ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกันการหลอกลวงแรงงานและค้ามนุษย์ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีและกรรมาธิการพิจารณาการแก้ไขปัญหานี้ ชลน่าน ศรีแก้ว ยังหารือเรื่องหน้าที่ของกรมการจัดหางานและการป้องกันการถือหุ้นแทนของนายทุนต่างชาติในบริษัทจัดหางาน และเรียกร้องการสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือผู้ไปทํางานต่างประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขยายกองทุนช่วยเหลือคนหางานในประเทศและเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบรายละเอียดรายรับต่อปีของกองทุนนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานที่จะได้แสดงความคิดเห็น อภิปรายต่อกรณีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในนามของคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. .... เข้าสู่สภาให้พิจารณาในชั้น รับหลักการ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้พิจารณาหลักการและเหตุผลของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและ เพื่อนสมาชิกตลอดจนภาคแรงงาน ภาคผู้ที่จะมาเปึนแรงงานคือคนหางานทุกท่าน ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมยินดีครับที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่ การพิจารณา แล้วก็มีจิตปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้รัฐสภาของเราได้ตรากฎหมายให้ผ่าน ไปด้วยสาระบัญญัติที่มีประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี อยู่ ๔-๕ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ท่านตรากฎหมายฉบับนี้โดยอ้างเหตุผลว่า กฎหมายว่าด้วย การจัดหางานและคุ้มครองแรงงานยังไม่มีบทบัญญัติที่เหมาะสมที่จะนํามาปรับใช้กับ สภาพการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับมีกิจกรรมหลายประเภทประสบภาวะขาดแคลน แรงงานในประเทศเพิ่มมากขึ้น และมีความต้องการจ้างคนต่างด้าวที่อยู่ในต่างประเทศเข้ามาทํางานในกิจการดังกล่าว บวกกับการคุ้มครองแรงงาน ก็จําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ ดูเหตุผลแล้วเขียนโดยรวมเข้าใจครับว่าเนื้อหาข้อจํากัดในการเขียนค่อนข้างจะมีข้อจํากัด แต่ฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงเรื่องประโยชน์ที่ได้รับนั่นก็เปึนเหตุผลที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้อง เสนอกฎหมายฉบับนี้ ท่านยกเลิกกฎหมายเดิมตั้งแต่ป้ ๒๕๒๘ แก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๓๗ และป้ ๒๕๔๕ ฉบับที่ ๒ และฉบับที่ ๓ สาระร่างเดิมในกฎหมายเดิมก็ขาดไปเยอะนะครับ ในการที่จะตอบสนองต่อภาระที่เปึนเรื่องของความเหมาะสมและสอดคล้องในปัจจุบัน อันนั้นผมเองไม่ได้เกี่ยงไม่ได้เถียงนะครับ แต่ประเด็นหนึ่งการที่จะชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิก ในสภานี่ถ้าเขียนโดยรวมอย่างนี้แล้วโอกาสการมีส่วนร่วมของการพิจารณาของ เพื่อนสมาชิกนี่ค่อนข้างจะน้อยไป เพราะท่านเขียนโดยรวมว่ากฎหมายไม่เปึนปัจจุบัน ก็เปึนสิ่งที่เพื่อนสมาชิกต้องไปหากฎหมายทั้ง ๓ ฉบับเข้ามาดู โชคดีครับต้องขอบคุณ ทางฝ์ายสภา ฝ์ายวิชาการที่ทําเอกสารข้อมูลเชิงวิชาการประกอบการพิจารณาให้กับ เพื่อนสมาชิก ซึ่งถือเปึนคุณประโยชน์ที่สําคัญยิ่งต้องกราบขอบคุณผ่านท่านประธานไป
