วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายประกันรายได้เกษตรกรและการออมเงินของประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันและสนับสนุนนโยบายเหล่านี้ นอกจากนี้ยังเสนอโครงการออมเงินเพื่อการลงทุนในอนาคต และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน รวมถึงการแก้ไขมาตราเกี่ยวกับคณะกรรมการและเงินกองทุน โดยมุ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีหลักประกันเพื่อให้ความมั่นคงและความสบายใจแก่ประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ต้องขอชื่นชม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ด้วยความจริงใจจริง ๆ ครับ เปึนความเห็นส่วนตัวในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ. กองทุน การออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมถือว่าเปึนร่าง พ.ร.บ. ที่ยิ่งใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้ ในความเห็นส่วนตัวผมผมอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีครับว่าผมมองว่ารัฐบาลผลักดัน นโยบายสําคัญอยู่ ๒ เรื่องที่ยิ่งใหญ่และอยู่ในใจผมตลอดไป ก็คือนโยบายว่าด้วย การประกันรายได้เกษตรกร เท่ากับว่านโยบายตัวนี้คนขยันทํางานครับ พี่น้องคนยากคนจน ชาวไร่ชาวนาขยันทํางาน รัฐบาลดูแลให้หลักประกัน และนโยบายเน้นบนหลักคิดที่ว่า คนขยัน อดออม คนมัธยัสถ์ รัฐบาลก็ให้การดูแล ซึ่งผมถือว่ามันเปึนการอุ้มชูหรือดูแลคนยากคนจนที่ถูกทางครับ ไม่ใช่เปึนการที่ทําให้ ประชาชนอาจจะเอาเงินที่ได้เงินมาโดยที่ตัวเองไม่ลงทุน ดังนั้นเมื่อรัฐบาลผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้ เท่าที่ทราบคือหลักการให้มีการออม เมื่อประชาชนมีการออมรัฐบาล สมทบและเมื่อครบ ๖๐ ป้รัฐบาลจะเฉลี่ยคืน ซึ่งถ้าพูดโดยหลักการแล้วอันนี้ก็คือ นโยบายว่าด้วยบํานาญประชาชน ถ้าพูดเปึนภาษาชาวบ้านก็อยากจะเรียนกับพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ทางบ้านว่าวันนี้สิ่งที่วิถีชาวบ้านทําอยู่ปัจจุบันนั้นก็คือเรื่องกลุ่มออมทรัพย์ หรือกลุ่มสัจจะ เพราะฉะนั้นผมอาจจะพูดสื่อท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชน ที่ฟังรายการนี้อยู่ก็คือว่าขณะนี้รัฐบาลจะมาเปึนเจ้าภาพกลุ่มออมทรัพย์หรือกลุ่มสัจจะ ที่พี่น้องมีการออมเปึนรายเดือนอยู่แล้วเดือนละ ๑๐๐ บาท เพียงแต่ว่าการที่กลุ่มออมทรัพย์ หรือกลุ่มสัจจะในวิถีของชาวบ้านอาจจะได้รับผลตอบแทนไม่เต็มที่ แต่วันนี้รัฐบาล ภายใต้การนําของกระทรวงการคลังจะมาเปึนเจ้าภาพในการออมเงินของกลุ่มนี้ครับ และผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเปึนอย่างยิ่ง ดังนั้นถ้าโดยดูสาระ ของกฎหมาย ถ้าผมจะเอามาพูดเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจและเผื่อมีประเด็น บางประเด็นที่ทางรัฐมนตรีจะตอบก็คือเงื่อนไขของร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้ก็คือคนที่จะออม
