ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติและร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จ บำนาญแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีระบบบังคับและระบบสมัครใจในการสร้างระบบสวัสดิการที่สมบูรณ์แบบ และขอให้รัฐมนตรีสร้างระบบบำนาญแห่งชาติเพื่อให้มีเงินรายได้พื้นฐานและระบบบังคับที่เขาต้องออมเพื่อประโยชน์ของกองทุน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายแสดง ความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติที่คณะรัฐมนตรีหรือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนผู้เสนอ กับเพื่อนสมาชิกนะครับ คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านกับคณะได้เสนอ กับร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จ บํานาญแห่งชาติที่เพื่อนสมาชิก ท่านสถาพร มณีรัตน์ เปึนผู้เสนอ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมดูหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับที่ท่านประธาน โดยความเห็นของสภาได้ให้พิจารณารวมกัน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ในเรื่องหลักการเสมือนว่าร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีกับเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติของท่านสถาพรจะมีหลักการคล้ายกัน แต่ว่าประเด็น ที่ผมต้องขออนุญาตที่จะอภิปรายก็คือมีความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน ท่านประธานครับ ผมดูหลักการแล้วสิ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้นก็คือว่า ร่างของคณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิก ท่านผ่องศรีนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เปึนลักษณะของการออมโดยความสมัครใจของผู้ที่ต้องการจะเปึนสมาชิกโดยความสมัครใจ โดยการจ่ายเงินสะสมเข้าสู่กองทุน รัฐบาลจ่ายเงินสมทบ แล้วเอาเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ที่ได้จากเงินสะสม เงินสมทบ รวมทั้งผลประโยชน์คาดการณ์ไปอีก ๒๐ ป้ คือประมาณอายุ ๘๐ ป้ของผู้ที่จะออก เอามาคํานวณเปึนผลประโยชน์ที่จะคืนให้ และคํานวณเปึนลักษณะจ่ายเปึนรายเดือนคือบํานาญนั่นคือหลักการและวิธีการของ ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี ขณะที่ร่างของท่านสถาพร ท่านประธานครับ เปึนกฎหมายว่าด้วยบํานาญแห่งชาติลักษณะเปึนสวัสดิการครอบคลุมทุกกลุ่มเว้นแต่ ข้าราชการ เปึนการออมโดยความสมัครใจเช่นกัน แต่ว่าลักษณะของความแตกต่าง ของร่าง ๒ ร่างนี้มีความชัดเจนในเรื่องของกลไกการจัดการและการบริหาร การให้ ผลประโยชน์ตอบแทน เพราะฉะนั้นต้องฝากเปึนประเด็นว่ากรณีถ้าจะนํา ๒ ร่างนี้ ไปพิจารณารวมกัน ถ้าสภาของเรารับหลักการไปแล้วก็ขอความกรุณาท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีหรือท่านกรรมาธิการ ได้โปรดนําข้อดีหรือข้อเด่นของแต่ละร่างมา เพื่อจะให้เปึนกฎหมายที่เปึนประโยชน์ที่สุดกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปัาหมาย