปึนอยู่ในการดํารงชีวิตในปัจจุบันให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นกฎหมาย แต่ละฉบับมีความสําคัญกับพวกเขามาก โดยจะต้องเน้นถึงการส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนมีการกินดีอยู่ดีและสามารถดํารงตนได้ดี และสมควร ที่จะปรับปรุงกฎหมายใด ๆ ที่เปึนอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและลิดรอนสิทธิ ความเปึนอยู่ของประชาชน และสมควรเสนอร่างกฎหมายที่เปึนการพัฒนาสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนในการทํามาหากิน มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน มิใช่ควบคุมจํากัดสิทธิของพี่น้องประชาชน
ส่วนข้อสุดท้ายนี้คือคุ้มครองคนงานอย่างเปึนธรรม ดูแลคนต่างด้าว ซึ่งมิใช่ช่างฝ้มือหรือช่างชํานาญการที่อยู่ในต่างประเทศเข้ามาทํางานในประเทศไทย ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือร่างพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. .... นี้ ด้วยหลักการและเหตุผลดิฉันขออ่านเล็กน้อยนะคะ หลักการ ปรับปรุงกฎหมาย ว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน เหตุผล เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการจัดหางาน และคุ้มครองคนหางานมีบทบัญญัติไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ในปัจจุบัน ประกอบกับกิจการในประเทศประสบภาวะขาดแคลนแรงงานบางประเภท จึงจําเปึนต้องจ้างคนต่างด้าวซึ่งมิใช่ช่างฝ้มือหรือผู้ชํานาญการที่อยู่ในต่างประเทศ เข้ามาทํางานในประเทศ สมควรปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายให้มีความชัดเจน และเหมาะสม ตลอดจนให้การคุ้มครองคนหางานอย่างเปึนธรรม สอดคล้องกับสภาพการณ์ ในปัจจุบัน จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อ่านแล้วรู้สึกมีความสุขแทนพี่น้อง ประชาชนที่จะต้องเปึนคนใช้แรงงาน ซึ่งดิฉันก็ได้อ่านร่างพระราชบัญญัตินี้ดิฉันยินดีกับ บางมาตราและจะเสนอแนะแก้ไขกฎหมายบางมาตรา ยกตัวอย่างมาตรา ๙ ที่ให้รัฐมนตรี มีอํานาจแต่งตั้งพนักงานอัยการโดยความเห็นชอบของอัยการสูงสุดหรือแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ กรมการจัดหางาน ซึ่งมีคุณสมบัติก็คือมีความรู้ทางนิติบัญญัติจบนิติศาสตร์มา แล้วก็มีความรู้ไม่น้อยกว่า ปริญญาตรี เพื่อมีอํานาจดําเนินคดีแพ่งให้แก่คนหางาน หรือทายาทโดยธรรมของคนหางาน ซึ่งถึงแก่ความตาย และเมื่อกระทรวงแรงงานแจ้งให้ศาลทราบแล้วก็ให้มีอํานาจกระทําการ ได้จนคดีถึงที่สุด ซึ่งแต่ก่อนนี้คนหางานจะมีปัญหาเรื่องนี้มาก ซึ่งสิ่งที่สําคัญคือ เขามีความรู้น้อย แล้วก็ไม่ทราบว่าจะไปหาใครที่จะมาให้ความช่วยเหลือเขา โดยที่ เขาโดนเอารัดเอาเปรียบ กฎหมายข้อนี้ มาตรา ๙ ดิฉันขอสนับสนุนนะคะ