ข้อ ๑ มีอายุ ๒๐-๖๐ ป้ ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงของการออม
ข้อ ๒ คือต้องไม่เปึนสมาชิกกองทุนไม่ว่าจะเปึนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ ประกันสังคม หรือกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ซึ่งผมถือว่าเปึนหลักการที่มีเหตุผล เพราะว่า ๓ กองทุนหลัก ๆ นั้นเปึนการออมในระบบที่รัฐเข้ามาดูแลอยู่แล้ว
ข้อ ๓ คือเมื่อครบ ๖๐ ป้รัฐบาลจะเฉลี่ยคืนเท่ากับว่าจากนี้ไปแล้ว ประชาชนที่ไม่มีหลักประกัน ๒๖ ล้านคน คือพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา คนยากคนจน กรรมกรแบกหาม แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ๒๖ ล้านคนนี้จะมีหลักประกันที่ได้รับบํานาญ ในอนาคตหลังจากที่ตัวเองมีอายุครบ ๖๐ ป้เปึนต้นไป
ข้อ ๔ ถือว่าเปึนหลักประกันที่รัฐบาลจะเข้ามาดูแลคือรัฐบาลจะค้ําประกัน เงินฝากโดยไม่มีความเสี่ยง ซึ่งผมขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าหลักประกันข้อนี้เปึนหลักประกัน ที่ทําให้พี่น้องประชาชนได้เห็นการบริหารงานของกองทุนหลาย ๆ กองทุนที่ไม่มั่นใจว่า จะมีความเสี่ยงหรือไม่ แต่ในเมื่อรัฐบาลเขียนอยู่ในกฎหมายชัดเจนว่ารัฐบาลจะค้ําประกัน เงินฝากโดยคิดผลตอบแทนให้ไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจําธนาคารใหญ่ ๕ แห่ง บวกกับธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. มาเฉลี่ยกัน ซึ่งผมถือว่าหลักประกันข้อนี้จะยิ่ง ทําให้ความมั่นคงหรือความสบายใจกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจน เพราะว่าเงินก้อนนี้ เปึนเงินของคนยากคนจนที่จะมาสมทบร่วมกันในรูปแบบของกองทุนครับ
ประเด็นถัดมาเท่าที่ผมทราบ ถ้าผมเข้าใจผิดรัฐมนตรีอาจจะตอบก็ได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจคือการออมก้อนนี้ในเมื่อประชาชนสะสม รัฐบาลสมทบ ข้อมูลเท่าที่ผมทราบคืออายุ ๒๐-๓๐ ป้ เมื่อมีการออมรัฐบาลสมทบให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าเงินสมทบนั้นจะไม่เกิน ๖๐๐ บาท ถ้าอายุ ๓๐-๕๐ ป้ เมื่อประชาชนออม รัฐบาลสมทบให้ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วงเงินสมทบนั้นจะไม่เกิน ๙๖๐ บาท เมื่ออายุ ๕๐-๖๐ ป้ ประชาชนออมเข้ามารัฐบาลก็จะสมทบให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่า เงินสมทบนั้นไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาท ถ้าคิดเปึนภาษาชาวบ้านอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนว่าตัวเลขที่เหมาะสมของพี่น้องประชาชนในการรับเงินสมทบ เต็มที่ก็คือ ถ้าประชาชนออมเงิน ๑๐๐ บาทต่อเดือน ได้รับเงินสมทบ ๕๐ บาทในช่วงอายุ ๒๐-๓๐ ป้ อายุ ๓๐-๕๐ ป้ ออมเงิน ๑๐๐ บาท ได้รับเงินสมทบ ๘๐ บาท และอายุ ๕๐-๖๐ ป้ ออมเงิน ๑๐๐ บาท ได้รับเงินสมทบ ๑๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเปึนตัวเลขที่พี่น้องประชาชนเปึน วิถีชีวิตโดยปกติที่พี่น้องประชาชนทําโดยวิถีชีวิตอยู่แล้วอย่างที่ผมเรียนไปแล้วนั่นคือ กลุ่มสัจจะหรือกลุ่มออมทรัพย์
