นคร มาฉิม หารือเรื่องการคุ้มครองและสวัสดิภาพแรงงานไทยที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการล้างระบบใต้โต๊ะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแรงงานต่างด้าว นอกจากนี้ยังพูดถึงการส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศและเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นคนการันตีให้กับผู้ใช้แรงงาน และมีมาตรการป้องกันการทุจริตในการจัดหางาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอ ถือโอกาสนี้ชื่นชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ท่านเปึนผู้มีวิสัยทัศน์ในการที่จะ หยิบยกเอาปัญหาที่หมักหมมอยู่ในช่วงที่ผ่านมาเข้ามาสู่กระบวนการในการแก้ไขปัญหา แล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานไทยแล้วก็แรงงานต่างด้าวที่ทํางานอยู่ ในประเทศ รวมไปถึงแรงงานไทยที่ไปทํางานในต่างประเทศให้ได้รับการปกปัองคุ้มครอง ให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่แรงงานไทยซึ่งเปึนทรัพยากรที่มีค่าของประเทศ แล้วก็สร้างรายได้เปึนมูลค่ามหาศาลให้เกิดขึ้นกับประเทศของเราเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ สภาพของปัญหาที่เปึนอยู่ก็คือในปัจจุบันนะครับแรงงานไทย จะต้องได้รับการคุ้มครอง จะต้องมีสวัสดิการ จะต้องมีสวัสดิภาพในการทํางาน แล้วก็มี ความปลอดภัยในด้านอาชีวอนามัย รวมไปถึงสถานที่ประกอบการก็คือสภาพสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแรงงานที่ประสบอยู่กับหลายโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง บางที่นะครับ ยังไม่มีการยกระดับให้เปึนมาตรฐานสากลเท่าที่ควร ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงาน อย่างเช่นสารเคมีที่มีพิษที่ซึมเข้าไปทั้งทางผิวหนัง ทางปากหรือว่าทางการหายใจ แล้วโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากสารเคมีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน สารพิษต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่เกือบ ๒๐๐ ชนิด ท่านประธานครับ แล้วก็ใยฝัายที่เข้าไปอยู่ในปอด ของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในขณะที่ทํางานอยู่ในช่วง ๕๐ ป้ ๖๐ ป้อยู่ในวัยทํางาน อาจจะไม่ส่งผล แต่หลังจากที่เขาออกจากงานไปแล้วเขาอาจจะได้รับผลกระทบ หรือเจ็บป์วยขึ้นจากสิ่งที่สะสมอยู่ในร่างกายของเขา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จําเปึนเหลือเกิน ที่จะต้องมีกฎหมายเข้ามาเยียวยาดูแลแล้วก็รักษาเขาให้ดีที่สุดในฐานะผู้สร้าง
ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนที่ ๒ ที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องแรงงาน ต่างด้าวในประเทศไทย หลายป้ที่ผ่านมามีปัญหาเรื้อรัง มีปัญหากระทบทั้งต่อสังคม ทั้งต่อความมั่นคง แล้วก็ทั้งต่อชีวิตของคนไทยเปึนจํานวนมาก ทําอย่างไรที่จะให้แรงงาน ต่างด้าวที่เข้ามาทํางานในประเทศไทยจะต้องมีระเบียนประวัติทั้งหมดโดยชัดเจน ปัญหามันจะส่งผลในระยะยาวต่อไปก็คือในกรณีที่แรงงานต่างด้าวอยู่กินกับแรงงานต่างด้าว ด้วยกัน อันนั้นเขาไม่มีสถานะเปึนผู้ได้สัญชาติไทย เพราะถือว่าเปึนลูกของแรงงาน ต่างด้าว ตามกฎหมายฉบับที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภานี่เราจะทําอย่างไรที่จะให้ ลูกของแรงงานต่างด้าวไม่เปึนปัญหาต่อประเทศ ไม่เปึนปัญหาต่อสังคมในระยะยาว แล้วก็ทําอย่างไรที่จะให้เขาเหล่านี้ได้รับสิทธิใด ๆ ที่ควรจะได้รับในฐานะที่ว่าประเทศ ของเราอยู่ในองค์กรสหประชาชาติด้วย แล้วก็ปัองกันปัญหาอาชญากรรมที่จะตามมาด้วย หลาย ๆ อย่าง แต่ที่เปึนปัญหาแล้วก็เริ่มที่จะเปึนปัญหาหนักขึ้นทุกป้ก็คือในกรณีที่ แรงงานต่างด้าวมาสมรสกับคนไทย แล้วลูกที่เกิดมาจะให้สถานะเปึนคนไทยเหมือนกับ พ่อหรือแม่ที่เปึนคนไทยหรือไม่ อย่างไร จะต้องมีการวางระบบในการที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องลูกของแรงงานต่างด้าว แล้วก็ลูกของแรงงานต่างด้าวที่สมรสกับคนไทยด้วย ให้ชัดเจน แล้วก็ปัองกันปัญหานี้ในอนาคต จะต้องวางสถานะของเขาว่าเขาจะธํารง เกิดมาแล้วจะได้รับการปกปัอง ดูแล คุ้มครอง ส่งเสริมให้การศึกษาต่าง ๆ อย่างไร เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไปในอนาคต แล้วก็จะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศด้วย แล้วก็ ที่สําคัญที่สุดถ้าเกิดว่าปล่อยให้สถานะของแรงงานต่างด้าวยังอยู่ใต้ดินอยู่บางส่วน ตอนนี้ เท่าที่ผมได้รับข้อมูลในนามของคณะกรรมาธิการการแรงงานของสภาผู้แทนราษฎร ประมาณเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน เคยมาชี้แจงบางส่วนต่อคณะกรรมาธิการ ก็บอกว่ายังไม่เปึนแรงงานต่างด้าวที่ถูกต้องตามกฎหมาย พอไม่ถูกกฎหมายปุ็บ ปัญหาก็ตามมาว่าถ้าอย่างนั้นแล้วก็มีการวิ่งเต้น มีการจ่ายใต้โต๊ะให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อย่างเช่นสมมุติว่าจ่ายเดือนละ ๕๐๐ บาทต่อคน ถ้าล้านคน เดือนหนึ่งก็หลายล้านบาท ถ้า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนเดือนหนึ่งหลายล้านบาท ถ้าป้หนึ่ง ก็เกือบ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท เราไม่ต้องการเงินใต้โต๊ะที่จ่ายให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องบางหน่วยงานเอาไปใช้นอกระบบ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็รัฐบาลจะทําอย่างไรที่จะนําเอาแรงงานที่อยู่นอกระบบทั้งหมดที่เปึนแรงงาน ต่างด้าวยกขึ้นมาบนโต๊ะทั้งหมด แล้วเอามาวางระบบในการบริหารจัดการให้ถูกต้อง ให้ชัดเจน การเสียค่าใช้จ่าย การเสียค่าธรรมเนียม การเสียใบอนุญาตในการที่จะเข้ามาทํางานในประเทศให้ถูกต้อง ให้ชัดเจน แล้วก็จะต้อง ล้างระบบใต้โต๊ะออกไปให้หมด แล้วนําเอาทุกอย่างมาอยู่บนโต๊ะ แล้วก็เอามาบริหารจัดการ นําเอาค่าภาษี ค่ารายได้ ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาตต่าง ๆ เอามาใช้เพื่อเปึนสวัสดิภาพ สวัสดิการ รวมไปถึงการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่รัฐจะต้องเข้าไปดูแลแรงงาน ต่างด้าวเหล่านี้ให้ครบถ้วนด้วย