ต่อไป มาตรา ๑๓ ผู้ขออนุญาตจัดหางานให้คนหางานทํางานในประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดิฉันข้องใจ (๒) มีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบป้บริบูรณ์ โดยดิฉันว่าข้องใจก็คือว่าอายุน้อยไปหรือไม่ เด็กตามเกณฑ์จบปริญญาตรีนี่ต้องอายุ ประมาณ ๒๒-๒๓ ป้ ถึงแม้ว่า ๒๐ ป้จะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ช่าง แต่ดิฉันเห็นว่า ด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิและประสบการณ์แล้ว เขาคงมีความสามารถที่จะมาขอใบอนุญาต เปึนผู้จัดหางานให้กับคนหางาน ดิฉันไม่เห็นดีด้วย ถ้าจะให้เหมาะสมก็น่าจะอายุ ๒๒-๒๓ ป้ ฝ๊กงานสัก ๒-๓ ป้ มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์แล้ว ประมาณ ๒๕-๓๐ ป้นี้ ก็น่าจะเหมาะสม ส่วน (๗) ไม่เปึนผู้มีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่อง ในศีลธรรมอันดี ข้อนี้ดิฉันก็สงสัย เอาอะไรเปึนตัวชี้วัดว่าเขามีความเสื่อมเสียทางด้าน ศีลธรรมหรือความประพฤติของเขาเสื่อมเสีย ข้อนี้ก็จะฝากกรรมาธิการด้วยนะคะ ช่วยดูแลข้อนี้ด้วย และ (๘) ไม่เปึนกรรมการ หุ้นส่วน หรือผู้จัดการของนิติบุคคลซึ่งเปึน ผู้รับใบอนุญาต อันนี้ตรวจสอบอย่างไรคะ ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าข้อนี้แน่ใจหรือว่าบางบริษัทจะส่งนอมินีหรือตัวแทนเข้ามาจดทะเบียน ตรงนี้หรือไม่ ก็ขอฝากข้อนี้
ต่อไปจะเปึนมาตรา ๒๑ เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายมาตรานี้สําคัญมากที่จะให้ ความยุติธรรมให้กับคนหางานก็คือ ก่อนที่จะออกใบอนุญาต ผู้ขออนุญาตต้องวาง หลักประกันอันสมควรเพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการดําเนินการของ ผู้ขออนุญาต ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ขออนุญาตจัดหางานให้คนหางานทํางานในประเทศ ไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาท น้อยไปไหมคะท่าน ความเสียหายบางครั้งไม่ได้เกิดกับ คนหางานแค่คนเดียว เกิดพร้อม ๆ กัน บริษัทนี้เกิดไปหาคนมาทํางานได้เยอะเสียหายมาก ภายในประเทศก็ช่างนะคะ เพราะฉะนั้น ๑๐๐,๐๐๐ บาทน้อยไป ควรจะปรับให้เปึนสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเปึนขั้นต่ํา เพื่อที่จะแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ต้องเรียกมาสมทบใส่คืนอยู่เรื่อย ๆ และ (๒) ผู้ขออนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทํางานในต่างประเทศและผู้ขออนุญาต จัดหางานให้คนหางานต่างด้าวเข้ามาทํางานในประเทศไม่น้อยกว่าห้าล้านบาท อันนี้ดิฉัน ก็ว่าน้อยไป สําคัญมากนะคะ เพราะว่าพี่น้องคนหางานหลาย ๆ คนที่มีปัญหาที่ไปทํางาน แล้วก็ถูกทิ้งถูกขว้าง หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง ซึ่งเปึนความบกพร่องของผู้ที่ขอใบอนุญาต จัดหางานให้เขาไป จริง ๆ ดิฉันอยากให้วางเงินสด ๑๐ ล้านบาทเท่าที่ทราบก่อนหน้านี้ ปฏิบัติมาก็เหมือนไปขอวงเงินจากธนาคาร และเวลามีการเสียหายก็ต้องขออนุญาตทางธนาคาร ธนาคารก็จะต้องมีอุทธรณ์ ฎีกา ให้กับผู้จัดหางานว่าความเสียหายที่คนหางานเดือดร้อนนั้นจริงหรือไม่ ดิฉันว่าน่าจะตัดเลย ว่าให้เปึนเงินสด แล้วถ้ามีมูลว่าทําความเสียหายกับคนหางานจริงให้เอาเงินส่วนนี้แก้ไข เยียวยาให้กับคนหางานโดยเร่งด่วน เพราะว่าเท่าที่ทราบมาในอดีตเยิ่นเย้อไปถึง ๖ เดือน ถึง ๑ ป้ ๒ ป้ ๓ ป้ จนเหนื่อยท้อที่จะขอเงินชดเชยหรือเยียวยาตรงนี้แล้วนะคะ ดิฉันก็ขอเพิ่มตรงนี้ก็ฝากคณะกรรมาธิการ
