ผ่องศรี ธาราภูมิ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออมและการจัดการเงินในระยะยาว เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในช่วงวัยผู้สูงอายุ และเสนอแนะการออกกฎหมายที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถออมเงินและสะสมเงินได้เพื่อใช้จ่ายในช่วงวัยเกษียณอายุ นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาในการศึกษาต้นแบบของกองทุนสวัสดิการการออมของระดับชาวบ้าน และเรียนรู้บทเรียนของกองทุนอื่น ๆ ที่ได้เกิดขึ้นมาก่อน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตเปึนตัวแทนเพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุน การออมแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อเสนอหลักการและเหตุผลประกอบการเสนอกฎหมายดังนี้
จากการที่ดิฉันและเพื่อนสมาชิกได้ศึกษาระบบการออมในรูปแบบต่าง ๆ ที่ภาคประชาชนได้ดําเนินการมาทั้งในระดับชุมชนเปึนเวลายาวนาน แล้วก็เปึน ที่รับทราบดีว่าปัจจุบันยังมีประชากรอีกจํานวนมากที่ยังไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงระบบ การออมนะคะ แล้วก็การออมนั้นเปึนเรื่องสําคัญ เมื่อครั้งที่พวกเราเปึนเด็กเพลงที่ฟังกัน ติดหูก็คือออมสิน ออมสิน ออมสิน เก็บออมไว้กินวันหน้า แต่ว่าปัจจุบันนี้เนื่องจากสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ภาวะเศรษฐกิจที่รัดตัวก็ทําให้การออมนี่ จากตัวเลขที่ปรากฏก็คือ ประชากรไทยมีการออมลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดนะคะ แล้วก็มีสวัสดิการของรัฐ ในรูปแบบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนสวัสดิการประกันสุขภาพก็ทําให้คนที่คิดจะออมเงิน ไปใช้จ่ายในเรื่องของการเจ็บป์วยก็อาจจะลดลง อย่างไรก็ดีจากสถิติที่มีประชากร วัยผู้สูงอายุมากขึ้น แล้วก็มีแรงงานนอกระบบที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงในระบบการออมนะคะ ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ดี แล้วก็ขอบพระคุณรัฐบาลด้วยที่ได้ให้ความสําคัญ โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้เสนอกฎหมาย พวกเราเองก็สอดคล้องกัน ในส่วนของสมาชิก จึงได้เสนอกฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติ โดยมีหลักการสําคัญ ที่มุ่งเน้นให้ระบบการออมนั้นสนับสนุนการดํารงชีพของประชากรคนไทยที่จะก้าวสู่ วัยผู้สูงอายุ โดยมุ่งเน้นประชาชนทุกกลุ่มนะคะ ไม่ใช่เฉพาะภาคแรงงาน แต่เนื่องจาก ตัวเลขก็คือประชากรในภาคแรงงานของเราประมาณ ๒๔-๒๕ ล้านคนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ ระบบประกันสังคมหรือว่าสวัสดิการใด ๆ ยังไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึงนะคะ ประชาชนกลุ่มนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะประสบความยากลําบากเมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เนื่องจากขาดรายได้และผู้ดูแล เราก็จะเห็นได้ว่าปัจจุบันในภาคชนบทนั้นก็จะมีประชาชน ในลักษณะนี้อยู่มาก แม้ว่าจะมีเบี้ยยังชีพของรัฐบาล ๕๐๐ บาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอ แก่การยังชีพ ดังนั้นถ้าหากว่าได้เริ่มคิดเรื่องการออม แล้วก็สะสมตั้งแต่วัยเริ่มต้นของ ชีวิตวัยทํางาน ก็จะทําให้บั้นปลายชีวิตนั้นมีความมั่นคง ดังนั้นประชาชนกลุ่มนี้ถ้าได้มี กฎหมายรองรับก็จะทําให้เกิดความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตามช่องทางที่จะออมเงินสําหรับ กลุ่มเปัาหมายซึ่งเปึนผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่ประกอบแรงงานอิสระ ไมว่าจะเปึนผู้รับจ้าง หรือว่าพ่อค้าแม่ขาย ตลอดจนพี่น้องเกษตรกร ระบบการออมที่จะคิดขึ้นนี้ขอให้สภา ช่วยกันออกแบบว่าทําอย่างไรจะทําให้การส่งเงินการออมเข้าระบบเปึนไปอย่างมี ประสิทธิภาพ แล้วก็การบริหารจัดการเงินกองทุนที่ทําอย่างไรจะให้กองทุนนี้มีความมั่นคง เกิดดอกผลที่จะสามารถมีเงินไปจ่ายเปึนบํานาญให้กับประชาชนได้เมื่อถึงวัยเกษียณอายุ ก็คือ ๖๐ ป้ ต่อไปนี้ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นประชาชนธรรมดาก็จะสามารถมีเงินบํานาญ เช่นเดียวกับข้าราชการ แต่ว่าจะได้รับมากน้อยเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการออมที่จะเกิดขึ้น แล้วก็ระยะเวลา
ในร่างกฎหมายฉบับนี้ของดิฉันก็ขออนุญาตกราบเรียนสั้น ๆ ว่าหลักการ และเหตุผล แล้วก็เนื้อหาสาระส่วนใหญ่ก็จะคล้ายคลึงกับร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล แต่ว่าจะมีส่วนที่แตกต่างในเรื่องของคณะกรรมการที่จะบริหารกองทุน เนื่องจาก ดิฉันเห็นว่ากองทุนนี้จะต้องเปึนกองทุนที่เชื่อมโยงกับภาคประชาชนที่อยู่ในระดับชนบท แล้วก็ในเขตเมืองที่มีรายได้น้อย ระบบการส่งเงินนั้นจะส่งอย่างไร เพราะว่าไม่ใช่ เปึนข้าราชการ ข้าราชการนั้นก็จะมีช่องทางว่าหักเงินเดือน แต่ว่าคนเหล่านี้การส่งเงิน ก็ต้องฝากไปออกแบบว่าจะส่งอย่างไรเพื่อให้มีความสะดวก แล้วก็ประชาชนกลุ่มนี้ เนื่องจากว่าอาจจะไม่ได้มีรายได้ประจํา แล้วก็ไม่มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าหากว่าไม่ได้ส่ง เปึนรายเดือนอย่างต่อเนื่องแล้วการดูแลบริหารจัดการกองทุนจะทําอย่างไรเพื่อให้เกิด ความยั่งยืน เหล่านี้ถ้าหากว่าสภาได้ให้ความเห็นชอบรับหลักการและเหตุผล ในส่วนของ คณะกรรมาธิการก็คงจะได้ไปช่วยกันออกแบบเพื่อให้กองทุนการออมแห่งชาตินี้ ได้เปึนหลักประกันความเชื่อมั่นแล้วก็สร้างความมั่นคงในบั้นปลายของชีวิต อยากจะให้ ศึกษาต้นแบบของกองทุนสวัสดิการการออมของระดับชาวบ้าน สวัสดิการชุมชน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ได้ดําเนินการ ดิฉันทราบว่าขณะนี้ก็เกิดขึ้นในระดับชุมชนประมาณ ๑,๑๙๕ กองทุน ที่รัฐบาลได้สมทบวันละ ๑ บาท เรียกว่าออมวันละ ๑ บาท อันนี้ก็เปึน แนวทางหนึ่ง ก็คิดว่ากองทุนนี้ก็คงจะต้องมองแล้วก็เรียนรู้บทเรียนของกองทุนอื่น ๆ ที่ได้ เกิดขึ้นมาก่อน ทําอย่างไรให้เกิดความมั่นคง ก็ขอให้สภาได้ให้การสนับสนุนด้วย สําหรับหลักการและเหตุผลนั้นก็เปึนดังที่กล่าวไปแล้วนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