ประเด็นต่อมาที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือ แรงงานไทยที่ไปทํางานต่างประเทศ อันนี้ถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ ที่บอกว่า เปึนเรื่องใหญ่เพราะว่าบริษัทจัดหางานหลายบริษัทได้สมรู้ร่วมคิดกับข้าราชการบางคน ในกระทรวงแรงงานด้วย แล้วก็นอกกระทรวงแรงงานก็มีด้วย แต่ตั้งตนเปึนผู้มีอิทธิพล ในการวิ่งเคลียร์ (Clear) วิ่งหาโควตางาน วิ่งจัดงานต่างประเทศ แล้วก็กินหัวคิว กินเปอร์เซ็นต์ กินเลือดและน้ําตาของคนหางานผู้ใช้แรงงานไทย ซึ่งเขายากจนอยู่แล้วท่านประธานครับ ทําอย่างไรที่จะให้รัฐบาลภายใต้การนําของท่านรัฐมนตรีของกระทรวงแรงงานล้างระบบนี้ ออกไปให้หมด แต่การล้างระบบเครือข่ายในการแสวงหาผลประโยชน์บนเลือดและน้ําตา ของผู้ใช้แรงงาน เขามีอิทธิพลมาก เขาไม่ได้สนใจต่อกรรมาธิการเลย ผมเคยได้ยินกับหู บางบริษัทบอกว่าต่อให้รัฐมนตรีก็ไม่กลัว เพราะเขามีอิทธิพลเหนือกว่านั้น ผมบอกว่า แบบนี้ไม่ได้ท่านจะต้องล้างระบบ แต่การล้างระบบเนื่องจากว่าบริษัทจัดหางานมีเครือข่าย มีผลประโยชน์มหาศาลมาก แล้วก็โยงใยอย่างแยบยลที่สุด ทําอย่างไรที่จะให้บริษัทจัดหางาน ต่าง ๆ ที่แสวงหาผลประโยชน์เหล่านี้จะต้องหมดไป โดยนําเอาคดีที่เกี่ยวกับแรงงาน หรือว่าโกงแรงงาน หรือว่าทุจริตแรงงานเข้ามาสู่กระบวนการในการสอบสวนแบบ คดีพิเศษเลย หรือให้อยู่ในการตรวจสอบของดีเอสไอ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เนื่องจากว่าความแยบยลของบริษัทจัดหางานเหล่านี้แล้วก็ผลประโยชน์มหาศาล ที่บริษัทจัดหางานต่าง ๆ เหล่านี้มีอยู่มากเหลือเกิน เขามีวิธีการตั้งบริษัทเพื่อที่จะปล่อยเงิน ให้กับแรงงานแล้วก็เก็บดอกเบี้ยสูง อันนี้คือส่วนหนึ่ง
ประเด็นที่ ๒ คือพอส่งไปทํางานในต่างประเทศหักหัวคิวอีก หักเปอร์เซ็นต์อีก อย่างค่าแรงที่แรงงานควรจะได้สมมุติว่าเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท เขาหักไปเกือบหมดหรือว่า เกินครึ่ง แรงงานก็แทบจะไม่มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก แล้วการส่งแรงงานไปในแต่ละคน เปึนไปได้ไหมที่จะให้รัฐบาลเปึนผู้การันตี (Guarantee) เลย ก็คือไม่ต้องไปพึ่งบริษัทจัดหา งานมากนัก แล้วก็ไม่ต้องไปพึ่งสถาบันการเงินที่ทางบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ตั้งเปึนบริษัท เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้ที่หางานไปออกไปทั้งหมด แล้วไปประสานงานกับธนาคารพาณิชย์ หรือว่าธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญในการส่งออกแรงงานไทยที่จะไปทํางานต่างประเทศ ถ้าเกิดว่ามีบริษัทนายจ้างในต่างประเทศรับงานจํานวนกี่โควตา มีทั้งหมดกี่ตําแหน่ง เวลาจะไปส่ง ถ้าเกิดว่าบริษัทจัดหางานในต่างประเทศยืนยันมาแล้วให้ธนาคารอันนั้น การันตีเลยโดยรัฐบาลค้ําประกันให้กับผู้ใช้แรงงานก่อนที่จะเดินทางไปเลยว่าเขาไม่ต้อง