สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓

แวมาฮาดี แวดาโอะ เสนอพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ และหารือเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน กองทุนออมของภาคประชาชน และการออมของแรงงานต่างชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออมที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนกองทุนเหล่านั้น

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมเห็นด้วย กับกฎหมายฉบับนี้ เพียงแต่ว่าอยากจะมีประเด็นอยู่ ๔-๕ ประเด็นที่ต้องฝากให้กับ ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่เปึนตัวแทนรัฐบาลที่เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสภา แล้วก็เปึน ประเด็นที่สําคัญด้วยที่จะต้องไปถกหรือว่าไปพิจารณาในขั้นคณะกรรมาธิการครับ ถ้าท่านล็อกอย่างนั้นแสดงว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์กับมุสลิมเลย จะเข้ามา ในกองทุนไม่ได้ครับ เพราะถ้าเข้าไปแล้วนั่นก็คือการไม่ยอมรับตามกฎเกณฑ์ศาสนา ที่มีไว้ว่าการแบ่งมรดกนั้นเขาจะแบ่งด้วยวิธีอื่นครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๗ บอกว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทาง ศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติ พิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้มันน่าจะไปขัดกับ มาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญ อันนี้คือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ผมพยายามที่จะดูว่าในเชิงปฎิบัติหลังจากกฎหมายนี้ออกไปแล้ว มันจะก่อให้เกิดปัญหาเหมือนกับกองทุนอื่นที่เคยเกิดปัญหากับชุมชนมุสลิมกับประชาชน ที่นับถือศาสนาอิสลามหรือไม่ อย่างไร ในอดีตเราเคยมีกองทุนหมู่บ้านครับกว่ามุสลิม จะใช้ประโยชน์ได้เกือบป้ครับ เพราะในรายละเอียดของกองทุนหมู่บ้านนั้นไปกําหนดกฎเกณฑ์ ที่มันขัดกับศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะระบบดอกเบี้ยกว่าจะแก้ได้เกือบป้ครับ อันนี้คือ กรณีตัวอย่าง กรณีที่ ๒ ที่เกิดทิ้งช่วงไปหลายป้ก็คือ กยศ. ก่อนหน้านี้ไม่มีการพูดถึง สําหรับประชาชนที่ไม่สามารถจะใช้ระบบดอกเบี้ยได้ เขาจะต้องใช้บริการจาก กยศ. อย่างไร นานมากครับจนมีการต่อต้าน มีการประท้วง มีการท้วงติง แล้วก็รัฐบาลหลายป้กว่าจะมา แก้ได้ จนในที่สุดในตอนนี้เพิ่งแก้โดยการใช้ไอแบงก์ (I/Bank) คือธนาคารอิสลามไป จัดการ แล้วก็จัดระบบค่าตอบแทนที่แตกต่างไปจากระบบดอกเบี้ย แต่จะใช้วิธีการที่ ธนาคารอิสลามได้กําหนด ผมจึงอยากจะถามท่านรัฐมนตรี แล้วก็คงต้องฝากให้ไปกับ คณะกรรมาธิการด้วยว่าในกรณีกองทุนอันนี้มันจะเกิดกรณีที่ซ้ํา ๆ เหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะผมเกรงว่าพี่น้องมุสลิมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ผมเปึนตัวแทนอยู่นี้มุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี่เขาเริ่มสอบถามในประเด็นเหล่านี้ว่ากองทุนนี้เขาจะต้องไปดําเนินการ ที่ขัดกับหลักการศาสนาอิสลามของเขาหรือไม่ อย่างไร อันนั้นคือประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ที่ท่านต้องคิดต่อพอท่านพูดถึงการออม ก็คือการออม ในหลักการศาสนาอิสลามเมื่อออมไปถึงจุดหนึ่ง ปริมาณหนึ่ง จํานวนหนึ่ง โดยภาคบังคับ ของศาสนบัญญัติจะต้องมีการออกซากาด ท่านจะจัดการอย่างไรครับ เงินของประชาชน ที่เขาฝากไว้ สมมุติเขาฝากเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ป้หนึ่ง ๒๔,๐๐๐ บาท ๕ ป้เท่าไรแล้ว เงินอยู่ในนั้น การมีเงินออมอยู่ในนั้นมันก็มีผลทําให้จะต้องมีการออกซากาด คือเอาเงิน ส่วนหนึ่ง ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ไปแจกจ่ายกับผู้ด้อยโอกาสซึ่งเปึนสวัสดิการสังคมภายในตัวของมัน ท่านจะจัดการอย่างไรในเมื่อประชาชนในประเทศนี้มันมีหลักปฏิบัติที่แตกต่างกันไป มุสลิมจะมีความละเอียดอ่อนในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นตั้งแต่การออมรวมทั้งการลงทุน ด้วย ถ้าท่านดูในบางมาตราที่กําหนดการลงทุน มาตรา ๕ มาตรา ๗ จะมีการพูดถึง การหาประโยชน์หรือการหากําไรจากกองทุนเหล่านี้ ซึ่งถ้าไปหาในแนวทางที่ผิด เขาก็ไม่ยอมรับอีก ในเรื่องของเงินออมของเขาที่จะต้องไปลงทุนกับสิ่งที่ผิดกับ หลักการศาสนาเปึนเรื่องละเอียดอ่อนมาก รวมไปทั้งการจัดการของมัน การออมที่ต้อง ออกซากาด และการแบ่งมรดกหลังจากผู้ที่ออมนั้นตายหรือเสียชีวิตอย่างน้อย เขาไม่ได้แบ่งตาม มาตรา ๓๗ ที่ท่านได้เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้

