สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓

ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ หารือเรื่องการยกเลิกพระราชบัญญัติ 3 ฉบับเพื่อให้กฎหมายง่ายต่อการบังคับใช้ และเรียกร้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานและคนงานที่เหมืองถล่มในประเทศชิลี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศและแสดงความกังวลเกี่ยวกับคำว่า "นายจ้าง" ในกฎหมายที่เขียนโดยรัฐมนตรี และเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานตรวจสอบการหลอกลวงและต้มตุ๋น โดยขอให้เพิ่มเงินกองทุนให้กู้ยืมแก่ผู้ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าหากเปึนความสําคัญของคนที่ไปทํางานที่ต่างประเทศก็ตาม หรือคน ที่จะเข้ามาทํางานในประเทศเราก็ตาม ถ้าเปึนความตั้งใจของรัฐบาลในการที่จะแก้ไข ปัญหาและให้ความสําคัญก็เปึนเรื่องที่ดี ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าในอันที่จะ ยกเลิกพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ ทั้งฉบับป้ ๒๕๒๘ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับป้ ๒๕๓๗ กับป้ ๒๕๔๔ ก็เปึนการรวมกฎหมายในลักษณะเดียวกันไว้ด้วยกันเพื่อง่ายต่อการบังคับใช้ และปรับปรุงในสิ่งที่ไม่เหมาะสมให้มีความเหมาะสมในการบังคับใช้ยิ่งขึ้น ก็เปึนสิ่งที่ดี ท่านประธานครับ กระผมอยากเห็นทางรัฐบาลให้ความสําคัญในเรื่องผู้ใช้แรงงานค่อนข้าง จะมาก ท่านประธานคงเห็นการกู้ชีพคนงานที่เหมืองถล่มที่ประเทศชิลี ๓๓ คนที่เพิ่งช่วย ออกมา นั่นคือความสําคัญที่ทางประเทศนั้นเขาให้ความสําคัญ ตั้งแต่ประธานาธิบดีและ เจ้าหน้าที่ทั้งหลายทั้งปวงได้ร่วมมือกันทํางาน กฎหมายฉบับนี้ก็เช่นกันครับท่านประธาน กระผมอยากแยกเปึน ๒ ส่วน กระผมยังมีความแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าในส่วนต้น ๆ ในบททั่วไป ในหมวด ๑ หมวด ๒ รวมทั้งคํานิยามด้วย ตั้งแต่มาตรา ๕ กระผมมีความแปลกใจว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอํานาจ แต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านประธานครับ สําหรับนายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นคงจะมีจํานวนค่อนข้างจะมาก ต้องมีอาคารสถานที่ ต้องมี บุคลากร ต้องมีงบประมาณ ท่านเขียนลอย ๆ ไว้อย่างนี้ผมห่วงท่านรัฐมนตรีเหลือเกิน ท่านประธาน ผมฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าในการที่บัญญัติในมาตรา ๕ ท่านเจตนา ที่จะเขียนอย่างนี้ ท่านจะเอาอํานาจอย่างนี้หรือคนอื่นเขาเขียนให้ท่านอย่างนี้ ถ้าเขียนไว้ อย่างนี้ในมาตรา ๑๐ มันก็กระท่อนกระแท่นแบบที่ไม่สะเด็ดน้ํา ในมาตรา ๑๐ ให้มี สํานักงานทะเบียนจัดหางานกลางขึ้นในกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยมี นายทะเบียนจัดหางานกลางเปึนผู้มีอํานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธาน เห็นไหมครับ นายทะเบียนนี่หมายความว่ามาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจที่จะแต่งตั้งได้ ท่านแต่งตั้งจากอะไร โดยหลักเกณฑ์วิธีการอย่างไร เอาคนนอกหรือคนใน เอาข้าราชการ ประจําหรือจะเอาคนภายนอกเข้ามา ท่านเขียนไม่มีเลยว่าวิธีการสรรหา หลักเกณฑ์ วิธีการในการที่จะมีนายทะเบียนหรือหลักในการบริหารไว้อย่างไร ในมาตรา ๕ นี่ผม เปึนห่วงเปึนอย่างมาก

ในส่วนที่ ๒ ที่ผมเปึนห่วงอีกท่านครับ ในหมวด ๖ กองทุนเพื่อช่วยเหลือ คนหางานไปทํางานในต่างประเทศ ท่านเขียนไว้ในมาตรา ๖๔ ในส่วนที่กองทุนนั้น มีรายได้จากไหนบ้าง (๑) จากเงินและทรัพย์สินที่โอนมาจากมาตรา ๑๑๔ (๒) เงินอุดหนุน จากรัฐบาล (๓) เงินที่ผู้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานไปเพื่อทํางานในต่างประเทศ เปึนที่เข้าใจครับท่านประธาน แต่ตรงอีกท่อนหนึ่งนี่นะครับ นายจ้าง (๓) ท่านจะเอาเงิน จากผู้จัดหางานผมเปึนที่เข้าใจ แต่คําว่า นายจ้าง นี่ผมอยากถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีผู้เสนอกฎหมายว่าคําว่า นายจ้าง นี่นายจ้างไหน ผมอยากจะถามว่า ท่านออกกฎหมายอย่างนี้ไปบังคับในต่างประเทศได้หรือไม่ ท่านเขียนไว้ลอย ๆ อย่างนี้ ไม่มีสภาพบังคับที่จะไปเอาเงินเขามาได้ ท่านเขียนว่า นายจ้าง นี่นายจ้างอะไร การเขียน กฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับมันก็หมิ่นเหม่ต่อการตีความ

ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖๕ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้ (๑) ก็พอรับได้ แต่ (๒) เขียนว่า การสงเคราะห์แก่คนหางานซึ่งไปหรือจะไป ทํางานในต่างประเทศหรือทายาทโดยธรรมของบุคคลดังกล่าว ท่านประธานครับ สงเคราะห์แก่คนหางานซึ่งไปหรือจะไป เรื่องนี้ (๒) แปลว่าอะไรที่พูดถึงทายาทโดยธรรม ท่านเขียนกฎหมายอย่างนี้แม้แต่นักกฎหมายยังตีความไม่ออก กระผมเรียนกฎหมายมา ยังแปลความไม่ได้ ท่านเขียนไว้ใน ๓ วงเล็บครับท่านประธาน ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า คนที่ไปหางานในต่างประเทศนี้ระหกระเหินจากลูก จากเมีย จากครอบครัว จากญาติโกโหติกาไป ท่านประธานครับ แถว ๆ บ้านของท่านประธานเองหรือละแวกบ้านผมทั้งภาคเหนือ ภาคอีสานนั้นไปขายแรงงานที่ต่างประเทศค่อนข้างจะมาก ส่วนมากก็เปึนคนยากจน ท่านประธานเคยได้ยินคํากล่าวหรือเปล่าว่า ไปเสียนา มาเสียเมีย คําว่า ไปเสียนา มาเสียเมีย มันเริ่มต้นจากกระทรวงแรงงานที่จะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้หรือไม่ มีการหลอกลวงต้มตุ๋น หรือไม่ ไปสมคบกับบริษัทจัดหางานหรือไม่ คนจน ๆ ที่จะไปนั่นโอ้โฮสาหัสสากรรจ์ ถ้ามีหลักทรัพย์พอที่จะค้ําประกัน ถ้าเปึนเงินในระบบมันก็ดีไป ถ้าเปึนเงินนอกระบบ ท่านประธานดอกเบี้ยมันก็แสนแพง ไปแล้วถูกต้มตุ๋น กลับมาทรัพย์สินดีไม่ดีก็สูญหายไป พังพินาศฉิบหายกันใหญ่โตทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ความเจ็บปวดอันนี้นะครับ จากการต้มตุ๋น ท่านเคยคิดจะแก้ไขไหม ในมาตรา ๖๕ ท่านคิดไหมว่าจะช่วยเขาเหล่านี้ในการที่จะเปึน แหล่งเงินทุนให้กู้ยืม ในมาตรา ๖๔ ผมเห็นว่ามันอาจจะเปึนไปได้ที่กองทุนนี้มันพองขึ้น ๆ ใหญ่โตขึ้น ๆ แต่ในมาตรา ๖๕ อํานาจหน้าที่ของกองทุนที่จะช่วยเหลือ ใน (๒) ก็ไม่เข้าใจ ละครับ ไม่เข้าใจและไม่ชัดเจน ท่านต้องร่วมกันเขียนใหม่ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งกระผม เชื่อว่าแก้ไขกันได้ แต่ท่านเคยคิดจะเติม (๔) บ้างไหมครับ ท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าให้กู้ยืมกับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ท่านต้องบัญญัติไว้สิว่า ท่านคิดว่ากองทุนท่านเริ่มต้นในมาตรา ๖๔ มันคงจะไม่มาก ไม่ใช่หรอกครับ ผู้ใช้แรงงาน เปึนแสน ๆ คนอาจจะเปึนกองทุนที่ใหญ่โต ๆ ขึ้นมา ท่านเขียนขอบข่ายในมาตรา ๖๕ ไว้ แค่นี้มันไม่พอหรอกครับ อาจจะเติม (๔) หรืออื่น ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติ หรืออะไร สุดแล้วแต่กรณี ถ้าจะเจาะจงไปเสียว่าให้กู้ยืมกับผู้ที่จะเดินทางไปทํางานที่ต่างประเทศ เสียก็ยังได้ ผมคิดว่าในมาตรา ๖๕ นั้นก็ควรจะเติมมา ที่ผมล้วงลึกลงไปในมาตราต่าง ๆ นั้น ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นระหว่างมาตรา ๖๔ ว่าด้วยกองทุนนั้นเกิดมันเติบโตขึ้นมา แล้ววงเล็บที่จะใช้ในมาตรา ๖๕ มีเพียง ๓ วงเล็บนั้นอาจจะไม่พอเพียง กระผมกราบเรียน ท่านประธานเพื่อแสดงความเห็นไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาครับ