สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓

ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องปัญหาการสงเคราะห์การปลูกยางพารา โดยมีการหารือเกี่ยวกับการใช้ใบภาษีบำรุงพื้นที่ในการขอการสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์การปลูกยางพารา และการตรวจสอบรังวัดพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่นั้นอยู่ในเขตป่าไม้สงวนแห่งชาติหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการอนุญาตปลูกสวนป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และมีการหารือระหว่างกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกับกรมป่าไม้ โดยมีกรอบการทำงานและกฎหมายที่ชัดเจนในการดำเนินการ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจไปราชการที่ประเทศญี่ปุ์น ได้มอบหมายให้ผมมา ตอบกระทู้ถามท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ตลอดถึงพี่น้องชาวสวนยางที่กําลังรับฟังอยู่ในขณะนี้นะครับ ได้ทราบว่าหลังจากที่ผม ได้รับมอบหมายให้ดูแลกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางก็เรียนว่าผมได้ทราบปัญหานี้ เหมือนกัน มีความทุกข์ร้อน มีความไม่สบายใจต่อกรณีปัญหาที่พี่น้องที่เคยได้รับ การสงเคราะห์เมื่อในอดีต แล้วพอที่จะตัดโค่นปลูกยางใหม่ได้รับการสงเคราะห์ใหม่ แต่ก็ปรากฏว่าพื้นที่ตรงนั้นเปึนพื้นที่ที่อยู่ในเขตป์าสงวนแห่งชาติก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการ ทําอะไรได้อีก เปึนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนยางจํานวนค่อนข้างมาก พอสมควร ฉะนั้นในเรื่องนี้ผมอยากจะเรียนเปึนเบื้องต้นก่อนว่าในกรณีที่เกษตรกรผู้ปลูก ยางพาราที่ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน แต่ว่าได้ไปครอบครองทํากินโดยมีใบภาษีบํารุง พื้นที่หรือภาษีบํารุงท้องที่นะครับ ภ.บ.ท. ๕ ก็ตาม ภ.บ.ท. ๖ ก็ตาม ภ.บ.ท. ๑๑ ก็ตาม ใช้เอกสารตัวนี้มาประกอบในการขอการสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ถามว่าทางกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางให้การสงเคราะห์หรือไม่ ผมก็เรียน กับท่านประธานและท่านส.ส.ผู้ทรงเกียรติว่าทางกองทุนสงเคราะห์ให้การสงเคราะห์ครับ อนุญาตให้มีการสงเคราะห์ แต่การใช้ใบ ภ.บ.ท. ๕ ภ.บ.ท. ๖ หรือ ภ.บ.ท. ๑๑ นั้นมันจะมี แนวในการปฏิบัติอยู่ ๒ แนวคือใน ๒ พื้นที่ พื้นที่แรกนี่นะครับ ถ้าเกษตรกรไม่มีเอกสารสิทธิ แล้วนําใบภาษีบํารุงท้องที่มาใช้ประกอบในการขอการสงเคราะห์ ทางกองทุนสงเคราะห์ ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบรังวัดพื้นที่ที่เกษตรกรขอการสงเคราะห์มา นี่คือเบื้องต้น ถ้าตรวจสอบรังวัดเปึนที่เรียบร้อยแล้วก็จะส่งหลักฐานนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ ที่อยู่ในพื้นที่ได้ตรวจสอบว่า พื้นที่แปลงที่เกษตรกรยื่นขอการสงเคราะห์จากกองทุน สงเคราะห์เกษตรกรนั้นที่ได้ไปตรวจสอบ ไปรังวัดมาแล้วนั้นอยู่ในเขตป์าสงวนแห่งชาติ หรือนอกเขตป์าสงวนแห่งชาติ ถ้าเจ้าหน้าที่ป์าไม้ยืนยันมาว่าอยู่นอกเขตป์าสงวนแห่งชาติ ก็จะเอาหลักฐานตัวนี้มาประกอบการขอการสงเคราะห์ กองทุนสงเคราะห์ก็จะให้ การสงเคราะห์ไปตามระเบียบที่มีเอาไว้ก็ไม่มีปัญหาในการดําเนินการ แล้วพื้นที่อย่างนี้เมื่อครบ ๒๕ ป้ เกษตรกรเห็นว่ายางพารามันแก่แล้วสมควรที่จะตัดโค่น ปลูกใหม่ การสงเคราะห์ก็เปึนไปตามมาตรฐานเดิมคือกองทุนสงเคราะห์สามารถให้ การสงเคราะห์ได้