ผมมีประเด็นคําถามที่ทางรัฐมนตรีอาจจะต้องตอบผมนิดหนึ่งก็คือ มาตรา ๓๔ ซึ่งในมาตรา ๓๔ วรรคแรก ในร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลเขียนไว้ว่า รัฐบาลจะเฉลี่ยคืนเงินบํานาญนี้ก็คือตอนอายุ ๖๐ ป้ ประชาชนที่ออมจะได้รับบํานาญ ตลอดชีวิต ซึ่งก็เท่ากับว่าหลังจาก ๖๐ ป้ออมมาแล้วก็จะได้รับเฉลี่ยคืนบํานาญ เปึนรายเดือน แต่ขณะเดียวกันวรรคสองได้มีการพูดถึงการคํานวณของผลประโยชน์ไปที่ อายุ ๘๐ ป้บริบูรณ์ ผมเข้าใจเจตนาดีนะครับท่านประธานว่าคณะกรรมการกองทุน คงทราบดีแล้วว่าอัตราเฉลี่ยอายุของคนไทยประมาณ ๗๔-๗๖ ป้ ดังนั้นเมื่อคํานวณ ผลตอบแทนที่ ๘๐ ป้โดยภาพรวมแล้วพี่น้องประชาชนก็จะได้รับบํานาญตลอดชีวิต แต่คําถามถามว่าถ้าคนไทยอายุถึง ๑๐๐ ป้เขาจะได้รับสิทธิจนถึง ๑๐๐ ป้หรือไม่ กองทุนจะคุ้มครองเขาไหม แต่ถ้ากองทุนไม่คุ้มครองผมเรียกร้องว่าคนไทยที่อายุเกิน ๘๐ ป้ไปแล้ว ในเมื่อมีกองทุนนี้อยู่แล้วน่าจะต้องดูแลเขาไปจนตลอดชีวิตเลยครับ จะอายุ ๙๐ ป้ ๑๐๐ ป้ ๑๑๐ ป้ ยิ่งอายุเกิน ๑๐๐ ป้น่าจะมีโบนัส (Bonus) ให้เสียอีก อันนี้ เปึนข้อเรียกร้องกับท่านรัฐมนตรีนะครับ ขณะเดียวกันเกิดถ้าเขาเสียชีวิตที่อายุ ๗๐ ป้ ผมเชื่อว่าตัวเลขคํานวณที่ ๘๐ ป้ ก็ต้องมีผลประโยชน์ให้เขาที่ยังค้างอยู่ กองทุนนี้ จะคืนเงินก้อนนี้ให้กับลูกหลานหรือไม่ อันนี้เปึนคําถามในมาตรา ๓๔ ขณะเดียวกัน ผมมีข้อสังเกตอยู่ประมาณ ๕ ข้อ ที่อยากจะฝากเปึนข้อสังเกตให้ท่านรัฐมนตรีคือ
ข้อสังเกตข้อที่ ๑ คือ มาตรา ๑๒ ได้มีการพูดถึงคณะกรรมการที่มีมาจาก สมาชิก แล้วบอกว่าให้ขึ้นบัญชีไว้สําหรับผู้ได้รับคะแนนถัดไป เช่น ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ กําหนดสมาชิกมีเลือกกรรมการได้ ๕ คน แต่คนที่ ๖ คนที่ ๗ คนที่ ๘ ให้ขึ้นบัญชีไว้ ผมว่า มันเปึนความเสี่ยงนะครับ แต่ถ้ามีความไม่ชอบมาพากลอยากจะเปึนกรรมการขึ้นมา อาจจะมีการเก็บกันขึ้นมาล่ะครับ ผมว่ามันก็เปึนความเสี่ยงที่จะทําให้มีการฆ่ากันตายได้ หรือไม่ เพื่อคนที่จะได้เข้ามาเปึนกรรมการในลําดับถัดไป อันนี้เปึนข้อสังเกตฝากท่าน รัฐมนตรีไว้นะครับ