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียนเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หลักการและวัตถุประสงค์ที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติมุ่งเน้น การจัดหางานและการคุ้มครองแรงงาน การจัดหางานไม่ว่าจะเปึนแรงงานภายในประเทศ การจัดหางานในประเทศที่เปึนแรงงานที่จะเปึนคนหางานที่อยู่ในประเทศเราเองหรือเปึน คนต่างด้าวที่เข้ามาจะทํางานในประเทศเรา หรือแรงงานในประเทศที่จะไปทํางาน ต่างประเทศ เปึนการจัดหางานให้คนกลุ่มนั้น มีบทบัญญัติออกมาเพื่อที่จะเอื้ออํานวย และปัองกันปัญหาที่เกิดขึ้นที่เปึนมาในอดีต ไม่ว่าจะเปึนการถูกเอารัดเอาเปรียบ การถูกหลอกลวง และประเด็นปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ท่านพยายามจะเขียนตัวบทบัญญัติ เข้ามารองรับ ท่านประธานครับ เรื่องการเอื้ออํานวยกับการจัดหางานและการคุ้มครอง แรงงาน ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ สิ่งที่เปึนกลไก ในกฎหมายฉบับนี้เห็นใจครับว่าเพื่อที่จะปัองกันปัญหาเหล่านั้นไม่ให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะ การหลอกลวงแรงงาน การค้าแรงงาน การค้ามนุษย์นะครับ แต่ว่าผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ตัวบทบัญญัตินี่จะสามารถเอื้อมมือไปถึงสิ่งเหล่านั้นได้หรือไม่ เพราะว่าค่อนข้างจะเปึน นามธรรมพอสมควรในตัวบทบัญญัติ จริงอยู่ครับท่านบอกว่าในการจัดหางานนี่ กระบวนการที่ท่านคิดว่าจะปัองกันการหลอกลวงคนงานไม่ว่าจะเปึนแรงงานภายในประเทศ หรือต่างประเทศ ท่านจะตัดสิ่งที่เปึนปัญหาในปัจจุบันคือคําว่า นายหน้าค้าแรงงาน ออกไป โดยบัญญัติไว้ในกฎหมายว่า ต้องผ่านสํานักงานหรือกรมการจัดหางานเท่านั้น นั่นหมายความว่าต้องมาขึ้นทะเบียนไม่ว่าจะเปึนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ต้องมา ขึ้นทะเบียนได้รับใบอนุญาต เขาใช้คําว่าผู้รับอนุญาต ถ้าเปึนบุคคลธรรมดาก็จะเปึน กําหนดไว้เลยครับต้องเปึนสํานักงานจัดหางาน ถ้าเปึนบุคคลธรรมดาที่จะมาขออนุญาต รับใบอนุญาตที่จะจัดหางาน และกรณีเปึนนิติบุคคลก็ต้องมีชื่อชัดเจน เปึนห้างหุ้นส่วน จํากัดจัดหางาน บริษัทจัดหางาน อันนี้ชัดเจนนะครับ ผมเห็นด้วยว่าถ้ามีกระบวนการ เหล่านี้มันจะตัดประเด็นความเปึนนายหน้าออกไป การที่จะเอาคนงานไปทํางาน ต่างประเทศหรือในประเทศนี่ผ่านนายหน้าไม่ได้ จะต้องเปึนสํานักงานหรือกรมการจัดหา งานดําเนินการให้เท่านั้นเอง อันนี้ผมเห็นด้วย ท่านกําหนดโทษด้วยนะครับ กรณีถ้า ไม่ดําเนินการอย่างนั้นก็จะมีโทษทั้งจําทั้งปรับ ๓-๑๐ ป้โทษจํา ปรับ ๖๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ฐานโทษจะสามารถคุ้มครองปัองกันหลอกลวงได้หรือไม่นี่ผมเองต้องฝากท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีและกรรมาธิการช่วยไปพิจารณาดูนะครับว่ามันสามารถจะตอบสนอง ต่อวัตถุประสงค์ท่านได้หรือไม่