ประเด็นถัดไป ที่ผมอยากจะฝากก็คือว่าทําไมรัฐบาลไม่คิดที่จะทําควบคู่ขนาน ในเมื่อสมาชิกหลายท่านบอกว่ามีการออมอยู่แล้วโดยประชาชนที่รัฐไม่ได้ไปเกี่ยวข้องเลย แล้วก็เข้มแข็งด้วย ครูชบที่จังหวัดสงขลาเขาก็ออมวิธีของเขา เครือข่ายสหกรณ์อิสลามก็มี การออมหลายพันหรือเกือบหมื่นล้านบาทแล้ว แต่กองทุนระดับชาติ รัฐบาลจะเอาเงินส่วนหนึ่งไปสมทบ ทําไมไม่คิดจะไปสมทบกองทุนที่อยู่ในท้องถิ่นอยู่แล้ว ที่ภาคพลเมือง ภาคประชาชน เปึนคนรวมตัวเอง การจัดการกองทุนนี้เปึนเงิน หมื่นหมื่นล้านบาท แสนล้านบาทในอนาคต ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่ามันจะจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพไปมากกว่ากองทุนออมที่มีอยู่ในชุมชนแต่ละท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ทําไมไม่เอาเงินสมทบนี้ไปสนับสนุนกองทุนที่มีอยู่แล้ว เขาอาจจะโตขึ้นมาแล้วก็เปึนระบบ มีการจัดการที่มีประสิทธิภาพและอาจจะไม่แสวงหาประโยชน์เหมือนกับกองทุนที่มีอยู่ ในขณะนี้หลาย ๆ กองทุน เพราะเขารู้สึกว่าเขาเปึนเจ้าของและเขาจะต้องดูแลอย่างดีที่สุด

ส่วนประเด็นสุดท้ายครับ ในฐานะที่มาจาก ๓-๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็หวังว่ากองทุนนี้จะช่วยคนในพื้นที่ในเรื่องการออม แต่มีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่มี ปัญหาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คนที่ไม่สามารถจะเข้ามาร่วมในกองทุนนี้ เพราะคนเหล่านี้ ไม่มีงานทําที่ประเทศไทยต้องอพยพ ต้องหนีไป ไปทํางานในประเทศมาเลเซียประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คนในขณะนี้ คนเหล่านี้เข้าไปอย่างผิดกฎหมายเปึนอิลิกอล เวิร์คเกอร์ (Illegal worker) เปึนแรงงานที่ผิดกฎหมายของมาเลเซีย ซึ่งการเปึนแรงงานที่ผิดกฎหมาย ในมาเลเซียมันมีผลทําให้ไม่สามารถที่จะเข้ากองทุนการออมของประเทศมาเลเซีย สําหรับแรงงานต่างชาติ ในมาเลเซียเขาจะมีการออมครับ และในที่สุดเมื่อเราจะกลับมา อยู่ในประเทศไทยใหม่เขาก็จะมีเงินกองทุนนี้ให้เปึนก้อนเพื่อเรากลับมาได้ใช้ประโยชน์ จากเงินกองทุนเหล่านี้ แต่คนเหล่านี้เนื่องจากว่าเปึนแรงงานที่ผิดกฎหมายจึงขึ้นทะเบียน ไม่ได้ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คน แต่จะอยู่ที่บ้านเพื่อทํามาหากินแล้วก็ไปเข้ากองทุน การออมที่รัฐบาลกําลังนําเสนอในขณะนี้มันก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ๕-๖ ประเด็น ผมจึงอยากจะฝากกับท่านรัฐมนตรีและอยากจะฝากประเด็นเหล่านี้เพื่อไปถกในขั้น คณะกรรมาธิการต่อไป เพราะถ้าไม่คุยในประเด็นเหล่านี้ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดพี่น้อง มุสลิมที่อยู่ในประเทศไทยเขารู้สึกว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เอื้อที่เขาจะได้ประโยชน์จาก กองทุนการออมแห่งชาติครั้งนี้ แล้วตรงนั้นล่ะมันจะนําไปสู่ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อรัฐของ ประเทศไทยต่อไป ซึ่งน่าจะเปึนประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่เราเพียงออกกฎหมายบางมาตรา ที่ขัดกับศาสนามันก็จะขยายผลในเรื่องอื่นได้ครับ จึงฝากไว้ประเด็นเหล่านี้ด้วยความหวังดี ขอบคุณมากครับ