นคร มาฉิม เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเงินบำเหน็จ บำนาญ และการขาดความโปร่งใสในการใช้จ่ายของกองทุนนี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอถือโอกาสนี้ชื่นชมวิสัยทัศน์และความกล้าหาญของรัฐบาลภายใต้ การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมไปถึงคณะรัฐมนตรีที่ได้หยิบยกเรื่องนี้แล้วก็ตรามาเปึนกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ศึกษาแล้วก็ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุน การออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ทั้งฉบับโดยละเอียด ซึ่งหลายประเด็นเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วผมจะไม่ได้พูดซ้ํา แต่มีหลายประเด็นที่จะต้องหยิบยกขึ้นมา เปึนข้อพิจารณา แล้วก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและคณะกรรมาธิการในการที่จะ ช่วยกันกลั่นกรอง แล้วก็หาทางที่ดีที่สุด แล้วก็เปึนประโยชน์ที่สุดให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศที่ยังตกหล่นอยู่จากการที่ไม่มีโอกาสในการที่จะเข้าถึงการออมในช่วง หลายสิบป้ที่ผ่านมา แล้วก็ถือว่ารัฐบาลได้ยกระดับความมั่นคงให้กับคนไทยทั้งประเทศ อย่างใหญ่หลวงครั้งหนึ่งของประเทศ แล้วก็ถือว่าเปึนความใจกว้างของรัฐบาลที่ได้ สานต่อนโยบายที่รัฐบาลชุดก่อน ๆ ได้ทํามาแล้ว อันไหนที่ดีอยู่แล้วท่านยังคงทําต่อ ทุกนโยบาย อันไหนที่ยังบกพร่อง อันไหนที่ยังตกหล่นอยู่ รัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งถือว่าเปึนสิ่งที่ดีที่สุดต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณและชื่นชมไว้ ณ ทีนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในช่วงหลายป้ที่ผ่านมาเรามีกองทุนที่มีสมาชิกที่เปึนกองทุนเพื่อการชราภาพ แค่เพียงร้อยละ ๓๐ ของผู้ใช้แรงงานทั้งภาครัฐแล้วก็เอกชน ซึ่งกองทุนที่มีอยู่ก็คือ กองทุนประกันสังคม กองทุนประกันสังคมซึ่งปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ครอบคลุมลูกจ้างของเอกชนในสถานประกอบการ แล้วก็ ลูกจ้างชั่วคราว รวมไปถึงพนักงานราชการ กองทุนที่ ๒ ก็คือกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการซึ่งครอบคลุมข้าราชการส่วนกลางทั้งหมด กองทุนที่ ๓ ก็คือกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ซึ่งครอบคลุมแรงงานเอกชนในสถานประกอบการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและลูกจ้างประจํา ส่วนราชการ แล้วก็กองทุนอีกกองทุนหนึ่งซึ่งเปึนกองทุนที่ ๔ ก็คือกองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพหรือภาษาอังกฤษว่าอาร์เอ็มเอฟ (RMF) ซึ่งในปัจจุบันกองทุนอาร์เอ็มเอฟ ผู้ที่มีรายได้สูงที่จะสามารถที่จะเข้าถึงได้ ซึ่งทั้ง ๔ กองทุนก็แค่เพียงร้อยละ ๓๐ ของผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศ ส่วนอีกร้อยละ ๗๐ ยังตกหล่นอยู่ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาล อุดช่องว่างในส่วนนี้ขึ้นมาเพื่อให้เติมเต็มแล้วก็เพิ่มคุณภาพชีวิตแล้วก็ยกระดับ ในความมั่นคงในชีวิตของคนไทยซึ่งเปึนสิ่งที่น่าชื่นชม ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ ผมอยากจะฝากอีกเล็กน้อยก็คือการจ่ายเงินสมทบ ในกรณีที่ภาคเกษตรหรือว่าคนที่ ไม่มีรายได้ประจําเปึนรายเดือน รัฐบาลมีมาตรการใดในการที่จะยืดหยุ่นหรือปรับให้ แรงงานเหล่านี้หรือบุคคลเหล่านี้ที่ไม่มีรายได้เปึนเดือนสามารถที่จะจ่ายในรอบ ๓ เดือน ๖ เดือน หรือว่าในรอบ ๑๒ เดือนหรือ ๑ ป้ เพื่อให้เขาได้มีสิทธิที่จะเข้าถึงแล้วก็อยู่ ในการคุ้มครองของกองทุนการออมแห่งชาติฉบับนี้