ประเด็นหนึ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรีครับ ในกฎหมายฉบับนี้แตะไว้ส่วนหนึ่งคือหน้าที่ของกรมการจัดหางานที่จะไปตั้งสํานักงาน จัดหางาน กรมการจัดหางานขึ้น เปึนหน่วยงานภาครัฐที่บริการจัดหางานให้กับพี่น้องประชาชนคนหางานโดยไม่คิดค่าบริการ ลักษณะการดําเนินการกิจกรรมจัดหางานโดยภาครัฐนี่นะครับ ท่านจะมอบหมายให้อธิบดี เปึนผู้กําหนดสถานที่ว่าจะมีสํานักงานจัดหางานที่ไหนบ้างได้ขึ้นกับอํานาจของฝ์ายบริหาร ผมเองเสนอนะครับถ้าจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคู่ขนานไปกับภาคเอกชน ทําไม เราไม่จัดลงไปทุกจังหวัดไม่น้อยกว่า ท่านมีสํานักทะเบียนกลางจังหวัดอยู่แล้วทุกจังหวัด ทําไมไม่มีสํานักงานจัดหางานจังหวัดที่ขึ้นกับกรมการจัดหางานลงไปทุกจังหวัด ส่วนจังหวัดใหญ่ที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมจะตั้งเพิ่มเติมก็ไม่ว่ากัน เพื่อเอื้ออํานวยกับพี่น้อง ประชาชน ท่านไม่คิดค่าบริการครับ ผมเองก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรัฐไม่สมควรไปจัดลักษณะการประกอบการแข่งกับภาคเอกชน ท่านอาจจะบอกว่าก็ผมไม่ได้ทําธุรกิจ ผมไม่ได้คิดค่ากําไร ผมเลยไม่ใช่ผู้ประกอบการ เปึนหน้าที่รัฐต้องทํา อันนั้นก็ไม่ว่ากัน จะต้องดูบทบัญญัติให้ชัดเจนนะครับว่าหน่วยงาน ของท่านจะมีลักษณะไปแย่งขันกับภาคเอกชนหรือไม่ หรือเปึนลักษณะของการเปึนการเสริม การเอื้ออํานวยหรือส่งเสริมในการที่จะให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการจัดหางาน ให้กับคนหางาน ท่านประธานที่เคารพครับ มีประเด็นหนึ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนผ่านไป ยังท่านประธานในบทมาตรา อาจจะเจาะรายละเอียดสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่า เปึนปัญหาที่พูดกันมาค่อนข้างยาวนาน สัดส่วนของผู้ถือหุ้นในผู้รับอนุญาต ถ้าเปึนนิติบุคคล ก็อย่างที่ผมกราบเรียนเปึนห้างหุ้นส่วนจํากัดหรือบริษัทจํากัดในการจัดหางานต้องเปึน ผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ เขียนไว้ดูดีครับ ปัองกันที่จะมีการผูกขาด จากคนที่ไม่มีสัญชาติไทย มันมีกฎหมายหลายฉบับที่ทําเรื่องนี้ เช่นลดเหลือร้อยละ ๕๑ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่เราให้กันมา แต่ประเด็นของผมกราบเรียนว่าท่านจะมีกลไกวิธีการ อย่างไรที่จะปัองกันการถือหุ้นแทนของนายทุนต่างชาติ ถ้าท่านไม่มีกลไกวิธีการที่ดี ในการที่จะปัองกันผู้ถือหุ้นแทนนะครับ ซึ่งสภาพการณ์ปัจจุบันเปึนอย่างนั้น ไปเจาะ ตรงไหนก็ได้ครับ ขุดตรงไหนก็เจอเหมือนน้ําท่วมแผ่นดินประเทศไทยขณะนี้ท่านขุดตรงไหน เจอน้ําทุกที่ ถือหุ้นแทน แต่ในนามของคนไทยผู้มีสัญชาติไทยร้อยละ ๗๕ ผลเสียที่เกิดขึ้น คืออะไร การควบคุมกํากับการดูแลครับ ท่านจะไม่รู้หรอกเพราะเขาทําในนามคนไทย แต่ว่าการบริหารจัดการนโยบายแนวทางทั้งหมดมาจากคนต่างชาติ และคิดในมุมกลับว่า สัดส่วนตรงนี้เพื่อให้เปึนประโยชน์ในการควบคุมไม่ถึงร้อยละ ๗๕ เปึนไปได้หรือไม่ บนพื้นฐาน บนความพอดีที่ไม่ให้ก่อผลเสียหายกับภาคเศรษฐกิจภาพรวม ท่านประธานครับ ประเด็นต่อไปที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้คือเรื่องกองทุนช่วยเหลือผู้ไปทํางานต่างประเทศท่านมีบทมาตรารองรับไว้ ผมเอง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ในเรื่องของกองทุน
ประเด็นที่ ๑ ผมถามว่าท่านเขียนให้กองทุนให้ความช่วยเหลือเฉพาะ คนหางานที่จะไปทํางานในต่างประเทศ ถ้าผมจะถามว่าแล้วคนหางานภายในประเทศ ถ้าเขามีประเด็นเปึนปัญหากองทุนนี้สามารถขยายขอบเขตไปช่วยเหลือเขาได้หรือไม่ นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่มาของเงินที่เข้าสู่กองทุน เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เนื่องจาก ท่านตั้งกองทุนขึ้นในกรมจัดหางาน เปึนกองทุนที่อยู่ในส่วนราชการ เพราะฉะนั้นกระบวนการ การจัดทําคําของบประมาณก็ผ่านกรมการจัดหางาน ผ่านท่านรัฐมนตรีเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ก็เปึนไปตามลําดับชั้นนั้น เปึนเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ทีนี้หลักประกันว่าเงินอุดหนุนจาก รัฐบาลเข้าสู่กองทุนในรายละเอียดรายรับต่อป้ควรจะเปึนเท่าไร อย่างไร ผมคิดว่าน่าจะมี การพูดในชั้นคณะกรรมาธิการ ถึงแม้ว่าจะไม่เขียนในบทมาตราก็น่าจะเปึนข้อสังเกตที่ คณะกรรมาธิการจะได้ฝากไว้ให้รัฐบาลได้ช่วยนําสู่การปฏิบัติเพื่อเปึนประโยชน์กับ กองทุนอย่างแท้จริงนะครับ
ประเด็นต่อมาในเรื่องกองทุนครับ ผมมีข้อสงสัยที่จะกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ใน (๓) และมาตรา ๖๔ ผมต้องขอยกตัวอย่าง มาตรา เงินที่ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทํางานต่างประเทศคือผู้รับอนุญาต จะเปึนบริษัทจํากัดหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด หรือสํานักงานจัดหางานถ้าเปึนบุคคลธรรมดา ต้องจ่ายเข้ามาสู่กองทุนเพื่อไปทํางานต่างประเทศ นายจ้างตรงนี้ถ้าไปทํางานต่างประเทศ หมายถึงนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศหรือคนหางานเองต้องจ่าย ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับ กรณีท่านเขียนไว้อย่างนี้ผลในเชิงปฏิบัติเท่าที่ผ่านมาผมตรวจสอบกฎหมายฉบับเดิม ท่านก็เขียนไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๘ เปึนต้นมา นายจ้างเหล่านี้เคยส่งเงินเข้ากับกองทุนนี้หรือไม่ ส่งด้วยวิธีการใด กระบวนการใด ความหมายคืออะไรครับท่านประธาน ผมหมายถึงว่า