ส่วนมาตราต่อไป อันนี้ก็สําคัญเกี่ยวกับเรื่องเงินกองทุนที่จะช่วยเหลือ คนหางานไปทํางานคือ กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทํางานในต่างประเทศ ซึ่งในมาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ ต่อเนื่องกันว่า ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมการจัดหางานเรียกว่า กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทํางานในต่างประเทศ
มาตรา ๖๕ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
(๑) การจัดให้คนงานซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกลับประเทศไทย
(๒) การสงเคราะห์แก่คนหางานซึ่งไปหรือจะไปทํางานในต่างประเทศ หรือทายาทโดยธรรมของบุคคลดังกล่าว
(๓) การคัดเลือกและทดสอบฝ้มือและการฝ๊กอบรมคนหางานก่อนจะเดินทาง ไปทํางานในต่างประเทศ
ดิฉันเข้าใจเงินก้อนนี้จะมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนหางานไปทํางาน ต่างประเทศทดแทน ดิฉันดีใจด้วย แต่ดิฉันข้องใจคือว่ามีกองทุนสําหรับคนหางานใน ต่างประเทศ ทําไมไม่มีกองทุนคนหางานในประเทศบ้าง เพราะว่าคนหางานในประเทศ บางครั้งอยู่ภาคอีสานถูกล่อลวงมาทางภาคกลางหรือภาคใต้ไปเปึนกุลีในเรือรับจ้างหรือ ไปทางใต้หรือพวกผู้หญิงที่ถูกโรงงานหลอกทํางานอย่างนี้ค่ะ ทําไมไม่มีกองทุนพวกนี้ ช่วยเหลือเขาบ้าง แล้วอยากขอฝากอีก คือหมวดบทลงโทษตั้งแต่มาตรา ๘๘ ถึงมาตรา ๑๑๑ ดิฉันอยากให้แก้ไขปรับปรุงให้ทันสมัยและเอาโทษโดยเด็ดขาด เพิ่มบทลงโทษให้มาก ๆ จําคุกตลอดชีวิตได้ยิ่งดี เพราะปัญหาพวกนี้เกิดกับคนไทยไม่ใช่เพิ่งจะเกิด พวกเราทราบกันดีว่า เกิดกับพวกเขามานานแล้วไม่ว่าจะเปึนการหลอกลวงคนงานไปสมัครงานโดยไม่มีงานทําก็มี มีการเรียกค่าบริการค่าใช้จ่ายเกินควร คนหางานที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วไม่ได้ทํางาน ตามที่ตกลงไว้ หรือแม้กระทั่งนายจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้าง และข้อสุดท้ายนี้สําคัญเพราะดิฉัน ก็เปึนผู้หญิง คนงานผู้หญิงถูกนายจ้างหรือญาติของนายจ้างข่มขืน พวกนี้นะคะพวกเรารู้ ดิฉันมั่นใจว่าทางรัฐบาลโดยเฉพาะทางท่านรัฐมนตรีอยากแก้ไขช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จึงขอฝากว่าปัญหาที่ดิฉันได้กล่าวมานี้ขอให้ได้รับการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ก็ควรที่จะ ออกมาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้วก็ให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชนคนหางานนะคะ สุดท้ายนี้ ดิฉันก็ขอเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. .... ขอบคุณค่ะ