แต่มันมีประเด็นอีกเรื่องหนึ่งว่าถ้าใบภาษีบํารุงท้องที่ที่เจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าที่ตรงนั้นอยู่ในเขตป์าสงวนแห่งชาติ ในมาตรการเดิมหลังจาก ป้ ๒๕๓๒ เปึนต้นมาได้มีการหารือกันระหว่างกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางกับกรมป์าไม้ และมีการบันทึกร่วมกันและเปึนประกาศของกรมป์าไม้ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๒ มาแล้วว่า ถ้าที่ตรงนั้น อยู่ในพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติ เกษตรกรต้องไปขออนุญาตในการปลูกสร้างสวนป์า จากกรมป์าไม้ ซึ่งมันมีกฎหมายในการดําเนินการของกรมป์าไม้อยู่แล้ว ถ้าสมมุติว่าที่แปลงนั้น ได้รับการอนุญาตจากกรมป์าไม้ เกษตรกรก็จะเอาเอกสารใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ ตรงนั้นมาแนบกับเอกสารการขอการสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง แล้วกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางก็จะให้การสงเคราะห์ต่อไป ตรงนี้ก็ไม่มีปัญหา ในการดําเนินการ

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นที่มันมีปัญหาก็เนื่องจากว่าก่อนหน้าป้ ๒๕๓๒ นี่นะครับ ถ้าผมจําไม่ผิด ก่อนหน้านั้นพี่น้องเกษตรกรจะปลูกยางพารา เอาใบ ภ.บ.ท. ๕ ภ.บ.ท. ๖ หรือ ภ.บ.ท. ๑๑ มายื่นขอการสงเคราะห์ ขณะนั้นข้อตกลงกับทางกรมป์าไม้ระหว่าง กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางกับกรมป์าไม้ยังไม่มี กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ก็ให้การสงเคราะห์ไปเรื่อย ๆ พี่น้องเกษตรกรก็บุกรุกเข้าไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดตรงนี้ คือปัญหาว่าปลูกยางพาราโตขึ้นมาแล้ว กรีดยางขายได้หลายป้แล้ว ๒๕ ป้แล้ว ยางแก่แล้ว จะตัดโค่นก็มีปัญหา เพราะตรงนี้ไม่ได้มีการขออนุญาตในการสร้างสวนป์ากับกรมป์าไม้ มาก่อน ตรงนี้คือปัญหา ผมเรียนว่าขณะนี้ความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ยังไม่เกิดขึ้น แต่ผมเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ต้องขออภัยเอ่ยนามท่านว่าผมไม่ได้ละเลย ไม่ได้นิ่งเฉยครับ พอผม เข้ามารับงานนี้ประมาณ ๓-๔ เดือน ผมรู้ปัญหา ผมก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา มีคณะกรรมการของกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางลงไปศึกษารายละเอียดในเรื่องนี้ ให้ชัดเจน แล้วขณะนี้ผมได้ทราบว่าทางคณะกรรมการก็ได้ศึกษาเรื่องนี้จบแล้ว ก็เพียงแต่ว่า ขณะนี้จะเสนอให้ผู้มีอํานาจในการตัดสินใจว่าจะมีการประสานงานกับทางกรมป์าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหาแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร พวกนี้เหล่านี้ได้หรือไม่ ก็อาจจะมีการขออนุญาตย้อนหลังกันได้ไหม ผิดไหม ตรงนี้ต้องมี การหารือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่อไป ซึ่งผมคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้นะครับ ถ้าหากว่าได้รับ ความกรุณาไม่ผิดระเบียบไม่ผิดกฎหมายจนเกินไป เห็นแก่พี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพาราที่กําลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาดูแล้วมีช่องทางในการที่จะแก้ไขปัญหาอาจจะให้มีการขออนุญาตย้อนหลัง กรมป์าไม้ ทําการอนุญาตย้อนหลัง พออนุญาตย้อนหลังแล้วก็สามารถใช้เงินสงเคราะห์ในการที่จะ ปลูกทดแทนใหม่ได้ ตรงนี้ผมเรียนกับท่านประกอบว่าเรื่องนี้น่าจะได้ข้อสรุปในไม่นานนี้ เพราะผมได้ตั้งคณะกรรมการศึกษา ผลการศึกษาพอเข้าบอร์ด (Board) สกย. แล้วก็จะได้ มีการหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป ผมจะเร่งรัดในเรื่องนี้ เพราะมันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ที่ผมรับผิดชอบอยู่ เรียนท่านประกอบ ได้ทราบเปึนเบื้องต้นอย่างนี้ก่อนนะครับ