ถ้าจะบัญญัติไว้ในกฎหมายก็ต้องให้นําสู่การปฏิบัติมีสภาพบังคับได้ ไม่ใช่เขียนไว้เผื่อว่า เขาจะส่งเข้ามา เผื่อว่านี่ หรือท่านอาจจะให้เหตุผลบอกว่านายจ้างภาคเอกชนเปึนไป ไม่ได้หรอกครับที่จะส่งเข้ามา แต่ถ้าเปึนนายจ้างที่เปึนรัฐต่อรัฐเข้าไปมีสัญญาหรือหนังสือ สัญญาต่อกันที่ดําเนินการ นายจ้างเหล่านี้อาจจะต้องส่งเข้ามา กระผมก็ถามว่าบทบัญญัติ ตรงนี้มันไปสอดรับกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ในเรื่องใด มีหรือไม่ ไม่มี ท่านรัฐมนตรีก็ต้องไปทํามาเพื่อให้รองรับเพราะการทําสัญญาระหว่างประเทศต้องเปึนไป ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
ในเรื่องต่อไปเรื่องกองทุนนะครับ การใช้จ่ายเงินกองทุนท่านประธาน ที่เคารพครับ ขอลงรายละเอียดนิดเดียวครับ มาตรา ๖๕ (๒) ท่านบอกใช้จ่ายเพื่อเปึนการ สงเคราะห์แก่คนหางานซึ่งไปหรือจะไปทํางานในต่างประเทศหรือทายาทโดยธรรม ของบุคคลดังกล่าว พี่น้องคนหางานบอกว่าขอบคุณท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน นี่แหละครับ แต่ผมเองผมบอกไม่ขอบคุณ เพราะว่าท่านเขียนกฎหมายอย่างนี้เสมือนว่า เขาเหล่านั้นถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ เปึนไปได้ไหมครับท่านตัดคําว่า สงเคราะห์ ตรงนี้ออกจากร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านไม่ต้องไปอ้างว่าไม่ไปผูกพันกฎหมายฉบับอื่น ผมไปตรวจสอบแล้วไม่มี ท่านทําไมไม่ให้เปึนสิทธิของเขาที่เขาพึงจะได้รับตามกฎหมาย ฉบับนี้ สิทธิที่จะได้รับกับการสงเคราะห์ที่จะให้มันแตกต่างกันลิบลับ การสงเคราะห์ เปึนการให้ในฐานะที่เขาไม่มีอะไรเลยไม่มีสิทธิ เปึนข้อสงสารความเมตตาปราณี แต่คนหางาน ของท่านครับผ่านกระบวนการการขึ้นทะเบียนผ่านการที่จะจ่ายเงิน ทําทุกอย่างเปึนสิทธิ ตามกฎหมายฉบับนี้เลย เพราะฉะนั้นถ้าเขามีความจําเปึนที่จะได้รับการเยียวยาในเรื่องต่าง ๆ ที่เปึนข้อเดือดร้อนของเขา กฎหมายฉบับนี้ควรจะคุ้มครองเขา ท่านเขียนว่าเปึนกฎหมาย คุ้มครองคนหางานนะครับ ไม่ใช่กฎหมายสงเคราะห์คนหางาน การคุ้มครองต้องคุ้มครอง สิทธิครับ ผมฝากเปึนประเด็นต่อท่านประธาน
เรื่องต่อไปในมาตรา ๖๕ ท่านมีวัตถุประสงค์อยู่ ๓ อย่าง ท่านนิยม ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ได้อภิปรายไปแล้ว ผมค่อนข้างเห็นด้วยว่าถ้ากองทุนนี้จะเปึนประโยชน์กับ คนหางานโดยแท้จริง ท่านเพิ่มไปอีกวงเล็บหนึ่งครับ ใช้เปึนเงินทุนกู้ยืมในกระบวนการที่ เข้าสู่การหางาน ไม่ว่าจะเปึนค่าจ้างค่าตอบแทนอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับ ท่านนิยมอย่างหนึ่งครับ ค่านายหน้าไม่มีครับ กฎหมายฉบับนี้ห้ามมีเลย นําเงินกู้ยืม เหล่านี้ไปใช้เงินกันตรงนั้น เพื่อปัองกันที่จะใช้การไปกู้เงินยืมนอกระบบหรือใช้สิทธิ ประโยชน์อื่นไปค้ําประกันเอาเงินมา สุดท้ายพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ในเมื่อท่านจะต้อง การคุ้มครองเขาช่วยเหลือเขาเอื้ออํานวยกับการจัดหางานให้เขา ท่านมีกองทุนแล้วทําไม ไม่ใช้กองทุนให้เปึนประโยชน์ เติมไปเถอะครับท่านรัฐมนตรีครับ ไม่ได้ยากเลย และท่านก็ ให้คณะกรรมการบริหารจัดการเปึนทุนกู้ยืมเขาในการที่จะใช้ไปหางานไปทํางาน ต่างประเทศ ก็มีสัญญากันไปตามบทบัญญัติที่จะเขียนไว้ในกฎกระทรวงก็ได้
ประเด็นต่อไปครับท่านประธานในเรื่องกองทุน ท่านมีคณะกรรมการ บริหารกองทุนเขียนไว้ให้อธิบดีเปึนประธาน บุคคลอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกิน ๖ คน เปึนกรรมการ เขียนแค่นี้ครับ และให้ผู้อํานวยการสํานักงานแรงงานไปต่างประเทศเปึนกรรมการและเลขานุการ มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ๒ ท่านอยู่ในกรรมการชุดนี้ บุคคลอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกิน ๖ คน กองทุนนี้ถ้าจะมีประโยชน์อย่างแท้จริง ผมขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีหรือคณะกรรมาธิการ บุคคลอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเรามอบอํานาจให้ ฝ์ายบริหารไป จริงอยู่ครับมอบได้ แต่ว่าในสาระของกฎหมายควรจะมีบทบัญญัติที่พยายาม ให้ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีมีคุณสมบัติสอดรับสอดคล้องกับกองทุนนี้ เช่น เปึนตัวแทนของภาคแรงงาน ภาคของคนหางาน หรือผู้ประกอบการที่เขาจะเข้ามามีส่วนร่วม กําหนดคุณสมบัติเข้าไปด้วย ผมก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้อภิปรายไปผมเองโดยรวมเห็นชอบกับหลักการและเหตุผลของกฎหมายฉบับนี้ มีประเด็นที่จะเปึนประโยชน์ถ้าได้ปรับแก้ในสิ่งที่ผมได้เสนอข้อเสนอแนะไป เพื่อประโยชน์ ในการที่จะจัดหางานให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็คนหางานที่จะมีงานทํา
ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมนะครับ เรื่องของแรงงานที่จะ มาทํางานภายในประเทศที่เปึนแรงงานต่างด้าว ท่านเขียนบทบัญญัติรองรับไว้ ผมเอง ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าไม่มีข้อมูลพยายามจะสืบค้น แต่ว่า ช่วงเวลาที่มีอยู่ไม่เอื้ออํานวย ฝากเปึนประเด็นว่าการดูแลเรื่องของการบริการภาครัฐ ที่จัดให้เขา มีเพื่อนสมาชิกพูดไปหลายคนการบริการภาครัฐที่จัดให้เขา เช่น การดูแล เรื่องการเจ็บไข้ได้ป์วย การรักษาพยาบาล สิ่งเหล่านั้นท่านอาจจะเขียนไว้ในกฎหมาย ฉบับอื่น แต่ผมพยายามดูแล้วมันไม่มี ก็ฝากไว้เปึนประเด็นว่าสิทธิประโยชน์เหล่านั้น เมื่อเขาเปึนคนทํางานในประเทศแล้วบทบาทหน้าที่ของเขาเองตัวนายจ้างจะต้องทํา อย่างไร เพื่อในการคุ้มครองเรื่องศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์กรณีเขาตกทุกข์ได้ยาก ลําบาก ขึ้นมาโดยเฉพาะการเจ็บไข้ได้ป์วย ก็ฝากท่านประธานไว้ โดยภาพรวมครับท่านประธาน ผมยินดีสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็สิ่งที่ได้อภิปรายไว้ถ้าจะปรับแก้ในชั้นคณะกรรมาธิการ ก็จะเปึนประโยชน์ยิ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