สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓

ทศพล เพ็งส้ม หารือเรื่องการรับบำนาญของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยวิพากษ์วิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติที่ไม่ให้ทายาทของสมาชิกรับบำนาญได้ และเสนอให้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในการกำหนดทายาทแทน นอกจากนี้ยังระบุความไม่เท่าเทียมกันในการบริหารกองทุนส่งเสริมการเกษตร และเรียกร้องให้คืนเงินสมทบที่ไม่ได้ใช้ไปให้กับสมาชิกที่ถอนตัว

นายทศพล เพ็งส้ม นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตอนนี้ประชาชน ๒๖ ล้านคนหรือประมาณ ๒๘ ล้านคนกําลังรอ บํานาญประชาชนอยู่ แต่ที่ผมจะกราบเรียนตั้งข้อสังเกตไปยังท่านประธานเพื่อไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าในส่วนร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลนั้น ในประเด็นที่สําคัญเพื่อรักษาเวลา ก็คือว่าในมาตรา ๓๖ ในกรณีที่สมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเพราะถึงแก่กรรม ปรากฏว่า ในมาตรา ๓๖ นั้นมีเฉพาะบุตร สามี และบิดาเท่านั้นเองที่สามารถรับในส่วนที่เปึน เงินสะสมและเงินสมทบ ข้อสังเกตดังนี้ครับว่าคนที่จะมาเปึนสมาชิกได้ก็คือเปึนบุคคล สัญชาติไทยที่บรรลุนิติภาวะแล้ว การบรรลุนิติภาวะนั้นในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ ก็คือ บุคคลที่อายุ ๒๐ ป้บริบูรณ์ แล้วก็สมรส ก็คือ ๑๗ ป้ บริบูรณ์แล้วสมรส ท่านประธานครับ พอคนที่สมรสแล้วนะครับ ท่านประธาน อายุ ๒๐ ป้สมรสมีบุตร หลังจาก มีบุตรแล้วประมาณสัก ๑๗ ป้ก็อาจจะมีหลาน พอมีหลานแล้วถ้าเกิดว่าผู้ที่เปึนสมาชิกนั้น เกิดเสียชีวิตขึ้น บุตรของสมาชิกเสียชีวิตแต่ปรากฏว่ายังมีหลานอยู่ ถ้าตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ปรากฏว่าหลานรับไม่ได้นะครับ ผู้สืบสันดานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ตามมาตรา ๑๖๓๙ นั้นไม่สามารถเข้ามารับมรดกแทนที่ของเงินที่จ่ายสมทบและเงินสะสม ได้เลย กราบเรียนท่านประธานว่าทําไมไม่ทําให้มาตรา ๓๖ นั้นว่าผลประโยชน์ของเงินสะสม และเงินสมทบของผู้นั้นทั้งหมดจากกองทุนจ่ายให้แก่ทายาท เขียนไปเลยได้ไหมครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๖ ก็คือมรดก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วนะครับ กําหนดไว้ ๓ คนเท่านั้นเองก็คือ บุตร สามีหรือภริยา บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดา ที่มีชีวิตอยู่นั้นแบ่งตามส่วน แต่ปรากฏว่าบุคคลการที่เขาเปึนสมาชิกก็ดี การที่เขาสามารถ รวบรวมเงินเพื่อให้เขามีบํานาญประชาชนไว้กินไว้ใช้แต่เขาเสียชีวิตก่อน ปรากฏว่า บํานาญประชาชนที่มีเจตนาดีนี่นะครับไม่สามารถเปึนมรดกตกทอดได้อย่างแท้จริง ไม่สามารถให้ทายาทของผู้เปึนสมาชิกนั้นรับมรดกแทนที่ได้ เพราะช่วงสุดท้ายเขาบอก อยู่แล้วนะครับว่า ในกรณีที่ไม่มีทายาทและบุคคลซึ่งสมาชิกผู้ตายได้แสดงเจตนาไว้ ตามวรรคสาม หรือบุคคลนั้นได้ถึงแก่ความตายไปก่อน ให้เงินสะสม เงินสมทบ และ ผลประโยชน์ของเงินสะสมและเงินสมทบนั้นตกเปึนของกองทุนตรงนี้แหละครับ ถ้าเกิด เขามีหลาน ผมถึงบอกอย่างไรครับ ระยะเวลาที่เขาแต่งงานอายุ ๑๗ ป้มีบุตร หลังจากนั้น บุตรเขาเสียชีวิต เขามีหลาน เขาเลี้ยงหลานมานะครับ ในทางตรงกันข้ามถ้าเกิดเขา เสียชีวิตก่อนหลาน เงินทั้งหมดที่เขาส่งมาตกเปึนของกองทุนหมดเลย โดยที่หลานเขาเปึน ทายาทโดยธรรมนี่นะครับ ไม่สามารถรับเงินได้เลยแม้แต่บาทเดียว ทําไมต้องกลับไปเปึน ของกองทุนอีก ทําไมไม่ใช้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ล่ะครับว่าเขาสามารถ มีทายาทรับมรดกแทนที่ได้ ตรงนี้แหละครับเปึนเรื่องที่อันตรายมากที่เงินกองทุนแทนที่จะ ให้ผลประโยชน์กับประชาชนได้อย่างเต็มที่กลับนําประเด็นตรงนี้กลับไปสู่กองทุน

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๓๘ ปรากฏว่าในกรณี ถ้าเจ้าหน้าที่เขาบริหารไม่ดี ไม่สามารถทําให้สมาชิกนั้นเปึนสมาชิกได้คงอยู่ต่อไป เขาผ่อนมาหรือให้เงินกับทางกองทุนไว้ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ แต่ปรากฏว่าวันใดวันหนึ่งเขาไม่พอใจ กับเจ้าหน้าที่ในการที่จะบริหารเงินกองทุนเขา ไม่พอใจในการที่จะบริหารเงินที่เขาสะสมมา เขาบอกเขาถอนครับ พอเขาถอนแล้วเปึนอย่างไรครับ ผลก็คือให้สมาชิกมีสิทธิรับเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสะสมจากกองทุนเท่านั้น ข้อสังเกตก็คือว่าเงินที่รัฐสมทบไม่คืนคลัง ล่ะครับท่านประธาน เพื่อไปให้คนต่อไปในการที่จะเปึนเงินสมทบอีกส่วนหนึ่งของคนอื่น ทําไมไม่คืนเขาไป ทําไมไม่คืนรัฐบาล เพราะอย่าลืมว่าเงินอีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาลเอามาสมทบ เงินภาษีอากรของคนทั้งประเทศเหมือนกัน แล้วทําไมยังไปเก็บให้กองทุนไว้อีก ทั้งที่ไม่มี ความจําเปึนที่จะต้องให้คงไว้ในกองทุนนะครับ ในส่วนของผมก็คือทั้งมาตรา ๓๖ และ มาตรา ๓๘ นั้น ก็อยากฝากเปึนข้อสังเกตไว้ให้กรรมาธิการพิจารณาดูนะครับว่าใครบ้าง มีสิทธิรับเงินกองทุนในฐานะที่เปึนผู้สืบสันดาน และเงินกองทุนหลังจากที่เขายกเลิกแล้ว ควรจะคืนรัฐบาล ขอบคุณครับ