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ คือ มาตรา ๑๔ (๔) ที่กําหนดไว้ว่า คนที่จะมาเปึน คณะกรรมการต้องไม่เปึน หรือเคยเปึนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือพรรคการเมือง เว้นแต่ลาออกไม่น้อยกว่าหนึ่งป้ ความเห็นส่วนตัวผมว่า ๑ ป้มันน้อยเกินไป อย่างน้อย น่าจะสัก ๓ ป้ เพราะว่าคน ๑ ป้ เคยดํารงตําแหน่งทางการเมืองจากพรรคนี้ หรือเปึน ผู้บริหารของพรรคนี้แล้วลาออกไป ๑ ป้ ความผูกพันทางการเมืองกับพรรคการเมืองยังอยู่ ผมเชื่อว่า ๑ ป้ยังอยู่เยอะครับ น่าจะขยายไปสัก ๓ ป้ ความเห็นผมคิดว่าน่าจะต้องขยาย ไปสัก ๓ ป้ เพื่อให้ความผูกพันกับพรรคการเมืองหรือการดํารงตําแหน่งทางการเมือง น่าจะลดน้อยลง เพราะว่าเงินพวกนี้มันเปึนกองทุนขนาดใหญ่มาก คน ๒๖ ล้านคน ถือว่าผลประโยชน์มหาศาลพอสมควร
ข้อสังเกตข้อที่ ๓ คือ มาตรา ๒๔ ซึ่งได้กําหนดไว้ว่า ค่าตอบแทนของ ประธาน ของกรรมการต่าง ๆ โดยให้เปึนไปตามที่รัฐมนตรีกําหนด แล้วท่านรัฐมนตรี คงจะทราบนะครับว่าช่วงที่ผ่านมาพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนห่วงเปึนใยมาก ในการกําหนดค่าตอบแทนให้ประธานกองทุนหรือกรรมการเดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท มันเยอะเกินไป อยากจะให้คํานึงถึงข้อเท็จจริงว่าอย่าให้การกําหนด ค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์มันมากเกินความจําเปึน
ข้อสังเกตข้อที่ ๔ คือ มาตรา ๕๐ เรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยปกติแล้วเมื่อผลประโยชน์เกิดจากกองทุนจะจัดสรรไปในบัญชีของแต่ละกลุ่ม แต่ถ้านอกจากนั้นแล้วจะให้จัดสรรไว้ในบัญชีเงินกองกลาง ผมอยากจะกราบเรียนว่า บัญชีเงินกองกลางไม่ควรจะมีมากเกินไป ถ้าเงินบัญชีกองกลางมากเกินไปมันก็คือโบนัส ของคณะกรรมการ และผมว่ามันจะไม่ได้ประโยชน์อะไร ถ้าเปึนไปได้ผมว่าน่าจะกําหนด เพดานว่าถ้าเงินกองกลางมากเกินเท่าไร ควรจะเอาเงินที่มากเกินไปไปเฉลี่ยให้กับบัญชี ผู้ถือหุ้นหรือว่าที่เปึนสมาชิกน่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า
และสุดท้ายคือ มาตรา ๕๓ ได้กําหนดให้กองทุนรายงานให้รัฐมนตรี ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเนื่องจากว่าเงินนี้ เปึนเงินของคนยากคนจน ๒๖ ล้านคนที่จะเข้ามาเปึนสมาชิก ถือว่าเปึนเงินของคนจน ที่ใหญ่ที่สุด เปึนกองทุนของคนจนที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นผมจึงอยากจะเรียกร้องว่าจะต้อง มีการเพิ่มเติมให้การรายงานกองทุน นอกจากรายงานต่อรัฐมนตรีแล้วจะต้องรายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเปึนปากเปึนเสียง ให้กับพี่น้องคนยากคนจนทั้งหมดในการเข้ามาเปึนสมาชิกกองทุนตรงนี้ ดังนั้นถ้าเกิด กองทุนบริหารงานผิดพลาดหรือใช้เงินผิดประเภทหรือคณะกรรมการจัดสรรโบนัส มากเกินไป สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะดูแลประโยชน์ของคนยากคนจน จะได้เปึนปาก เปึนเสียงให้กับพี่น้องคนยากคนจน จึงอยากจะฝากเรียนท่านรัฐมนตรีว่าได้โปรดเพิ่ม ให้รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาด้วยครับ ขอบคุณครับ