ประเด็นที่ ๒ ที่ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็ คณะกรรมาธิการ ก็คือผมเองมีอาชีพเปึนนักกฎหมายเห็นถึงการบังคับคดีหลายครั้ง ที่จะต้องถูกบังคับ ถูกอายัด ถูกยึด ทําอย่างไรที่จะให้สมาชิกหรือว่าบํานาญหรือว่า บําเหน็จ หรือว่าเปึนเงินที่อยู่ในการบังคับของกองทุนอันนี้ไม่ต้องอยู่ในการบังคับคดี ตามกฎหมาย เพื่อที่จะเปึนหลักประกันได้ว่าหลังจากที่เขาได้พ้นจากสมาชิกแล้วก็เข้าสู่ กระบวนการรับบําเหน็จ บํานาญแล้ว เขาจะได้มีความมั่นคงว่าเงินที่เขาจะได้จากกองทุน การออมแห่งชาติครั้งนี้จะไม่ถูกยึด จะไม่ถูกอายัด และเขาจะมีเงินในการที่จะใช้ในชีวิต ของเขาจนถึงอายุขัย เพื่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิตแล้วก็เปึนหลักประกันว่าเขาจะได้รับ การดูแลจากกฎหมายฉบับนี้
ประเด็นสุดท้ายที่ต้องฝากเพิ่มเติมต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะกรรมาธิการ ก็คือพวกผมกังวลใจเหลือเกิน ว่ามีกองทุนขึ้นมา มีคณะกรรมการบริหารขึ้นมา มีคณะกรรมการกองทุนขึ้นมา ทําอย่างไร ที่จะไม่ให้มีการใช้เงินกองทุนเปึนเงินเดือน เปึนเบี้ยประชุม หรือว่ารายจ่ายอื่น ๆ ของ คณะกรรมการ ของกรรมการ หรือว่าเปึนการใช้จ่ายส่วนรวมสูงเกินไป อย่างเช่นที่มี ปรากฏอยู่แล้วก็คือองค์การมหาชนต่าง ๆ เงินเดือนของผู้อํานวยการมากกว่า นายกรัฐมนตรี ๒ เท่า ท่านประธาน เงินเดือนนายกรัฐมนตรี ๑๕๐,๐๐๐ บาท เงินเดือน ผู้อํานวยการ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เบี้ยประชุมสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา เบี้ยประชุม ประชุมกฎหมาย ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญต่าง ๆ เบี้ยประชุมครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ก็ทํางานกันเต็มที่ แต่ว่าไม่ได้เรียกร้องเงินนี้ แต่ว่าเบี้ยประชุม ของคณะกรรมการขององค์กรต่าง ๆ บางองค์กรครั้งละ ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมว่าถ้าเกิดไม่มีขีดจํากัดในการที่จะปกปัอง ในการที่จะคุ้มครอง ในการที่จะรักษา ผลประโยชน์ของกองทุนการออมแห่งชาติขึ้นมา ไป ๆ มา ๆ แล้วจะถูกละเลงออกไป ซึ่งกว่าที่จะสมทบได้แต่ละบาท แต่ละ ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท คนยากจน บางท่านอย่าว่าแต่ ๑,๐๐๐ บาทเลยครับ เดือนละ ๑๐๐ บาท เดือนละ ๔๐๐ บาท เขายังลําบากในการที่จะส่งเปึนเงินรายเดือนอยู่ เพราะฉะนั้นฝากเรื่องนี้ต่อท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นต่อไปว่าทําอย่างไรที่จะให้ กองทุนการออมแห่งชาติเปึนหลักประกันให้กับคนทั้งชาติ เปึนที่ยืนยันกับความมั่นคง ในการดํารงชีวิตในฐานะคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ แล้วก็ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณรัฐบาล ที่ได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ผมเองเห็นด้วยแล้วก็พร้อมที่จะ สนับสนุนรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