ที่เราต้องการคือกลุ่มที่จะสมัครใจในการออม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองใจจริง ไม่อยากจะรับหลักการของร่างคณะรัฐมนตรี ถึงแม้ดูเฉพาะกรอบของกฎหมายแล้วดูดี มากครับ แต่ประเด็นที่ผมไม่อยากจะรับเมื่อดูเทียบกับร่างของท่านสถาพรเปึนบํานาญ แห่งชาติแล้ว สิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพก็คือว่าร่างของ คณะรัฐมนตรีมันจะไม่สะท้อนในการคุ้มครองการได้รับการดูแลยามชราภาพ ไม่ได้รับ การคุ้มครองอย่างเปึนธรรมและทั่วถึง ถ้าดูไม่ดีนะครับ กฎหมายฉบับนี้จะไปเปึนกฎหมาย สนับสนุนให้มีการแยกชนชั้น แยกฐานะทางด้านสังคมของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ กลุ่มเปัาหมายนะครับ ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ให้ข้อมูล ๑๕ ล้านคน มีระบบบํานาญที่เขารองรับอยู่ตามกฎหมายที่รองรับ ทั้ง กบข. ทั้งบํานาญของท้องถิ่น ทั้งประกันสังคมหรือกองทุนบํานาญอื่น ๆ ประมาณ ๑๕ ล้านคน ๔๕ ล้านคน ถ้าตัดเอา พวกที่มีอายุต่ํากว่า ๒๐ ป้ออกไปก็เกือบ ๒๐ ล้านคน ประมาณ ๑๗-๑๘ ล้านคน ที่เหลือ จะเปึนคนที่อยู่ในกลุ่มเปัาหมายของกฎหมายฉบับนี้ คาดว่าเปึนวัยแรงงานที่อยู่ นอกระบบประมาณ ๒๔ ล้านคน นอกนั้นก็จะเปึนผู้สูงอายุที่ยังไม่มีระบบบํานาญรองรับ โดยคาดการณ์ท่านประธานครับ ถ้าตัดผู้มีอายุน้อยออกไปประมาณ ๒๐ ล้านคนก็จะเหลือ ประมาณ ๒๕ ล้านคนโดยประมาณที่จะเข้ามาเปึนกลุ่มเปัาหมายของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ โดยเฉพาะร่างของท่านรัฐมนตรีและร่างของคุณผ่องศรี ส่วนร่างของคุณสถาพรเขาครอบคลุม กลุ่มเปัาหมายอื่นด้วยมากกว่าร่างของ ครม. ประเด็นที่ผมบอกว่าไม่สามารถที่จะให้ การคุ้มครองได้อย่างเปึนธรรมและทั่วถึง สิ่งที่เปึนประเด็นที่สุดคือพี่น้องประชาชนที่อยู่ ในวัยแรงงานนอกระบบไม่สามารถเข้าสู่กองทุนนี้ได้ ถึงแม้ท่านบอกว่าโดยความสมัครใจ โดยจ่ายเงินสะสมไม่น้อยกว่า ๕๐ บาทต่อเดือนท่านก็จะเปึนสมาชิก ท่านประธานครับ การที่พี่น้องประชาชนซึ่งมีรายได้ที่ไม่แน่นอน ไม่มีหลักประกันใด ๆ เลย การที่จะจ่ายเงิน ทุกเดือนเข้าสู่กองทุนนะครับ ตั้งแต่อายุ ๓๐ ป้ขึ้นไป ๒๐-๓๐ ป้ ไล่เรียงจนถึงแก่ชีวิต ผมเชื่อว่ามีปัญหาแน่นอน ระบบอื่น ๆ มีปัญหาเยอะครับ ระบบธนาคารที่เปึนหนี้ ไม่สามารถที่จะติดตามภาระหนี้สินได้ หนี้นอกระบบต่าง ๆ ท่านก็มีตัวเลขให้เห็นอยู่แล้วว่า เขาไม่มีศักยภาพที่จะจ่ายเข้ากองทุนได้ เพราะฉะนั้นเขาอาจจะจ่ายได้ ๒-๓ เดือน แล้วก็ ไม่ได้เปึนสมาชิก ถามว่าเงินจ่าย ๒-๓ เดือนนั้นจ่ายเดือนละ ๕๐ บาทนั้น เขาเหล่านั้น จะได้รับสิทธิประโยชน์อะไร นี่คือข้อห่วงใยที่ผมบอกว่าผมไม่เชื่อมั่นกับหลักการของ ครม. เพราะว่าไม่สามารถจะครอบคลุมและคุ้มครองคนเหล่านี้ได้ ผมดูตัวร่างพระราชบัญญัติ ดูบทมาตราที่รองรับไม่มีหลักประกันใด ๆ ครับ เขียนไว้ดี เขียนไว้สวยมากครับ หลายคนอาจเข้าใจเปึนรัฐสวัสดิการด้วย แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เปึนความสมัครใจ เพราะฉะนั้นคนที่จะสมัครใจ ๑. มีฐานะการเงินที่ดีมีรายได้ประจําที่ดี มีระบบการสื่อสาร การส่งที่ดีเท่านั้นถึงจะเปึนสมาชิกของกองทุนนี้ แล้วก็ได้รับผลตอบแทน ที่เปึนประโยชน์ได้ในฐานะที่เปึนบํานาญหรือเงินดํารงชีพก็แล้วแต่ท่าน เพราะท่าน เป่ดโอกาสว่าไม่ถึง ๖๐ ป้ออกก่อนหรืออย่างมากก็ได้เงินดํารงชีพไป ถึงแม้ถึง ๖๐ ป้นะครับ รายได้ที่เปึนผลประโยชน์บํานาญ ถ้าคํานวณออกมาแล้วฐานไม่ถึงเงินบํานาญที่กําหนดไว้ เรียกว่าเงินดํารงชีพครับ จ่ายไปให้หมดในแต่ละเดือนที่เฉลี่ยนั่น แต่ได้ไม่ครบกับอายุ ๖๐ ป้ อันนี้คือสิ่งที่ท่านเขียนไว้ในกฎหมาย เพราะฉะนั้นประเด็นแรกสุดผมบอกเลยว่าผมเอง มีข้อห่วงใยว่ากองทุนนี้จะไม่ได้คุ้มครองคนที่จะเข้าสู่วัยชราเหมือนกับที่ท่านต้องการ เนื่องจากท่านเองมีข้อจํากัดในการที่จะแยกชนชั้นเขา ในขณะที่เขาจะต้องไปส่งรายได้ ให้กับกองทุน
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๒ การที่ท่านจะให้ระบบกองทุนนี้เข้าไป ช่วยเหลือ ท่านใช้ความสมัครใจ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติของท่านสถาพรก็คล้ายกัน แต่ว่าสิ่งที่เราศึกษาเราดูมาทั้งหมด ถ้าจะให้ระบบสวัสดิการมันมีผลมันต้องมีทั้ง ๒ ระบบ ทั้งระบบบังคับและระบบสมัครใจ ประกันสังคมเปึนระบบบังคับท่านถึงหักเงินเดือนเขาได้ กบข. บังคับนะครับหักเงินเดือนเขาได้ ใช้กฎหมายบังคับ ขนาดบังคับยังส่งไม่ครบเลย นี่คือสิ่งที่ผมเปึนห่วง เพราะฉะนั้นถ้าท่านต้องการให้กฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์นะครับ ผมก็จะมีคําถามว่าทําไมท่านรัฐมนตรีไม่สร้างระบบบํานาญแห่งชาติไป มีทั้งเงินรายได้ พื้นฐานที่เปึนหลักประกัน อย่างเช่นผู้สูงอายุเราจ่าย ๕๐๐ บาทก็เรียกเงินรายได้พื้นฐาน ที่เขาจะต้องได้ ระบบบังคับที่เขาต้องออม และระบบสมัครใจที่เขาต้องออมเข้ามาอีก เพื่อให้เปึนรายได้ของกองทุน ตรงนี้ไม่มีเลย มีแต่สมัครใจ อันนี้คือข้อห่วงใยของผม ที่มองว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ได้เปึนประโยชน์ เขียนไว้สวยหรูแต่ปฏิบัติไม่ได้หรือให้กับ คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่มีศักยภาพ
กรณีต่อไปท่านประธานครับเรื่องของสมาชิก ผมเองกราบเรียน ท่านประธานครับ ข้าราชการที่อยู่กองทุน กบข. ส่วนหนึ่งเขาเปึนข้าราชการที่อยู่ใน ภาคราชการ ถ้าเกษียณอายุไปแล้วเขาเรียกข้าราชการบํานาญครับ เขาก็ยังเปึนสมาชิก กองทุนอยู่ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าสมมุติเราให้สมาชิก เขามีสิทธิเปึนสมาชิกกองทุน เปลี่ยนนิยามคําว่าสมาชิกครับ ท่านเขียนว่าสมาชิก เริ่มบรรลุนิติภาวะไปถึง ๖๐ ป้หมดสมาชิกภาพแล้วได้รับเงินบํานาญ ผมกลับคิดตรงข้าม ทําไมท่านไม่ให้ความเปึนสมาชิกเขาตั้งแต่เขาเริ่มสมัครเข้ามาเปึนสมาชิกไปจนถึงเขา เสียชีวิต มันแตกต่างจากอะไรครับ ความภาคภูมิใจในการเปึนสมาชิกกองทุนก็ยังมี แต่การส่งเงินคือการส่งเงินครับ เงินสมทบท่านก็บอกว่าส่งไปถึงอายุ ๖๐ ป้ครบหลังจากนั้น ก็เปึนสมาชิกภาพที่ท่านจะได้รับบํานาญไป ทําไมท่านตัดเขาออกจากความเปึนสมาชิก เมื่อเขาครบ ๖๐ ป้ เปึนเพราะกฎหมายบังคับใช่ไหมครับ ทําไมเราไม่เขียนกฎหมาย ในเชิงบวกว่าให้เขาเปึนสมาชิกอยู่ต่อไป เพราะท่านเองต้องไปทํานิติกรรมกับเขา มีความผูกโยงผูกพันกับเขา ผมฝากท่านรัฐมนตรีไปในชั้นกรรมาธิการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมมีเวลาไม่มาก สิ่งที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าข้อจํากัดเรื่อง การจ่ายสมทบ ท่านบอกรัฐบาลยินดีสมทบให้คํานวณตามอายุ เช่นอายุต่ํากว่า ๓๐ ป้ ให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ความหมายคืออะไรท่านประธานครับนั่นหมายความว่า ผู้ที่เปึนสมาชิกต้องจ่ายเดือนละ ๕๐๐ บาทครับ ๑๒ เดือน ๖,๐๐๐ บาท รัฐบาลถึงจะจ่าย ๓,๐๐๐ บาท คือจ่าย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าประชาชนที่ไหนจะมีเงินจ่ายเดือนละ ๕๐๐ บาท ต้องมีรายได้พอสมควร ท่านจ่าย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์คือ ๖,๐๐๐ บาท นั่นคือเขาต้องจ่าย ๕๐๐ บาท ถ้าเขาอายุมากกว่า ๕๐ ป้ขึ้นไป ตัวเลขเหล่านี้เปึนธรรมกับเขาหรือไม่ แล้วเขา สามารถที่จะจ่ายได้หรือไม่ ผมฝากเพื่อนสมาชิกอภิปรายไว้เยอะ
ประเด็นต่อไป ผมฝากอีกนิดเดียวครับท่านประธาน คือเรื่องของการคํานวณ ผลประโยชน์ ท่านบอกเอาเงินสะสมของสมาชิก เงินสมทบรัฐบาลจ่ายให้ ผลประโยชน์ จากเอาเงินสะสมสมทบมาหาผลประโยชน์ที่จะได้ แล้วก็เอาผลประโยชน์ที่คาดการณ์ ไปอีกโดยใช้ฐาน ๘๐ ป้เฉลี่ย ก็คือประมาณ ๒๐ ป้คาดการณ์ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น เอามาเปึนเงินผลประโยชน์มาคํานวณให้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานเอามิติชุมชน วิถีชุมชนเข้ามาบวกในกฎหมายฉบับนี้นะครับ ปัญหาที่ผม กราบเรียนไว้ในเรื่องความสามารถในการเข้าถึง การเข้าเปึนสมาชิกกองทุนจะหายไป เขามีกองทุนสวัสดิการชุมชนครับ ระบบชุมชนเขาจัดการเอง ทําไมท่านไม่สร้างมาตรา มารองรับให้เครือข่ายเหล่านั้นเปึนเครือข่ายสมาชิกกองทุน ท่านไม่มีปัญญาไปตามเงินเขา ได้หรอกครับ แต่ชุมชนเขาจัดการกันเอง เขามีสวัสดิการ เขามากกว่าชราภาพนะครับ เปึนสวัสดิการเลย จ่ายวันละ ๑ บาทเขาก็ทําได้ กลุ่มสัจจะต่าง ๆ กลุ่มออมทรัพย์ต่าง ๆ อันนั้นคือผลประโยชน์ที่เขาต้องการผลประโยชน์ปัจจุบัน แต่ชราภาพนี่ค่อนข้างจะมีน้อย แต่ทําไมเขาทําได้ ผมไปดูหมวดมาตราแล้วท่านไม่ให้โอกาสกับชุมชนเลย แม้กระทั่ง กรรมการ กรรมการควรจะให้ตัวเองของผู้ออมเข้ามาเปึนกรรมการด้วย ฝากประเด็นนี้ ก็แล้วกันครับท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ โดยหลักการแล้วถ้าเอาร่างพระราชบัญญัติ ของท่านสถาพรรวมกับร่างพระราชบัญญัติของท่านรัฐมนตรีผมยินดีรับหลักการ เพื่อเปึน ประโยชน์กับพี่น้องที่ยังไม่มีหลักประกันในบั้นปลายของชีวิตนะครับ แต่ควรจะไปปรับปรุง ร่างพระราชบัญญัติให้เหมาะสม กราบขอบคุณท่านประธานครับ