ออกเงิน รัฐบาลรับประกันให้กับธนาคาร แล้วพอเขาได้เงินมาจากทางบริษัทนายจ้าง ในต่างประเทศแล้ว เวลาส่งกลับมาผ่อนให้กับรัฐบาล ผ่อนให้กับธนาคารที่ออกเงินให้ไปก่อน โดยรัฐบาลเปึนผู้ค้ําประกัน ไม่ต้องไปผลักภาระให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งผมคิดว่าถ้าเกิดว่า ทําแบบนี้ได้รัฐบาลทั้งรัฐบาล แล้วก็รัฐมนตรีจะอยู่ในใจของผู้ใช้แรงงานที่ไปทํางาน ในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันอุปสรรคอันหนึ่งที่เปึนปัญหาของผู้ใช้แรงงานที่เปึน คนงานไทยแล้วไปทํางานต่างประเทศก็คือภาษา ท่านประธานที่เคารพครับ น่าน้อยใจ เหลือเกินที่ว่าภาษาที่ ๒ ของประเทศของเราอ่อนเหลือเกินหรือว่าคุยกันไม่รู้เรื่องเลย จะต้องอาศัยล่าม จะต้องอาศัยบริษัทจัดหางานอย่างเดียว ทําอย่างไรที่จะให้ผู้ใช้แรงงานไทย ที่จะไปทํางานต่างประเทศนะครับ อย่างน้อยที่สุดมีทักษะในด้านภาษาที่จะสื่อสารกับ ทั้งนายจ้างที่จะสื่อสารไปถึงสถานทูตหรือสถานกงสุลที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น ได้ใกล้ชิดมากขึ้น แล้วก็พูดคุยกับนายจ้างรู้เรื่อง ลดการเอาเปรียบลงไป อันนี้ผมว่าน่าจะ เปึนประโยชน์ และที่สําคัญที่สุดก็คือถ้าเกิดว่าในส่วนของบทกําหนดโทษ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่าบริษัทใดที่ตั้งเปึนนิติบุคคลและได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงหรือว่าจากกรม พอได้รับไปแล้วแล้วส่อไปทางทุจริต ส่อไปในทางที่เอาเปรียบต่อผู้ใช้แรงงานจะต้อง จัดการอย่างเด็ดขาด จะต้องล้างทั้งหมด แล้วก็ต่อให้เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนบริษัทไปจะต้องไม่มีสารบบของคนนั้นเข้ามาอยู่ในกระบวนการในการจัดหางาน อีกต่อไป ก็คือล้างให้หมดจริง ๆ ไม่ใช่ว่าพอเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล แต่เลข ๑๓ ตัว ยังคงอยู่ก็สามารถที่จะไปตั้งบริษัทอื่นได้ แล้วก็หลอกคนงานต่อไปเปึนทอด ๆ อันนี้ต้องการ ถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเรามาช่วยกัน แล้วก็สะสาง ปัญหาต่าง ๆ ให้กับแรงงาน ซึ่งเขาสร้างชาติแล้วก็ส่งเงินมาในประเทศป้หนึ่งหลายหมื่นล้านบาท
ข้อสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ก็คือทําอย่างไรครับในฐานะที่ผมเปึนคนไทย คนหนึ่ง ทําอย่างไรที่จะใช้โอกาสนี้ฟุ๋นความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะรัฐบาลประเทศซาอุดีอาระเบียได้มีโอกาสคุยกันเปึนการส่วนตัวแล้วก็กับเพื่อน ส.ส. ที่เปึนผู้ใกล้ชิดกับบุคคลในระดับสูงของประเทศซาอุดีอาระเบีย เขาบอกว่าถ้าเกิดว่าแก้ไข ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบียแล้ว เขามีโอกาสที่จะรับ แรงงานไทยเพิ่มอีกเปึนแสนอัตรา ก็ขอถือโอกาสนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และขอชื่นชมในวิสัยทัศน์และความตั้งใจของท่านรัฐมนตรีที่จะแก้ไขปัญหาแรงงานของไทย ทั้งระบบ ขอบพระคุณครับ